ตอนที่ 1
" อึก อ๊าาาา ... อะ อะ " เสียงกระทบของเนื้อที่กระแทกกระทั้นรุนแรง และเสียงครวญครางราวกับจะขาดใจ ของร่างเล็กที่คาอยู่ขอบเตียงดิ้นพล่านเปล่าเปลือย นอนคว่ำหน้ามือเล็กขยำผ้าปูที่นอนสีดำเลื่อม ร่างสูงที่ยืนด้านล่างโยกเอวกระแทกหนักๆ จนร่างที่นอนอยู่ดิ้นรนหนักขึ้นทั้งๆที่ร่างหนาอยู่ครบทั้งชุด มีด้านหน้าเท่านั้นที่ถูกเปิดลงมาให้ทำกิจกรรมร้อนแรง เสียงสะอื้นถี่ขึ้นแต่ร่างสูงก็ไม่ลดแรงกระแทกลงแม้แต่น้อย
"รอแป๊บ ใกล้จะเสร็จแล้ว " ร่างหนาหันหน้าไปบอกคนอีกสองคนที่ยืนตรงหน้าประตู แต่เอวไม่ได้ลดความไวลงแม้แต่น้อย หนึ่งในคนที่ยืนรอยกบุหรี่ขึ้นสูบปล่อยควันลอยกระจายไปทั่วบริเวณ เสียงกรีดร้องปนสะอื้นยังคงก้องไปทั่วห้อง กระทั่งกิจกรรมตรงหน้าหยุดลง มือใหญ่ดึงทิชชู่จับถุงยางที่คาอยู่กับดุ้นออกขว้างทิ้งลงถังขยะด้านข้าง ดึงกางเกงติดกระดุม สายตาเหลือบมองร่างเล็กที่นอนสลบขาสองข้างทรุดลงคุกเข่าข้างเตียงตัวพาดอยู่บนที่นอน
"มีปัญหาตรงไหน " เขาดึงบุหรี่จากคนที่ยืนรอมาสูบต่อทันที
"ที่ผับเมื่อคืน " หนึ่งในสองคนยื่นซองเอกสารมาให้ คิงคว้ามาปากก็ยังคาบบุหรี่ ดวงตาคมเข้มจ้องรูปถ่ายในมือ คิ้วขมวดจนแทบจะชนกัน
"มินทร์มันกลับมาจากนอกเมื่อไหร่วะ"คนที่เปิดซองเอกสารนิ่วหน้าเมื่ออ่านเนื้อหาด้านใน
"เมื่อวันก่อน มันไปรับเด็กผู้ชายมาด้วยคนนึง รูปอยู่ในนั้น" เตชินบอก เพื่อนอีกคนเดินไปจัดการร่างที่นอนคาอยู่บนที่นอน สวมใส่เสื้อผ้าให้แล้วกดโทรศัพท์โทรออก พอปลายสายรับก็สั่งออกไปทันทีเช่นกัน
"มาเอาเด็กนี่ไปส่งที่หอมันด้วย" คิงหันมามองพิชญ์แล้วก้มลงมองรูปถ่ายที่อยู่ในมืออีกครั้ง
"ประวัติล่ะ"
"ในนั้น" พิชญ์ตอบ
"หึ หึ น่ารักนี่หว่า แต่คุ้นตามากเลยนะเนี่ย " คิงยกยิ้ม
"ก็น้องคิสที่บอสเคยกอดๆ หอมๆ แล้วจะขอแต่งงานตั้งแต่น้องเค้ายังอยู่อนุบาล พวกเราอยู่ ปอหนึ่ง "
"หือ... "คราวนี้คิงเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะเริ่มมองเห็นเค้าโครงใบหน้าเดิมของคนที่โตขึ้น
เสียงโทรศัพท์จากเครื่องบางหรูดังขึ้น คิงกดรับโดยไม่มองด้วยซ้ำ สายตายังจ้องรูปที่อยู่ในมือราวกับจะให้มันติดตรึงไว้ในสมอง
".........."
".........."
" อืมม หนึ่งทุ่มที่เดิม" คิงวางโทรศัพท์ลงบนโซฟาแล้วหันมาบอกเพื่อนอีกสองคน
"ขออาบน้ำแป็บเดียวพวกแกกินอะไรหรือยัง เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเดิมก็แล้วกัน อีกครึ่งชั่วโมง" ทั้งสองพยักหน้า ก่อนจะเปิดประตูให้กับคนด้านนอกเข้ามาอุ้มร่างที่นอนไม่รู้เรื่องลงไปส่งที่หอของเจ้าตัว พิชญ์พยักหน้าให้เตชินออกไปพร้อมเขาและล๊อกห้องให้คนที่อยู่ในห้อง
"คราวนี้บอสจะทำยังไงวะ "
"หึ หึ ไม่ทำแต่อะไรที่เป็นของคิง มันไม่มีทางจะเปลี่ยนมือเป็นของคนอื่น ถ้าคิงไม่ปล่อยมือซะเอง"
"เฮ่อ แม่งเอ้ยตามหามาตั้งนานที่แท้หลบอยู่นี่เอง แต่มันน่าสงสัยทำไมไอ้มินทร์มันยอมกลับมาวะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าถ้าคิงเจอตัวมันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น"พิชญ์สงสัย
"สนใจทำไม มึงลองคิดดูเถอะตามหามาตั้งนาน ที่แท้ซุกอยู่ไม่ไกลเลย เสียเวลาตามหาชิบหาย"เตชิน ขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"มึงก็ใจดำกับไอ้มินทร์เกินไปแล้ว เพื่อนกันแท้ๆไอ้ห่า"พิชญ์ยังอดบ่นไม่ได้อยู่ดี
"ปากมากจริงๆมึงนี่ หรือว่ามึงเป็นเมียกูหือ โน่นนี่กับกูจัง"คราวนี้พิชญ์ยกขาขึ้นถีบเพื่อน
"กูเนี่ยนะจะเอามึง ดูสารรูปมึงก่อนเถอะ ทั้งหนาทั้งตัน ใครจะเอามึงลง อีกอย่างกูชอบแบบจับตรงโน้นก็นุ่ม จับตรงนี้ก็นิ่มโว๊ย ไปๆ เดี๋ยวคิงออกมาแล้ว ถ้าไม่รอมันแม่งโมโหขึ้นมาแหลกคึทั้งกลุ่มหรอกมึง"พิชญ์ออกเสียงคล้ายภาษาญี่ปุ่นล้อเลียน
"หึหึ เออ "เตชินหัวเราะในลำคอ ด้วยรู้นิสัยของเพื่อนทั้งคู่ อีกคนแม่งทั้งเหี้ยมทั้งโหด อีกคนถึงแม้จะพูดเล่นเป็นประจำหากเวลาเอาจริงๆก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกันแหละ พวกเรามานั่งรอไอ้คิงมันอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวจากการเสียเหงื่อเมื่อกี้
"มึงเล่นเกมอะไร"ผมเหล่ตามองคนที่ขยับเข้ามาใกล้ ชะโงกหน้ามองหน้าจอที่เล่นเกมอยู่
"ยุ่งไรด้วย"
"ไอ้งกเอ้ย แค่ถามไม่ได้เหรอไงวะ"พิชญ์เบะปาก แล้วดีดตัวกลับไปนั่งที่เดิม ควักเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นเหมือนกัน แน่นอนครับเกมที่เล่นดันเป็นเกมยิงปืนยอดฮิต พอจบรอบมันก็ดึงตัวเองเข้าห้อง จากนั้นการเปิดฉากดวนกันในเกมก็เริ่มขึ้น เสียงของมันโวยวายทุกครั้งเมื่อถูก Head Shot (ยิงหัว)
"ไอ้เต มึงจะยิงกูเพื่อ"
"เอ้า ก็มึงเป็นตำรวจ กูเป็นโจร ไม่ยิงมึงแล้วกูจะยิงใคร"เตชินเถียงพิชญ์ เสียงคนทะเลาะกันดังไปถึงห้องนอนของคิงที่กำลังแต่งตัวอยู่ เขาส่ายหน้าไปมาช้าๆ
"แม่งเอ้ย ไอ้พวกไม่รู้จักโต"คิงบ่นไปหัวเราะไป เขาขยับเสื้อนักศึกษาสีขาวแขนยาวขนาดพอดีกับตัวให้เข้าที่ ปลดกระดุมด้านบนออกสองเม็ดแบะอ้าออกจนเห็นแผงอกหนาๆเต็มไปด้วยมัดกล้าม กางเกงยีนส์ตามสมัยนิยมเห็นขาดๆแบบนี้ราคาหมื่นต้นๆนะครับอย่าได้ดูถูกไป ผมเสยผมยาวเล้กน้อยค่อนข้างหยักโศกขึ้นเปิดโชว์หน้าผากใส่เจลเล็กน้อยให้มันเซ็ตตัวได้รูป กลิ่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายกลิ่นอ่อนฉีดใส่ตัวเล็กน้อย นาฬิกาเรือนโปรดที่ซื้อคฤหาสน์หรูได้หลังหนึ่งเลยที่เดียวถูกหยิบมาใส่ มีแหวนและสร้อยสีเงินเท่านั้นที่ประดับตัวอยู่
"ทำอะไรเสียดังเข้าไปถึงข้างใน"ผมเดินออกมาพวกมันยังไม่เลิกเสียงดังอีก เถียงกันไม่รู้แล้ว ยิ่งไอ้พิชญ์มันเล่นแพ้มันยิ่งง๊องแง๊ นิสัยมันเด็กสุดในบรรดาพวกเราสามคนแล้วครับ
"ไอ้เตดิแม่ง แกล้งกูอะ ดูแรงก์ดูร่วงเอาๆ ไอ้เตมันยิงหัวเป็นว่าเล่นเลย ทั้งที่กูเป็นตำรวจนะไม่รู้จักเกรงใจกูเลย"ไอ้พิชญ์มันงองแง ไอ้เตไม่ตอบกลับได้แต่ยกยิ้มมุมปาก
"ไร้สาระ"คำเดียวของมันเล่นเอาไอ้พิชญ์แทบจะลุกขึ้นต่อยหน้า แต่ไม่กล้าหรอกครับ พวกเรามักเป็นแบบนี้ตลอด เถียงกันบ้างอะไรบ้างแต่ไม่เคยผิดใจกันจริงจัง
"เลิกเล่นได้แล้ว มีงานด่วนอะไรหรือเปล่า"ผมทรุดตัวลงนั่งก่อนหยิบเอกสารที่หยิบติดมือมาอ่านอีกครั้ง
"ไม่มี เพียงแค่สงสัยว่า ไอ้มินทร์ที่หนีไปตั้งนาน ทำไมมันถึงกลับมาแล้วยังไม่พอพกเอาน้องเขากลับมาด้วยอีก น่าแปลกไหมล่ะ"ไอ้เตออกความเห็น
"มึงก็คิดมาก ไอ้มินทร์อาจจะเงินหมด อาจจะเหนื่อยดูแลน้องเขาไม่ไหว หรือเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงจนมันต้องกลับมาพึ่งพวกเราก็ได้ ใครจะรู้"ไอ้พิชญ์ออกความเห็น ผมส่ายหน้าไปมา
"พวกมึงจะเถียงมันให้ได้อะไรขึ้นมา ให้คนของเราไปตามดูก็จบแล้ว"ผมตัดสินใจ
"ไม่ง่ายขนาดนั้น ถ้าไอ้มินทร์ไม่อยากให้เราหาเจอ เราจะเจอมันง่ายๆได้เหรอ"ไอ้เตเถียง อ้พิชญ์พยักหน้าเห็นด้วยทันที
"ใช่พวกเราตามหาตัวมันมาหลายปี มันนึกอยากโผล่มาก็โผล่ แสดงว่ามันจงใจให้พวกเรารู้นั่นแหละ"
"แต่มันสามารถติดต่อพวกเราได้ แล้วทำไมมันไม่ทำวะ"คราวนี้ไอ้เตไม่ยอมคล้อยตาม ผมถอนหายใจ
"เถอะน่ามีอะไรอีกมั๊ยนอกจากเรื่องของไอ้มินทร์"ผมตัดจบเรื่องไอ้มินทร์ออกไปก่อน เพราะดูท่าทางแล้วคงไม่ง่ายนักที่จะคุยกัน
"กูมีๆ"ไอ้พิชญ์รีบเสนอหน้า ไอ้เตเหล่ตามองเหมือนเคยครับ
"เรื่องอะไร ถ้ามีทำไมกูไม่รู้เรื่อง"ไอ้เตเถียง
"กูหิว...."ไอ้พิชญ์เสียงอ่อย
"ไอ้เชี่ย...แล้วไม่รู้จักหาแดกก่อนมานะมึง"ไอเตใช้ขาถีบปากก็บ่นไอ้พิชญ์ทั้งที่นั่งกันอยู่บนโซฟานี่แหละครับ ผมคิ้วหระตุกขึ้นมาบ้าง ไอ้คู่นี้นี่นะ ไม่เคยจะจริงจังเลยเวลาอยู่ด้วยกันในเวลาที่ไม่สำคัญ
"พวกมึงจะเถียงกันอีกนานมั๊ย"คราวนี้ผมจ้องคนทั้งคู่เขม็ง ลองไม่ปรามกันก็คงเพียงกันอีกยาวล่ะครับ
"ขอโทษที/โทษทีๆ"ไอ้เตกับไอ้พิชญ์รีบเอ่ยปากพร้อมกัน
"เข้าเรื่องได้แล้ว"ผมสั่ง
"อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก กูสั่งคนออกไปตามหาไอ้มินทร์แล้ว สั่งว่าถ้าเจอตัวให้เฝ้าเอาไว้ก่อนอย่าพึ่งกะโตกกะตากให้มันรู้ตัวแล้วโทรมาแจ้งกู"เตบอก ไอ้พิชญ์พยักหน้า
"ของกูก็แค่เรื่องบัญชี ไอ้ห่าเอ้ย กล้ามีนอกในถึงจะร้อยสองร้อยก็เงินป่าววะ กูจัดการแล้ว ไล่ออกด้วย มันเล่นพนันกูเตือนพวกมันหลายรอบแล้วแต่ไม่รู้จักเข็ด สันดานเสียจริงๆไอ้พวกนี้"พิชญ์มันรายงานแล้วแถมคำบ่นยืดยาวให้ผมฟัง
"สรุปจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว"ผมสรุป
"ใช่/ใช่"พวกมันพยักหน้า
"งั้นสั่งอะไรมากินสิ หรือให้แม่บ้านทำให้"ผมถามความเห็น
"ไม่เอาอะ กูอยากกินอะไรง่ายๆมากกว่า"พิชญ์ส่ายหน้า
"แล้วแต่มึง"ไอ้เตออกความคิดเห็น ผมอดหัวเราะไม่ได้ ไม่รู้พวกเราสามคนเป็นเพื่อนกันมาได้ยังไง ทัศนคติไม่เคยจะตรงกันสักเรื่องให้ตายสิ
"เรื่องมากนะมึง"
"เรื่องมากตรงไหนวะไอ้เต กูบอกว่าเอาอะไรง่ายๆ ตรงไหนที่ยาก"
"ไอ้ง่ายของมึงนะ พิซซ่าร้านโน้น กาแฟร้านนี้ ขนมต้องร้านอีกฝั่งเมือง ข้าวเเจ้านี้ไม่อร่อยต้องเจ้าโน้น กับข้าวร้านนี้แม่งหวานไป บอกกูมาตรงไหนง่ายของมึง"ไอ้เตร่ายยาว
"กูไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้นมึงอย่ามาใส่ร้ายกู"ไอ้พิชญ์อุบอิบในลำคอ"
"พอแล้ว! จะแดกยังเสือเรื่องมากอีก"ผมตวาด ทั้งคู่เลยเงียบ คราวนี้พวกมันรู้ว่าผมโมโหของจริงแล้ว
"กูสั่งเอง"ไอ้เตคว้าโทรศัพท์มาสั่ง
"ใครอยู่ข้างนอกไปร้านป้าเพ็ญที่อยู่ปากซอยให้ที คุณคิงเอาข้าวผัดกุ้ง ฉันเอาราดหน้า ส่วนคุณพิชญ์เอา ข้าวหมูกระเทียม อ้อให้เขาเอาต้มยำกุ้งมาด้วย พวกนายจะกินอะไรก็สั่งมาให้ครบคน ออกเงินไปก่อนแล้วมาเบิกเอาทีเดียว"ผมหัวเราะกับการตัดสินใจของมัน ง่ายดีครับ
"เออก็แค่นี้แหละ"ไอ้พิชญ์หงุงหงิงในลำคอ
"ก็ถ้ากูไม่สั่งเอง มึงคงยาวอะ สั่งลูกนอกไปอีกฝั่งของเมืองหาอะไรมาให้มึงแดก"ไอ้เตประชด ผมโบกมือให้รู้ว่าพวกมันควรเงียบได้แล้ว
"จริงสิแล้ววันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า"
"ไม่มีหรอก ทุกอย่างจัดการหมดแล้ว เออว่าแต่มีอีกเรื่องหนึ่ง"ไอ้เตทำหน้าสงสัย
"มึงคิดว่าเรื่องไอ้มินทร์มีอะไรน่าสงสัยหรือเปล่า"ไอ้เตถามเสียงเครียด
"กูก็ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ คนอย่างไอ้มินทร์มันฉลาดจะตาย ยอมให้เราเจอตัวง่ายๆไม่แปลกเหรอวะ"คราวนี้ไอ้พิชญ์คล้อยตา
"อืมกูก็คิดว่ามันแปลกๆ แต่กูยังคิดไม่ออกว่ามันต้องการอะไร เดี๋ยวพอเราเจอมันก็ถามซะสิ้นเรื่อง ที่สำคัญมันเอาตัวน้องไปเลี้ยง เลี้ยงแบบไหนก็ไม่รู้อีก"ผมค่อนข้างเห็นด้วย
"แต่กูว่าไอ้มินทร์มันกลัวไอ้เตจะตายไป"พิชญ์หัวเราะ
"กลัวกู ตรงไหนที่มันกลัววะ กูเห็นมันสู้ยิบตาทุกครั้ง แถมเก่งด้วยนะมึง มึงยังสู้มันไม่ได้เลย"
"เอออ ไอ้อวยเพื่อน กับกูเนี่ยไม่เคยมีอะไรดี กับคนอื่นดีหมดนะมึง"
"สรุปว่าพวกมึงจะตั้งหน้าตั้งตาเถียงกันให้ได้ว่างั้น"คราวนี้ผมหงุดหงิดจริงจังแล้วครับ ไอ้เตมันดูท่าทางออก รีบหยิบบุหรี่มาส่งให้
"ใจเย็นน่า เขาเรียกว่าถกปัญหากัน"ไอ้เตบอกเสียงเรียบ ไอ้พิชญ์เองก็หุบปากโดยปริยายเมื่อเห็นสีหน้าของผม ไม่นานก็มีเสียงกดกริ่งอยู่หน้าประตู
"ข้าวมาแล้วครับนาย"ลูกน้องของไอ้เตเข้ามาส่งกล่องที่แพ็กมาอย่างดีส่งให้พร้อมกับบิล ไอ้เตควักแบ้งค์สีเทาสองใบส่งให้แล้วบอกให้เอาไปแบ่งกัน
"อ่อ กินเสร็จแล้วเช็กรถให้ด้วยเดี๋ยวคิงจะออกไปข้างนอก"
"ครับ"ลูกน้องพยักหน้าหงึกหนึ่งแล้วรีบออกจากห้องไป
ไอ้พิชญ์ไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบคว้ากล่องมาแกะไม่รอไอ้เตที่ลุกไปหยิบจานกับช้อนมาให้ มันยัดใส่ปากเรียบร้อย ผมกับไอ้เตส่ายหน้ากับความมักง่ายของมัน ย้ำครับมักง่ายไม่ใช่คนง่ายๆ
