บทที่ 8 ลายเซ็นใต้คำสั่งจ่ายเงิน -1-
บทที่ 8 ลายเซ็นใต้คำสั่งจ่ายเงิน -1-
* * * -----------------------------* * *
“อย่าแตะโทรศัพท์ฉัน!”
ดาเมียนชะงัก ก่อนชักมือกลับช้า ๆ
“ผมยังไม่ได้แตะ”
“นายกำลังจะทำ”
“ผมแค่จะขอดู”
“งั้นก็ขอดี ๆ”
เอเลนาดึงโทรศัพท์เข้ามากอดไว้กับอก ท่าทางเหมือนกลัวว่าเขาจะฉวยมันไปต่อหน้าต่อตา
ดาเมียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“ขอดูหน่อยครับ คุณภรรยา”
“ไม่ให้ค่ะ คุณสามี”
เขาถอนหายใจ ส่วนเอเลนาเดินผ่านหน้าไปพร้อมโทรศัพท์ในมือ เมื่อครู่เธอยังยืนเถียงกับเขาเรื่องกฎบนประตูตู้เย็น แต่ตอนนี้เรื่องพวกนั้นถูกโยนทิ้งไปหมดแล้ว
อีเมลจากลูกาสำคัญกว่า
ออร์ฟิอุสไม่ได้เริ่มจากผม
มันเริ่มจากพ่อของคุณ
เอเลนาอ่านประโยคทั้งสองซ้ำอีกครั้งระหว่างเดินกลับห้องทำงาน เธออยากเชื่อว่าอีเมลนี้เป็นของลูกา อยากเชื่อว่าเขาเตรียมทุกอย่างไว้เพราะรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย แต่หลังจากรู้ว่าผู้ชายที่คบกันมาสองปีครึ่งถูกดาเมียนส่งมา เธอก็ไม่กล้าเชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว ต่อให้เป็นข้อความจากเจ้าบ่าวของตัวเองก็ตาม
เอเลนาเปิดโน้ตบุ๊ก ก่อนส่งอีเมลเข้าสู่บัญชีที่ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล
ดาเมียนเดินตามเข้ามา แต่หยุดอยู่ตรงประตู
“กำลังทำอะไร”
“ตรวจสอบ”
“ผมเห็น”
“งั้นจะถามทำไม”
“เผื่อคุณต้องการให้ช่วย”
เอเลนาเงยหน้าขึ้น
“นายรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันสงสัยอะไรที่สุด”
“อะไร”
“สงสัยว่าถ้าไม่มีนาย ฉันจะมีปัญหาในชีวิตน้อยลงสักกี่เรื่อง”
“น่าจะหลายเรื่อง”
คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบไปชั่วขณะ ก่อนหันกลับมาสนใจหน้าจอ
“อย่างน้อยก็ยอมรับ”
เธอเปิดรายละเอียดส่วนหัวของอีเมล ไล่ตรวจเวลาส่ง เส้นทางเซิร์ฟเวอร์ และข้อมูลที่พอใช้ตรวจสอบต้นทางได้
“คุณคิดว่าผมปลอมอีเมล?”
“ฉันยังไม่ได้พูด”
“แต่คุณคิด”
เอเลนาหันไปมองเขาตรง ๆ
“ดาเมียน นายส่งคนมาเป็นแฟนฉันโดยที่ฉันไม่รู้เรื่อง นายคิดว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ได้รับความไว้วางใจอีกเหรอ”
เขาไม่ได้ตอบ
“ถ้านายอยากให้ฉันเลิกสงสัย ก็ช่วยอย่าทำตัวให้น่าสงสัยเพิ่ม”
“ตกลง”
เธอชะงักเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะยอมง่าย ๆ ก่อนรีบหันกลับไปอ่านข้อมูลต่อ อย่างน้อยรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ก็สอดคล้องกัน อีเมลถูกตั้งส่งไว้ก่อนลูกาหายตัว และจากข้อมูลส่วนหัวที่ปรากฏ ไม่พบว่ามันถูกส่งผ่านระบบของวาเลนเต
ถึงอย่างนั้นก็ยังยืนยันไม่ได้ทั้งหมดว่าไม่มีใครแก้ไขข้อมูลมาก่อน เอเลนาจดรายละเอียดเก็บไว้ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ตรงเวลาที่แสดงบนหน้าจอ
23.43 น.
เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ เมื่อคืนก่อนวันแต่งงาน ลูกาส่งข้อความหาเธอตอนห้าทุ่มสิบแปดนาที เขาถ่ายรูปกาแฟสองแก้วมาให้ดู แล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะเจอกันที่งานแต่ง หลังจากนั้นเพียงยี่สิบห้านาที เขากลับมานั่งเตรียมอีเมลฉบับนี้ ขณะที่เธอเข้านอนด้วยความตื่นเต้นว่าจะได้แต่งงานในวันรุ่งขึ้น ลูกากำลังคิดถึงวันที่ตัวเองอาจหายตัวไป
“เอเลนา”
เธอกะพริบตาเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“อะไร”
“คุณเปิดหน้าจอค้างไว้นานแล้ว”
“ฉันกำลังอ่าน”
“ผมรู้”
เธอหันไปมองเขาอย่างหงุดหงิด ก่อนถอนหายใจออกมา
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่บอกฉัน”
ดาเมียนเงียบไป
“เมื่อคืนเขายังทำเหมือนทุกอย่างปกติ ยังมาห่วงว่าฉันจะพักผ่อนไม่พอ ทั้งที่ตัวเองกำลังมีเรื่องใหญ่ขนาดนี้”
เอเลนาก้มมองโทรศัพท์
“เขาคงคิดว่าฉันโง่มากสินะ”
“ลูกาไม่เคยคิดอย่างนั้น”
เธอเงยหน้าขึ้นทันที
“นายจะไปรู้ได้ยังไงว่าเขาคิดอะไร”
ดาเมียนสบตาเธอ
“เพราะผมรู้จักเขา”
คำตอบนั้นทำให้เอเลนาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
“ใช่สิ นายรู้จักเขามากกว่าฉันอยู่แล้วนี่”
เธอหันกลับไปที่โน้ตบุ๊ก ก่อนที่บทสนทนาจะพาเธอไปไกลกว่านี้ ใต้ข้อความสั้น ๆ ของลูกามีไฟล์แนบสามไฟล์
ไฟล์แรกเป็นตารางหมายเลขตู้สินค้า วันที่ ท่าเรือต้นทาง ปลายทาง และรหัสบริษัท ส่วนไฟล์ที่สองมีชื่อบริษัทสามแห่ง ไฟล์สุดท้ายกลับมีเพียงตัวอักษรย่อหกชื่อ
เอเลนาไล่อ่านทีละบรรทัด ก่อนหยุดตรงตัวอักษรคู่หนึ่ง
D.V.
เธอเงยหน้ามองดาเมียนโดยไม่รู้ตัว
“มีอะไร” เขาถาม
“เปล่า”
เธอก้มลงเปิดสมุดบันทึกแล้วจดตัวอักษรเหล่านั้นไว้ อักษรย่อสองตัวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นชื่อของใคร ต่อให้มันตรงกับชื่อสามีหมาด ๆ ของเธอก็ตาม แต่เธอจะไม่ลืมตรวจสอบแน่นอน
“นายรู้จักบริษัทพวกนี้ไหม”
เอเลนาอ่านรายชื่อจากไฟล์ที่สองให้เขาฟังทีละแห่ง พอถึงชื่อบริษัทแห่งที่สอง ดาเมียนก็เงียบไป เธอหันกลับมาทันที
“รู้จักใช่ไหม”
“เคยรู้จัก”
“รู้จักแบบไหน”
“บริษัทขนส่ง เลิกกิจการไปหลายปีแล้ว”
“เกี่ยวข้องกับวาเลนเตหรือเปล่า”
ดาเมียนขยับเข้ามาอีกก้าว
“เคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ”
เอเลนายกมือห้าม
“พอ ๆ ฉันไม่อยากฟังศัพท์นักธุรกิจแล้ว”
“คุณถามเอง”
“ฉันถามว่าบริษัทนี้เกี่ยวกับวาเลนเตไหม นายตอบแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่ก็พอ!”
“ใช่”
“เห็นไหม ง่ายจะตาย”
เธอรีบเปิดคลังข่าวเก่า ค้นชื่อบริษัททั้งสามแห่งตาม ลำดับ แห่งแรกแทบไม่มีอะไรน่าสนใจ นอกจากข่าวการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเมื่อหลายปีก่อน ส่วนแห่งที่สองมีข้อมูลน้อยจน
น่าสงสัยว่าบริษัทเคยดำเนินกิจการจริงหรือเปล่า
แต่ทันทีที่ค้นชื่อแห่งที่สาม เอเลนาก็หยุดมือ
โลโก้สีเข้มข้างชื่อบริษัททำให้เธอรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด เธอขยายภาพ ก่อนความทรงจำเก่า ๆ จะค่อย ๆ กลับมา
โต๊ะอาหารในบ้านหลังเดิม พ่อของเธอกำลังกางแฟ้มเอกสารเต็มโต๊ะ ข้างตัวมีแก้วกาแฟที่แม่บ่นว่าจะเอาไปล้างตั้งแต่เช้า แต่จนถึงตอนเย็นก็ยังไม่ได้แตะ
“พ่อ!”
อันโตนิโอเงยหน้าจากเอกสาร
“ว่าไง เจ้าหญิง”
“หนูจะกินข้าว”
“ก็กินสิ”
เอเลนามองกองกระดาษที่กินพื้นที่แทบทั้งโต๊ะ
“ตรงไหน!”
พ่อขยับแฟ้มให้ประมาณหนึ่งคืบ
“พอหรือยัง”
“พ่อ!”
อันโตนิโอหัวเราะ ก่อนยอมรวบแฟ้มไปกองไว้ข้างตัว วันนั้นแม่บ่นจนเขาต้องรับปากว่าจะไม่เอางานมากางบนโต๊ะอาหารอีก แต่รุ่งขึ้นเอเลนาก็ยังเห็นแฟ้มกองเดิมอยู่ที่เดิม
หนึ่งในนั้นมีโลโก้นี้ติดอยู่บนปก เธอจำได้ว่าพ่อเคยบอก บริษัทที่ไม่มีใครรู้จักบางแห่งกลับมีเงินหมุนเวียนมากกว่าธุรกิจใหญ่ ๆ เสียอีก ตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจนัก มัวแต่แย่งกาแฟพ่อดื่มจนถูกบ่นว่าทำไมไม่ชงเอง
“เอเลนา?”
เสียงดาเมียนดึงเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน
“พ่อฉันเคยตรวจสอบบริษัทนี้”
“แน่ใจ?”
“ฉันจำโลโก้ได้”
เธอรีบพิมพ์ชื่อบริษัทใหม่ คราวนี้เพิ่มชื่อพ่อเข้าไปด้วย ผลการค้นหาปรากฏขึ้นหลายรายการ
อันโตนิโอ มาริโน
