บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 แฟ้มที่ทำให้คนตาย

บทที่ 4 แฟ้มที่ทำให้คนตาย

--------------------------------------------------------------

“เปิดมัน”

เอเลนาวางโทรศัพท์ของดาเมียนลงบนโต๊ะกลางห้องรับรอง ก่อนเลื่อนเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเขา

ชื่อไฟล์บนหน้าจอยังคงเด่นหรา

ออร์ฟิอุส ORPHEUS

“ผมบอกแล้วว่ายังไม่ใช่เวลา”

“แล้วเวลาไหนล่ะ” เธอเงยหน้าขึ้น “หลังจากเจ้าบ่าวฉันถูกฆ่า หรือหลังจากมีคนถือปืนบุกเข้ามาถึงห้องนอนฉันสำเร็จ”

“เอเลนา”

“อย่าเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้น!”

ดาเมียนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่งฝั่งตรงข้าม

“ถ้าคุณเห็นข้อมูลบางอย่างในนี้ คุณจะถอนตัวไม่ได้ง่าย ๆ”

เอเลนาถึงกับหัวเราะ

“นี่นายคิดว่าฉันยังถอนตัวได้อีกเหรอ เจ้าบ่าวฉันหายตัวไปในวันแต่งงาน มีคนตามฆ่าเขา แล้วนายยังจะมาถามว่าฉันอยากถอนตัวหรือเปล่า!”

เธอเอื้อมมือแตะชื่อไฟล์ทันที ช่องใส่รหัสปรากฏขึ้น

“ปลดล็อก”

“ผมยังไม่อนุญาต”

เอเลนาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ”

ดาเมียนดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเลือกใช้คำผิด แต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ไม่อนุญาต?” เธอทวน “เยี่ยม! งั้นฉันจะโทรหานักข่าวทุกคนที่รู้จัก บอกว่าดาเมียน วาเลนเตกำลังกักตัวคู่หมั้นของฉันเอาไว้ แถมยังมีแฟ้มลับที่ไม่ยอมให้ใครตรวจสอบด้วย”

เธอหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาจริง ๆ

“อย่าทำอะไรโง่ ๆ”

“อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ส่งคนไปแอบเฝ้าชีวิตคนอื่นเป็นปี ๆ แล้วเรียกว่าการดูแล”

ดาเมียนหรี่ตา

“นี่คุณกำลังขู่ผม?”

“เปล่า กำลังแสดงให้นายเห็นว่าฉันเองก็สร้างปัญหาเก่งเหมือนกัน”

ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่ง ก่อนดาเมียนจะยื่นมือออกมา

“เอาโทรศัพท์มา”

“เครื่องไหน”

“เครื่องผม”

“นึกว่าจะยึดเครื่องฉันเสียอีก”

“อย่าท้าทาย”

“ก็ลองสิ”

ดาเมียนถอนหายใจ เขารับโทรศัพท์กลับไปสแกนลายนิ้วมือ ก่อนกรอกรหัสอีกชุด

หน้าจอเปลี่ยนเป็นรายการเอกสารหลายสิบรายการ

“ผมจะเปิดเฉพาะส่วนที่คุณจำเป็นต้องเห็น”

เอเลนาอ้าปากเตรียมเถียง แต่เขาพูดดักขึ้นเสียก่อน

“และถ้าคุณยังขู่จะโทรหานักข่าว ผมจะเริ่มเสียใจที่สมัยเรียนเคยสอนคุณใช้โปรแกรมค้นข้อมูล”

เธอเลิกคิ้ว

“สายไปแล้วค่ะ อาจารย์”

ครั้งนี้มุมปากดาเมียนขยับเล็กน้อย แต่ทันทีที่เอกสารหน้าแรกปรากฏ รอยยิ้มนั้นก็หายไปจากใบหน้าของทั้งคู่

เอเลนาดึงกระดาษโน้ตของโรงแรมมาหนึ่งแผ่น ขีดเส้นแบ่งครึ่ง แล้วเขียนหัวข้อสองฝั่ง

ยืนยันแล้ว — ต้องตรวจ

“ทำอะไร”

“งานของฉัน”

เธอไม่เงยหน้าตอบ

ตอนเด็กพ่อเคยชอบบังคับให้เธอแยกสิ่งที่รู้จริงออกจากสิ่งที่คิดเอาเอง เอเลนาเคยบ่นว่าทำแบบนั้นเสียเวลา จนครั้งหนึ่งเธอเขียนรายงานส่งอาจารย์โดยอาศัยข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ผลคือถูกเรียกไปแก้งานใหม่ทั้งหมด

วันนั้นพ่อไม่ได้ดุด้วยซ้ำ แค่ยื่นกระดาษเปล่าให้เธออีกแผ่นแล้วบอกให้เริ่มใหม่

ตอนนี้เธออยากให้พ่อยังอยู่ตรงนี้เหลือเกิน

“หน้าแรกเป็นเส้นทางเงิน” ดาเมียนพูด

เอเลนาตั้งสติแล้วก้มลงอ่าน

บริษัทขนส่ง ร้านอาหาร โรงแรม และบริษัทบริการหลายแห่งในซานเวโรเชื่อมโยงกันผ่านบัญชีต่างประเทศ เงินจำนวนมหาศาลถูกแบ่งโอนเป็นยอดเล็ก ๆ ก่อนย้อนกลับเข้าสู่ธุรกิจเหล่านั้น

“ฟอกเงิน?”

“บางส่วน”

“หมายความว่ายังไง”

“เงินไม่ใช่สินค้าอย่างเดียวที่พวกมันขนส่ง”

ดาเมียนเปิดเอกสารถัดไป คราวนี้เป็นรายการตู้สินค้า หมายเลขเรือ วันเข้าออกท่า และปลายทาง เอเลนาไล่สายตาตามตาราง ก่อนหยุดอยู่ที่รายการหนึ่ง

“เดี๋ยวนะ หมายเลขตู้เดียวกัน ทำไมเอกสารสองฉบับถึงระบุสินค้าคนละอย่าง”

“ฉบับหนึ่งใช้ยื่นศุลกากร”

“แล้วอีกฉบับ?”

“รายการสินค้าจริง”

เอเลนาเปิดหน้าถัดไปด้วยตัวเอง รอยยิ้มประชดประชันที่ติดอยู่บนใบหน้าเธอหายไปทันที

ในเอกสารมีรหัสแทนชื่อคน อายุ สัญชาติ และวันที่ถูกเคลื่อนย้าย บางรายการระบุอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ

เธออ่านซ้ำ ก่อนเงยหน้ามองดาเมียน

“ค้ามนุษย์?”

เขาพยักหน้า

เอเลนาก้มกลับไปอ่านอีกครั้ง คราวนี้ช้ากว่าเดิม ตัวเลขที่เห็นไม่ใช่แค่รายการในแฟ้มข่าว แต่หมายถึงคนจริง ๆ ที่อาจกำลังถูกขังอยู่ที่ไหนสักแห่ง และครอบครัวของพวกเขาอาจยังเฝ้ารอให้กลับบ้าน

“นี่เป็นธุรกิจของนาย?”

คำถามหลุดออกมาเร็วกว่าที่ตั้งใจ

ดาเมียนสบตาเธอ

“เส้นทางบางส่วนเคยผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวาเลนเต”

“เคย?”

“ใช่”

“เมื่อไร”

“เรื่องนั้นค่อนข้างยาว”

เอเลนาวางปากกาดังปึก

“ถ้านายตอบว่าไว้เล่าวันหลังอีกครั้ง ฉันจะเอาโทรศัพท์ฟาดหัวนายจริง ๆ!”

“ผมยังไม่ได้พูดสักคำ”

“แต่หน้าตานายกำลังจะพูด”

เขาเหลือบมองปากกาในมือเธอ

“ช่วยวางอาวุธก่อน”

“ตอบมา”

“ผมจะตอบ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างในคืนนี้”

เอเลนาจ้องเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนก้มลงเขียน

วาเลนเตเกี่ยวข้องกับเส้นทาง — ช่วงเวลายังไม่ชัด

“ฉันจะตรวจสอบเอง”

“ผมไม่ได้ห้าม”

“ดี เพราะถึงห้ามก็ไม่มีประโยชน์”

เธอพลิกเอกสารต่อ

“แล้วลูกาขโมยข้อมูลพวกนี้ไปทำไม”

“เขาคิดว่าข้อมูลบางส่วนกำลังถูกปิดบัง”

“โดยนาย?”

ดาเมียนเงียบ

เอเลนาหยุดพลิกเอกสาร

“ดาเมียน ฉันถามว่าเขาไม่ไว้ใจนายใช่ไหม”

“ผมไม่ได้บอกอย่างนั้น”

“แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ”

เธอเขียนคำถามเพิ่มลงบนกระดาษ ก่อนเปิดเอกสารหน้าถัดไป ครั้งนี้เป็นรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศุลกากร เจ้าหน้าที่ท่าเรือ และคนในฝ่ายบริหารของเมือง แต่ละชื่อมีวันที่รับเงิน จำนวนเงิน และรหัสอ้างอิงกำกับไว้

เอเลนาขมวดคิ้ว

“นี่มันบัญชีสินบน!”

“ส่วนใหญ่”

“เงินมาจากใคร”

ดาเมียนแตะคอลัมน์ด้านขวา

ชื่อเดียวปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ORSINI

เอเลนาอ่านชื่อ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“ออร์ซินีที่ส่งคนถือปืนมางานแต่งฉัน?”

“ผมยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเขาเป็นคนสั่ง แต่คนพวกนั้นใช้วิธีเดียวกับกลุ่มของเขา”

เธอก้มลงจดข้อมูล

“แล้วพวกนั้นต้องการอะไรจากฉัน”

“สิ่งที่ลูกาขโมยออกไป”

“แต่ฉันไม่มี!”

“คุณแน่ใจ?”

เอเลนาชะงัก ก่อนเงยหน้ามองเขา

“นายกำลังกล่าวหาว่าฉันโกหก?”

“ผมกำลังถามว่าคุณแน่ใจหรือเปล่า”

“ถ้ามีแฟ้มลับของมาเฟียอยู่ในกระเป๋า ฉันคงรู้ตัว!”

“แล้วถ้าลูกาไม่ได้บอกคุณล่ะ”

คำตอบนั้นทำให้เอเลนาเงียบไปทันที

ดาเมียนมองเธอ ก่อนพูดต่อ

“ถ้าเขารู้ว่าตัวเองกำลังถูกตาม เขาอาจฝากบางอย่างไว้กับคุณโดยไม่บอก อาจเป็นเอกสารหรืออุปกรณ์เก็บข้อมูล”

เอเลนาพยายามนึกถึงของทุกชิ้นที่ลูกาเคยนำมาไว้ในห้อง

หนังสือ กระเป๋า เอกสาร กุญแจ...

ตลอดสองปีครึ่ง เขาเข้าออกห้องของเธอนับครั้งไม่ถ้วน!

ความคิดนั้นทำให้เธอรู้สึกแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ลูกาคงไม่ทำแบบนั้น”

ดาเมียนไม่ได้ตอบ

“ฉันบอกว่าเขาคงไม่ทำ!”

“ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”

เอเลนาหันหน้าหนี เมื่อเช้าเธอยังมั่นใจว่ารู้จักลูกาดีกว่าใคร แต่ตอนนี้กลับไม่กล้ารับรองแม้กระทั่งว่าเขาเคยฝากอะไรไว้ในห้องของเธอบ้าง

เธอก้มลงเขียนอีกบรรทัด

สิ่งของที่ลูกาฝากไว้ — ต้องตรวจ

“ถ้าเขาฝากไว้จริง แล้วออร์ซินีรู้ได้ยังไงว่าต้องมาหาฉัน”

ดาเมียนเปิดข้อมูลอีกชุด

“มีคนค้นประวัติของคุณมากผิดปกติ หลังลูกาเอาข้อมูลออกจากระบบ”

หน้าจอปรากฏรายการเข้าถึงฐานข้อมูล ทั้งที่อยู่ ตารางงาน เส้นทางเดินทาง และรายละเอียดงานแต่งของเธอ

เอเลนาขยับเข้ามาใกล้

“นานแค่ไหน”

“อย่างน้อยห้าวัน”

เธอหยุดอ่าน ก่อนหันไปมองเขาช้า ๆ

“ห้าวัน?”

“ใช่”

“นายรู้ว่ามีคนกำลังตามฉันมาตั้งห้าวัน?”

ดาเมียนไม่ตอบทันที

“แล้วทำไมถึงเพิ่งโผล่มาวันนี้!”

“เอเลนา...”

“อย่ามาเอเลนา! เมื่อคืนฉันยังคุยกับลูกาเรื่องงานแต่งอยู่เลย ถ้านายรู้ว่าฉันตกอยู่ในอันตราย ทำไมไม่เตือนกันสักคำ!”

ดาเมียนวางโทรศัพท์ลง

“เรื่องนั้นผมจะอธิบาย”

“เมื่อไร”

เขาเงียบ

เอเลนามองหน้าเขา ก่อนหัวเราะออกมาอย่างหมดความอดทน

“เข้าใจแล้ว”

เธอก้มลงขีดเส้นใต้คำว่า ห้าวัน บนกระดาษแรงจนปลายปากกาเกือบทะลุ

“นายก็อยู่ในฝั่งต้องตรวจเหมือนกัน”

ดาเมียนมองข้อความนั้น แต่ไม่พูดอะไร

เอเลนาพยายามระงับอารมณ์แล้วกลับไปสนใจเอกสาร เธอเลื่อนรายชื่อเจ้าหน้าที่ลงมาเรื่อย ๆ กระทั่งสะดุดกับข้อมูลของตำรวจคนหนึ่ง

เดี๋ยวนะ...ชื่อนี้คุ้น ๆ

เธอหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา เปิดประวัติสายเมื่อเช้า แล้วกดดูหมายเลขที่ติดต่อมาเรื่องรถของลูกา จากนั้นหันกลับไปตรวจข้อมูลติดต่อในแฟ้มออร์ฟิอุส

ตัวเลขตรงกัน! เอเลนารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

เธอรีบขยายข้อมูลของเจ้าหน้าที่คนนั้น ข้างชื่อมีประวัติการรับเงินหลายครั้ง พร้อมวันที่และจำนวนเงิน ส่วนช่องผู้จ่ายระบุชัดเจน

ORSINI

“ดาเมียน!”

เสียงของเธอทำให้เขาเงยหน้าขึ้นทันที

เอเลนายื่นโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องไปตรงหน้า

“ดูนี่ คนเดียวกันใช่ไหม!”

ดาเมียนรับไปตรวจ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“ใช่”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้เอเลนารู้สึกเหมือนเลือดในตัวเย็นลง ตำรวจคนนี้เป็นคนโทรมาบอกเรื่องรถของลูกา เป็นคนที่รู้ว่ามีเลือดอยู่บนเบาะ และยังเป็นคนที่ขอให้เธอเดินทางไปให้ข้อมูลที่สถานี!

เอเลนาดึงโทรศัพท์กลับ ก่อนอ่านประวัติการรับเงินอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ดูผิด แต่ชื่อและหมายเลขทุกอย่างตรงกัน เธอเงยหน้ามองดาเมียน

“นายรู้หรือเปล่าว่าตำรวจคนนี้เป็นคนโทรหาฉันเมื่อเช้า”

“ผมเพิ่งรู้ตอนนี้”

เอเลนากำโทรศัพท์แน่น ตอนที่เธอแทบเสียสติเพราะ

ลูกาหายตัวไป เธอกลับกำลังพูดคุยกับคนที่มีชื่ออยู่ในบัญชี

รับเงินของออร์ซินี!

แถมยังรับปากว่าจะเดินทางไปพบเขาที่สถานีตำรวจอีกด้วย

เธอก้มมองกระดาษโน้ต ก่อนขีดชื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นลงไปด้วยมือที่เริ่มสั่น

ตำรวจที่ดูแลคดีลูกา — คนของออร์ซินี?

เอเลนานึกถึงคำพูดสุดท้ายของตำรวจขึ้นมาได้ทันที ขอให้คุณอย่าเข้าไปพื้นที่ท่าเรือเองนะครับ

ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเป็นห่วงความปลอดภัย

แต่ตอนนี้...เอเลนาเงยหน้ามองดาเมียน

“ถ้าฉันไปสถานีตำรวจตามที่เขาบอกเมื่อเช้า นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel