บทที่ 1.1
“เพราะโลกปัจจุบันอันแสนวุ่นวาย ทั้งยังเต็มไปด้วยการแก่งแย่ง หลายคนจึงโหยหาอดีต เห็นได้ชัดจากยอดขายและยอดการเข้าชมเว็บนิยายย้อนอดีตมากมาย เมื่อเล็งเห็นโอกาส ‘เทียนอวี้’ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเกมคอมพิวเตอร์ และ Snow White นักเขียนนิยายชื่อดัง จึงร่วมมือกันคิดค้นวิวัฒนาการใหม่ขึ้น ภายใต้ชื่อของบริษัทเกมอันดับหนึ่งของจีน
‘โพรเจคซวงเสวี่ยเชียนเหนียน ’
โลกเสมือนจริงที่ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนนอนหลับฝันตื่นหนึ่ง โดยตัวละครต่างๆ จะถูกสมมุติขึ้น และผู้เล่นสามารถกำหนดให้ตัวเองเล่นเป็นตัวละครตัวไหนก็ได้
หลังจากเทียนอวี้แถลงข่าวเรื่องนี้ ทั้งนักข่าวและผู้คนก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งยังหวังว่าโพรเจคนี้จะถูกปล่อยออกมาโดยเร็ว”
เสียงอ่านข่าวด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่กำลังกินพิซซ่าหันมาสนใจ ดังนั้นเทียนอวี้จึงได้แต่หงุดหงิด “นี่จะไม่สนใจกันจริงๆ เหรอ”
“ฉันไม่ว่าง” เฟิงเย่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปากก็เคี้ยวพิซซ่าไปพลาง “นายก็รู้ว่าช่วงนี้ฉันงานยุ่งจะตาย”
“แต่ฉันอยากให้เธอลองเล่นจริงๆ นะ มีแต่เธอที่ฉันเชื่อใจ”
“ฉันไม่ชอบนิยายของ Snow White นายก็รู้ ยัยนั่นน่ะถึงจะสำนวนดีแต่โรคจิต ชอบเขียนตอนจบทำร้ายจิตใจคนอ่าน โดยเฉพาะสายสุขนิยมอย่างฉัน”
“ก็เพราะอย่างนี้ฉันถึงอยากให้เธอลองเล่นแล้วบอกทีว่ามีอะไรที่ต้องแก้”
“ฉันมีอคติ!” เฟิงเย่ถลึงตาใส่เพื่อนรัก “นายเข้าใจมั้ยอคติน่ะ เพราะไม่ชอบสไตล์การเขียนของนักเขียน ดังนั้นฉันเลยคิดว่าตัวเองต้องมีอคติแน่นอน”
“แต่คราวนี้ฉันมั่นใจนะว่าเธอต้องชอบ เรื่องนี้ไม่เหมือนนิยายทุกเรื่องที่ Snow White เคยเขียน”
“ทำไมถึงไม่เหมือน”
“เพราะฉันเขียนโครงเรื่องให้เขาไง”
“เอ๋ นายเนี่ยนะ”
เมื่อเห็นเพื่อนรักเริ่มหันมาให้ความสนใจ เทียนอวี้จึงรีบยกรายละเอียดมาให้ดูถึงโต๊ะ มือหนึ่งผลักกล่องพิซซ่าไปด้านข้าง ส่วนอีกมือก็ยัดรายละเอียดให้หญิงสาว ทั้งยังพยายามโน้มน้าวให้เฟิงเย่ลองเข้าไปเล่น
“นี่เป็นเกมกึ่งนิยาย คนที่ชอบอ่านนิยายก็จะรู้สึกเหมือนกำลังดูซีรี่ส์ ส่วนคนที่ชอบเล่นเกมก็สามารถเลือกเข้าไปผจญภัยได้ ของเธอฉันตั้งค่าทั้งสองแบบ ทั้งได้ดูซีรี่ส์ไปด้วยตามล่าหากุญแจในการกลับมาพร้อมๆ กัน หนึ่งแถมหนึ่งไง”
“แล้วทำไมไม่ทดลองด้วยตัวเอง” เฟิงเย่หรี่ตาอย่างไม่ไว้ใจ นึกสงสัยว่าทำไมเขาดูกระตือรือร้นผิดปกติ
“เจ้าของผลงานจะไปหาข้อบกพร่องของตัวเองเจอได้ยังไง ถึงเจอก็อาจเข้าข้างตัวเอง เธอก็รู้”
นั่นเป็นคำตอบที่เฟิงเย่เถียงไม่ออก “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน เป็นคนอื่นที่บริษัทก็ได้นี่ ยังไงฉันก็เป็นคนนอก”
“เธอมีหุ้นส่วนในบริษัทตั้งสิบเปอร์เซ็นต์ กล้าเรียกตัวเองว่าคนนอก เธอไม่รู้สึกผิดต่อเงินที่เข้าบัญชีครั้งละหลายสิบล้านหยวนเลยเหรอไง”
เฟิงเย่แทบสำลักกับคำจิกกัดของเพื่อน
“นี่เป็นโพรเจคแรกที่ฉันร่วมมือกับพี่ชายของเธอ ฉันก็อยากให้ออกมาเพอร์เฟคที่สุด อีกอย่างให้ทายว่าพระเอกเรื่องนี้ฉันใช้ใครเป็นต้นแบบ”
“ใคร”
“หรือว่า...วิลเลี่ยม หวง พระเอกฉายาหล่อยันเงาคนนั้น” เฟิงเย่เริ่มสนอกสนใจจริงจังขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้กำลังติดละครเย็นที่มี วิลเลี่ยม หวง เล่นเป็นตัวเอก
เทียนอวี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันรู้ว่าแกต้องสนใจขึ้นมาถ้าพูดถึงพระเอก”
“แล้วนางเอกละ”
“มีที่ไหนกัน แกไม่รู้จักฉันหรือไง”
เฟิงเย่หัวเราะดังลั่น “ฉันก็ว่างั้น ฮ่าๆ ถามหานางเอกกับนาย ไม่สู้ฉันถามหานายเอกดีกว่า”
เรื่องที่เทียนอวี้ชอบผู้ชายด้วยกันไม่ใช่ความลับระหว่างคนทั้งสอง ดังนั้นแน่นอนว่าโพรเจคนี้ต้องเป็นโพรเจควาย ถึงอย่างนั้นแม้เรื่องนี้เปิดกว้างขึ้นมาก แต่เทียนอวี้ก็ไม่เคยเปิดเผยกับคนอื่นมาก่อน เหตุผลลึกๆ เฟิงเย่รู้ดีแต่ไม่เคยพูดออกมา
“เทียนอวี้”
“หืม”
“ในนั้นมีพี่อยู่ด้วยใช่มั้ย” เฟิงเย่เอ่ยถามเขาเสียงเบา
“นี่แหละประโยชน์ของโพรเจคนี้” เทียนอวี้หัวเราะเสียงขื่น “ดูให้หน่อยได้ไหมว่าฉันในนั้นเป็นยังไง แล้วพี่ชายเธอดีกับฉันมากมั้ย”
สองคนเงียบไปครู่ใหญ่จากนั้นเทียนอวี้ก็ทำลายบรรยากาศแปลกๆ ลงด้วยตัวเอง “ยังมี...ฉันอยากให้เธอช่วยดูให้หน่อยว่าตอนจบยัย Snow White เขียนให้ใครได้อยู่กับพี่ชายเธอกันแน่”