10 ต้อนรับ
“ว่างครับ ผมว่างตลอด” ฉัตรกล้าดีใจและไม่คิดเลยว่าพี่ณิชาจะเป็นกันเองกับเขามากขนาดนี้
“แล้วอยากกินอะไรล่ะ”
“ผมแล้วแต่พี่ณิชา พี่อยากพาผมไปกินร้านไหนผมกินได้ทุกอย่าง”
“ถ้างั้นไปร้านใกล้ๆ นี้แล้วกันนะ จะกล้าจะได้มีเวลาจัดของมากขึ้นส่วนร้านอื่นเดี๋ยวพี่ค่อยพาไปวันหลัง”
“ขอบคุณครับพี่ณิชา”
“พี่ขอตัวก่อนนะซักหกโมงครึ่งโมงเจอกันที่หน้าหอพักนะ”
“ได้ครับ” ฉัตรกล้ายิ้มหน้าบานไม่คิดเลยว่าการได้เจอพี่ณิชาวันแรกเขาก็จะได้ไปทานข้าวเย็นกับเธอแล้ว
ชายหนุ่มรู้สึกดีพี่ณิชาที่พี่ณิชายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ ถึงแม้เธอจะจำหน้าเขาไม่ได้ก็ตาม แต่จากนี้เขาจะต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสายตาของพี่ณิชาตลอด ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้นเรื่องอายุห่างกันสองปีไม่ใช่ปัญหาอีกทั้งเรื่องดวงกินผัวที่เสกสรรบอกมันก็ไม่ได้อยู่ในความคิดเขาเลย
ฉัตรกล้าเก็บของใช้เข้าที่แต่เขาลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองไม่ได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องนอนมาเพราะคิดว่าที่นี่น่าจะเหมือนกับการเข้าพักที่โรงแรม
“ตายห่าละแล้วคืนนี้จะนอนยังไงวะ”
เขามองนาฬิกาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดกับพี่ณิชาแล้วเขาไม่อยากผิดนัดกับเธอเลย
ชายหนุ่มเลยคิดว่าหลังจากทานอาหารเสร็จเขาจะชวนพี่ณิชาไปช่วยซื้อเครื่องนอนที่ห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่คืนแรกอาจจะทนนอนทั้งที่ยังไม่ได้ซักไปแบบนั้นก่อนแล้วค่อยเอาลงไปจ้างร้านซักรีดที่พี่ณิชาบอก
ร้านอาหารที่ณิชาภาชวนฉัตรกล้ามาทานเป็นร้านอาหารไม่ใหญ่มากมีโต๊ะนั่งไม่ถึง 10 โต๊ะ บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเองเหมือนการรับประทานอาหารในบ้าน
“กล้าอยากกินอะไรบ้าง” ณิชาภาส่งเมนูให้หนุ่มรุ่นน้อง
“พี่สั่งครับผมกินได้ทุกอย่าง”
“กินเผ็ดได้ไหม”
“พอได้ครับ”
“ถ้างั้นเอาเป็นห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ผัดคะน้าน้ำมันหอย ต้มยำกุ้งน้ำข้นและยำผักบุ้งกรอบสี่อย่างพอไหม”
“พอครับ”
“พี่ณิชามากินร้านนี้บ่อยเหรอครับ”
“ก็ค่อนข้างบ่อยนะ ที่นี่อาหารอร่อยราคาไม่ค่อยแพงเท่าไหร่”
ฉัตรกล้าพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่คิดเลยว่าพี่ณิชาจะพูดจาเป็นกันเองกับเขาแบบนี้
ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าที่เธอทำแบบนี้เพราะเห็นเขาเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าหรือเขาเป็นผู้เข้าพักคนใหม่ แต่เขาไม่สนใจหรอก ขอแค่ได้อยู่ใกล้และได้เห็นรอยยิ้มของพี่ณิชาแบบนี้ก็ดีมาแล้ว
“เป็นไงบ้างของที่เอามาครบไหม” ณิชาภาถามราวกับเข้ามานั่งอยู่ในใจของฉัตรกล้า
“ตอนแรกผมก็ว่าคบกับพี่”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“ผมคงชินกับการไปพักโรงแรมก็เลยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์เครื่องนอนมาเลย” เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปจริงๆ เพราะนี่เป็นการออกมาอยู่หอพักแบบนี้เป็นครั้งแรก
“แล้วคืนนี้จะนอนยังไงล่ะ ที่ห้องพี่พอมีถ้าไม่รังเกียจก็เอาของพี่ไปใช้ก่อนก็ได้ ส่วนของที่ซื้อก็เอาไปให้ร้านซักรีดบอกเขาว่ารีบใช้ วันเดียวก็น่าจะได้นะ”
“ผมเกรงใจพี่จัง”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกกล้าเป็นทั้งรุ่นน้องที่โรงเรียนแล้วยังเป็นคนมาเช่าห้องของพี่ด้วย พี่สิต้องเกรงใจที่ไม่บอกแต่แรกว่าต้องเตรียมอะไรมาบ้าง”
“ขอบคุณครับพี่” ฉัตรกล้ากล่าวขอบคุณจากนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี
ทั้งสองใช้เวลาทานอาหารค่อนข้างนานเพราะทานไปด้วยคุยไปด้วยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องในโรงเรียนเก่า ซึ่งไม่ว่าณิชาภาจะเล่าเรื่องอะไรฉัตรกล้าก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวของหญิงสาวไปเสียทุกอย่างทั้งที่อยู่โรงเรียนนั้นแค่หนึ่งปี
“พี่ไม่รีบไปไหนใช่ไหมครับ”
“ไม่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่า”
“ผมว่าจะชวนพี่ไปช่วยซื้อของหน่อยครับ ผมไม่รู้ว่าต้องใช้ผ้าปูที่นอนขนาด”
“ไปได้สิเดี๋ยวซื้อแล้วขากลับก็เอาไปไว้ที่ร้านซักรีดเลยก็ได้ บอกเขาว่ารีบใช้วันเดียวก็น่าจะได้”
ฉัตรกล้าใช้เวลาขับรถจากร้านอาหารมาอย่างห้างสรรพสินค้าไม่ถึงสิบนาทีเพราะระยะทางมันไม่ได้ไกลมากอีกทั้งรถก็ไม่ได้ติดเหมือนตอนที่อยู่กรุงเทพ
เมื่อได้ชุดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนและผ้าห่มแล้วฉัตรกล้าก็ซื้อของใช้จำเป็นเพิ่มอีกนิดหน่อยจากนั้นก็แวะซื้อของกินไปใส่ตู้เย็น เอาไว้สำหรับหิวยามดึกหรือไม่ก็ทานก่อนก่อนไปทำงานในตอนเช้า
“ป่านนี้ร้านซักรีดคงปิดแล้ว พี่ว่ากล้าของที่จะส่งซักไว้ในรถนี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยขับรถวนออกไปที่ร้านตอนเช้าก็ได้ ส่วนของพวกนี้เราช่วยกันถือก็น่าจะไหว กล้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอารถมาเก็บ” ณิชาภาบอกเพราะถ้าต้องขับรถเอาของไปเก็บที่หอแล้วเอารถมาเก็บก็กลัวว่าชายหนุ่มจะเสียเวลา
เขาทำตามที่พี่ณิชาบอกเพราะของที่ซื้อมามันก็ไม่ได้เยอะมาก อีกอย่างถ้าเขาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถเขาก็จะได้ยืดระยะเวลาคุยกับพี่ณิชาอีกนิดระหว่างที่เดินจากลาดจอดรถมายังหอพัก
“บันไดตรงนี้เอาไว้ขึ้นห้องพี่ณิชาเหรอครับ” ฉัตรกล้าถามเมื่อเดินผ่านด้านหลังแล้วเห็นมันได้บริเวณบันไดหนีไฟซึ่งมีลูกกรงปิดอีกชั้น
“ค่ะบันไดตรงนี้จะขึ้นห้องพี่ ส่วนถัดไปตรงนั้นจะเป็นบันไดหนีไฟของคนที่พักอยู่ในหอน่ะแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครขึ้นด้านนี้หรอกเพราะทางมันค่อนข้างแคบ”
“ผมส่งพี่ณิชาตรงนี้เลยก็ได้นะครับ ขอบคุณมากที่พาไปเลี้ยงข้าวนะครับ” เขาหยุดตรงบันไดด้านหลังหอพัก
“ไม่เป็นไร ขาดเหลืออะไรก็บอกนะ”
ณิชาภาส่งถุงของใช้ให้กับฉัตรกล้าก่อนที่ตนเองจะเดินขึ้นบันไดหนีไฟ
ฉัตรกล้าอ้อมด้านหน้าและขึ้นตรงก็ขึ้นไปยังห้องพักของตัวเอง แล้วเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่ณิชายังไม่ได้เอาอุปกรณ์เครื่องนอนให้เขาเลยชายหนุ่มโทรไปหารอสักพักพี่ณิชาก็กดรับ
“พี่ณิชาครับผมมีเรื่องรบกวนพี่”
“พี่ก็ว่าจะโทรหากล้าอยู่พอดีเลย เรื่องเครื่องนอนใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“เดี๋ยวกล้าเปิดประตูออกมาแล้วเดินมาด้านขวาสุดนะพี่จะเอาของให้”
“ได้ครับ”
ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาแล้วเดินไปยังด้านขวาสุดซึ่งตอนนี้พี่ณิชายืนรออยู่แล้ว
“ขอบคุณครับพี่ วันนี้ผมรบกวนพี่เยอะเหลือเกิน”
“ไม่เป็นไรหรอกการย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ”
“คุณเช่าคนอื่นเขารบกวนพี่เยอะขนาดนี้ไหม”
“มันก็มีบ้าง กล้าเป็นผู้ชายของพวกนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมที่เข้าใจ
“ถ้างั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ”
เมื่อชายหนุ่มเดินกลับไปแล้วณิชาภาก็ปิดประตูห้องแล้วล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ปกติเธอไม่ค่อยเปิดประตูนี้ต้อนรับใครเท่าไหร่แต่วันนี้ขี้เกียจเดินอ้อมเอาของใช้ไปให้ฉัตรกล้าข้างหน้าก็เลยเลือกที่จะเปิดออก
หญิงสาวจัดการกับธุระส่วนตัวของตนเองแล้วก็นั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของหอพักของหอพักและร้านทำผม
ถึงแม้จะบันทึกทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วแต่คนรอบคอบอย่างณิชาภาก็จะจดสรุปยอดทั้งหมดไว้ในสมุดอีกครั้ง เพราะมันเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่คอมพิวเตอร์เธอมีปัญหาทำให้ข้อมูลบางอย่างมันหายไป จากนั้นหญิงสาวหรือยอมเสียเวลาอีกนิดบันทึกทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์และสรุปยอดตัวเลขไว้ในสมุด
เมื่อชัดดาวน์คอมพิวเตอร์แล้วก็เอาสมุดบัญชีเก็บใน ใส่ลิ้นชักซึ่งในนั้นมีอัลบั้มรูปตั้งแต่สมัยเรียนรวมอยู่ด้วย