ตอนที่4 ผู้ชายที่ต้องหมั้นหมายด้วย
สุดท้ายเเล้วมิ่งขวัญก็สามารถเอาตัวรอดจากเสือร้ายมาได้ เธอไล่เขากลับ น้ำเสียงนั้นดุดันเหมือนเขาเป็นตัวอะไรสักอย่าง ที่เธอรังเกียจมาก คัลเลนมองมิ่งขวัญด้วยดวงตาเทาหม่นของเขา เด็กคนนี้ กล้ามาไล่เหมือนเขาเป็นพวกแมลงสาบได้ยังไง ปล่อยไปเเล้วเเท้ๆ หรืออยากให้เขาโมโหเธอกัน
"อย่าเสียงดังได้ไหมวะ หนวกหู"
"ทำไมไม่กลับสักทีล่ะคะ มิ่งง่วง จะนอนเเล้ว"
คัลเลนนั่งสบายใจอยู่บนโซฟา เขาเช็คมือถือตอบกลับข้อความกลุ่มเพื่อนเสร็จก็เก็บ ส่วนพวกผู้หญิงที่รอข้อความตอบกลับของเขา ชายหนุ่มก็จัดการเคลียร์เเชทโดยการบล็อกพวกเธอซะเลย เสียงของมิ่งขวัญลอยเข้าหูไม่หยุด เธอไล่เขาเอาเป็นเอาตาย
"จะไล่อะไรนักหนา กลัวผัวมาเห็นหรือไง"
ไม่ไล่ไม่ได้ นี่มันจะตีสี่แล้ว เธอไม่กล้าอาบน้ำ ต้องให้เขาออกไปก่อน วันนี้เหนื่อยมากจริงๆ จุดประสงค์ที่เขาเข้ามาในห้องของเธอ ไม่ใช่เรื่องดี ยังกล้ามาลอยหน้าลอยตา
“ถ้าพี่ไม่ไป หนูจะแจ้งตำรวจ”
“แจ้งตำรวจ? แจ้งดิ ดูว่าจะมาให้หรือเปล่า”
มิ่งขวัญโทรหาตำรวจ เธอแอบไปคุยเงียบๆ พอทางนั้นบอกว่าจะมาดูให้ เธอก็วางใจทันที ไม่ถึงสามสิบนาทีหรอก เดี๋ยวไอ้โรคจิตก็ถูกลากออกไปแล้ว
"หิว"
"แล้วไงคะ กลับไปกินที่บ้านพี่สิ ไม่ก็สาวๆของพี่ ไปให้พวกเธอทำให้ไป"
"ไปทำมาให้หน่อย"
"ไม่ค่ะ ทางที่ดีพี่รีบออกไปก่อนตำรวจจะมาดีกว่านะคะ"
"แล้วถ้าตำรวจไม่มา เธอจะทำยังไง"
คัลเลนสบายใจ ไม่เกรงกลัวคำขู่ของมิ่งขวัญแม้แต่น้อย แถวนี้มีโรงพักไหนที่ไม่ได้เงินจากเขาบ้าง กล้ามารบกวนก็ให้มันรู้ไป มิ่งขวัญรอนานแล้วไร้วี่แววคน เธอก็โทรตามทันที ปลายสายดูไม่กระตือรือร้น บอกว่าทะเลาะกับแฟนให้เคลียร์กันเอง ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ เธอยังไม่ได้อธิบายอะไร ก็ถูกตัดสายใส่แล้ว
“อะไรเนี่ย” ในเมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว อีกทั้งเธอก็ง่วงนอน เขาต้องการอะไรก็ทำๆไปเถอะ
“ถ้าหนูทำให้ พี่จะกลับไหม”
“อืม”
มิ่งขวัญถอนหายใจ เธอยืนห่างจากคัลเลนมาก เวลาคุยกันจึงใช้เสียงค่อนข้างดัง ร่างเล็กเดินไปเปิดตู้เย็น พึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เดือนเดียว อาหารก็ทำไม่เป็น ส่วนมากถ้าหิวก็สั่งมา เเต่ดึกป่านนี้ คงไม่มีร้านไหนเปิด เอาเถอะ ทำให้เเล้วเขาคงจะไม่มีลูกไม้อะไรกับเธออีก
"ทำไมไม่มีอะไรในตู้เย็นเลยนะ"
มิ่งขวัญเลื่อนหาของ เธอเจอขนมปังกับเเฮม เเล้วก็ผักอีกนิดหน่อยจึงทำเเซนวิชง่ายๆให้คัลเลน เสียงของก้นจานกระแทกโต๊ะ ทำให้ชายหนุ่มละความสนใจจากการสำรวจห้องของเธอมามองจานอาหาร หึ อยากจะหัวเราะจริงๆ ดูน้ำมันที่เธอใช้ทอดแฮมสิ ไหลเป็นทางเชียว ใครจะไปกินลง
"เธอแกล้งฉันหรือเปล่า"
มิ่งขวัญไม่พอใจคำพูดนั้น เธอตั้งใจทำให้ ทำไมถึงคิดว่าเธอเเกล้งกัน คัลเลนลังเลอยู่นาน เขาไม่เเม้เเต่จะมองซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง กินไม่ลงจริงๆ มิ่งขวัญนั่งลงที่โซฟาอีกตัว เธอเลื่อนจานเเซนวิชไปหาเขา ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง ริมฝีปากก็เม้มเข้าหากัน แก้มป่องๆ เวลาอ้อนแล้ว น่าเอ็นดูมากจริงๆ มิ่งขวัญเร่ง เขารีบกินจะได้รีบไปสักที คัลเลนมองริมฝีปากของมิ่งขวัญ ดูเหมือนว่าเธอจงใจยั่วเขาอีกแล้ว
"อ๊ะ!! เจ็บ"
ชายหนุ่มกำยำพุ่งตัวเข้าหาหญิงสาว เหมือนเสือที่ตะครุบเหยื่อได้ มือไม้ที่แสนชำนาญเลื้อยเหมือนกับงูโอบรัดเเน่น ทั้งยังลูบไล้ไปทั่ว คัลเลนอยากได้สาวน้อยในคืนนี้จริงๆ รสชาติจะเหมือนกับที่คิดไว้หรือเปล่า มิ่งขวัญจุกจนตัวงอ เธอยกมือดันเเผงอกแน่นไว้ ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ กระโจนทับมาเต็มที่ขนาดนี้ ยังจะรับไหวได้ยังไง
"พี่คัลเลน หนูหนัก พี่จะทำอะไร"
คัลเลนลุกขึ้น เขาพึ่งได้สติ พุ่งเข้าใส่เธอไม่ยั้ง เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะอยากได้มากจริงๆเลยลืมควบคุมอารมณ์ ทำไมเธอไม่ทำตัวให้เรื่องมากน้อยลงหน่อย คัลเลนมองนาฬิกาข้อมือ ครบสองชั่วโมงที่อยู่กับเด็กคนนี้แล้ว ไม่เล่นด้วยเขาก็ไม่บังคับ ชายร่างสูงเตรียมตัวกลับ
"พี่คัลเลน ไม่ต้องพูดเรื่องวันนี้กับแครอลนะคะ"
"จะคิดดู"
คัลเลนก้าวเท้ายาวๆออกจากห้อง เมื่อเขาไปแล้ว มิ่งขวัญจึงถอนหายใจ เธอรีบล็อกประตู ก่อนจะอาบน้ำเข้านอน เวลาตีห้า ความเหนื่อยล้าทำให้หญิงสาวสลบเหมือดอยู่บนเตียง จนเช้าวันใหม่ สายโทรเข้าก็ปลุกมิ่งขวัญจากที่นอนแสนสบาย เธอควานมือหาโทรศัพท์ไปทั่ว ใครโทรมาเช้าขนาดนี้เนี่ย ไม่รู้หรือไงว่าคนจะหลับจะนอน
"ค่ะ ใครคะ"
"เป็นอะไรไปลูก เสียงเหนื่อยๆ"
"มัมมี๊ หนูพึ่งตื่นค่ะ" มิ่งขวัญขยี้ตาเบาๆ เเม่สุดที่รักนี่เอง กว่าจะโทรมาถามข่าวคราวลูกสาวได้ ผ่านมาตั้งเดือนหนึ่งเเล้ว
"ไปหาพี่เค้าหรือยัง ถูกใจหนูไหม ได้ยินคุณลุงโทนี่โฆษณาลูกชายเขาให้ฟัง เป็นคนที่น่ารักมากทีเดียว ลูกน่าจะไปทำความรู้จักกับพี่เขาสักหน่อย" มิ่งขวัญนอนหมดเรี่ยวเเรงอยู่บนเตียง เเทนที่เเม่จะถามว่าเธอสบายดีหรือเปล่า กลับพูดเรื่องที่เธอคัดค้านมาตลอดเเทน
"เราคุยกันเเล้ว หนูทำตามข้อตกลงของปะปี้กับมี๊ทุกอย่าง ยังถามเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอคะ ผู้ชายที่มี๊บอก หนูไม่ไปเจอหรอก หนูยอมมาเรียนเมืองไทยตามเงื่อนไข ไม่ใช้เงินของปะปี๊มะมี๊จนกว่าจะเรียนจบด้วย มี๊ไม่ต้องคาดหวังเลย นี่ปีไหนแล้ว ยังคลุมถุงชนลูกสาวคนเดียวอีก"
"มิ่งขวัญ หนูก็รู้ว่าเเม่พยายามพูดเเล้ว ปะปี๊ของหนูไปตกลงกับลุงโทนี่ เเม่ว่าลูกชายบ้านเขาก็ไม่เลวนะ เห็นว่ามีคนรองด้วย ถ้าหนูไม่ชอบคนโต อยากลองไปส่องๆดูคนรองก็ได้ ลุงโทนี่บอกว่าคนรองทำธุรกิจเก่ง มีเงินมากมายตั้งเเต่อายุยังน้อย อาจจะถูกใจลูก"
"ไม่เอาค่ะ หนูเรียนจบเอง สัญญาเเล้วว่าจะไม่บังคับหนู บอกปะปี๊ด้วยนะคะ ลูกสาวของปะปี๊ไม่ยอมง่ายๆเด็ดขาด"
หลังจากกดวางสาย มิ่งขวัญก็ตาตื่น เธอเช็คเงินในบัญชี ยังดีที่มีสำรองไว้ ไม่งั้นอดตายตั้งเเต่มาถึงเเล้ว แครอลยังเคยบอกเธอ ว่าพ่อกำชับลุงโทนี่ห้ามคนในตระกูลโดยเฉพาะแครอลให้เงินเธอใช้เด็ดขาด ค่าเทอมที่เธอเเอบเก็บเอาไว้ พ่อกับเเม่ก็ไม่รู้ เธอสามารถจ่ายจนจบสี่ปีได้ ยังมีพวกกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอทำธุรกิจเปิดให้เช่าอีก รับรองว่าการหมั้นนี้ ไม่สามารถบังคับเธอได้แน่นอน
ทางด้านเเม่ของมิ่งขวัญ หลังจากลูกสาวตัดสายก็หันไปหาสามีที่ยืนรออยู่ข้างๆทันที
"ยัยเด็กดื้อเงินหมดหรือยัง ไปไหนไม่ได้เเล้วใช่ไหม ตกลงหรือยัง"
"ที่รัก ลูกไปเเค่เดือนเดียว น้ำเสียงยังปกติอยู่เลย อย่างนี้จะสำเร็จหรือเปล่า"
"ลูกคนนี้ ตั้งเเต่เล็กจนโตไม่เคยดื้อ พอเป็นขึ้นมาก็ไม่ยอมอย่างเดียวเลย จะทำยังไงดี ทางนั้นเขาอยากเห็นหน้าเห็นตาเเล้ว ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องใช้ไม้แข็ง ผมจะระงับบัตรของลูกทั้งหมด คอยดู ทนลำบากได้ไม่ถึงอาทิตย์หรอก เดี๋ยวก็งอเเงโทรกลับมา"
"คุณลืมเเล้วหรือเปล่าว่าระงับตั้งเเต่วันเเรกที่ลูกไป ตอนนี้ยังไม่งอเเงเลย"
"ต้องส่งคนไปดู ถ้าเห็นหนูแครอลเอาเงินให้ลูก เราก็ชนะ" สองสามีภรรยาพยักหน้าให้กัน เป็นความคิดที่เข้าท่าทีเดียว
ภายในห้องนอนกลิ่นหอม จนตอนนี้ มิ่งขวัญก็ยังไม่ลุก เธอเช็คมือถือ ดูนั่นนี่ไปเรื่อยจนเข้าช่วงบ่ายค่อยหาอะไรกิน สาวน้อยเลื่อนดูอาหารที่น่าสนใจ กำลังจะกดสั่งเสียงเเจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น บอกว่าบัญชีที่เธอเเอบเปิดไว้โดนระงับ พ่อกับเเม่จะให้เธออดตายจริงๆใช่ไหม ยังดีที่โอนเงินครึ่งหนึ่งไปไว้ที่อื่นเเล้ว เสียดาย เหลืออีกห้าหมื่น น่าจะถอนออกมาให้หมด ตรวจหาจนเจอขนาดนี้ เอาจริงเเล้วเเน่ๆ
"ปะปี๊ยังจะบังคับหนู ลูกชายของพวกเขาดีอย่างงั้นอย่างงี้ ให้ได้มาเห็นเองซะก่อนเถอะ"
หนึ่งอาทิตย์ก่อนเปิดเทอมผ่านไปอย่างรวดเร็ว มิ่งขวัญแต่งตัวเสร็จก็ลงไปรอแครอลข้างล่าง วันนี้เพื่อนสาวจะมารับไปพร้อมกัน ปฐมนิเทศ คนต้องเยอะมากเเน่ๆ ยิ่งคณะที่เธอเรียน ได้ยินแครอลเล่าให้ฟังว่ารับนักศึกษาเยอะมาก ทั้งสองสอบมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกัน เเต่ต่างสาขา รอไม่นาน รถยนต์สีดำก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาจอด
"เข้ากับเธอมาก น่ารักสุดๆ"
"ไม่ต้องชมขนาดนั้น ปีหนึ่งเห็นเขียนในเพจว่าควรสวมกระโปรงพลีท เธอใส่ทรงเอวันเเรกเเบบนี้ ไม่มีปัญหาใช่ไหม"
"เราจ่ายค่าเทอม จะเเต่งตัวยังไงก็ได้ เธออย่าไปกลัว พวกที่ดูเเลเพจส่วนมากก็พี่ๆนักศึกษานี่เเหละ ฉันจะสวมพลีทก็ได้ เเต่ใส่เเล้วไม่ชอบเลยเลือกทรงเอเเทน เสียดาย ถ้าเธอใส่ทรงเอเหมือนฉัน จะได้อวดหุ่นสวยๆ"
"ขี้เกียจไปเปลี่ยน วันหลังเเล้วกัน" สองเพื่อนซี้ฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงกว่าจะเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้ คนเยอะมาก เสียงเพลงเสียงกลองดังกระหึ่มเชียว
"ลุงคะ คณะมนุษย์ไปทางไหนคะ"
ลุงยามชี้มือไปยังตึกทรงโบราณ บอกทางแก่สองสาว แครอลกับมิ่งขวัญไหว้ขอบคุณ ทั้งสองมาถึงก็ถูกรุ่นพี่วิ่งกรูเข้าหา พวกเขาน่ากลัวเเต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม การต้อนรับเเบบอบอุ่นทำให้มิ่งขวัญกับแครอลประทับใจ รุ่นพี่ผู้ชายกระซิบกระซาบกันระหว่างรอเด็กปีหนึ่งลงทะเบียน
"กูว่าน้องริสาคาวาอี้เเล้วนะมึง คนนี้โมเอะมากๆ มึงดูดิ เรียนสาขาไหนวะ"
"เออ คนนี้น่ารักจริง สวยด้วย กูไปเขียนชื่อให้น้องเขาก่อนนะ"
มิ่งขวัญรับป้ายห้อยคอ เธอยังงงอยู่เเต่ไม่ทันเเล้ว พวกรุ่นพี่ที่ออกมาต้อนรับควงเเขนพาเธอกับแครอลไปที่ลานใหญ่เรียบร้อย คึกคักดีจริงๆ มิ่งขวัญเดินมานั่งข้างเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่ง เป็นหญิงสาวผมประบ่าหน้าตาสะสวย เธอหันมายิ้มให้มิ่งขวัญ
"เราชื่อริสา เเล้วเธอล่ะ" มิ่งขวัญยกป้ายของตัวเองขึ้น แครอลก็โผล่มาทักทายด้วยอีกคน
"เราชื่อมิ่งขวัญ นี่เพื่อนเรา แครอล"
สาวสวยสามคนนั่งเรียงกันอยู่เเถวกลางเรียกความสนใจได้ไม่น้อย ริสาพูดคุยเเละยิ้มตลอดเวลา ทำให้แครอลเริ่มจะรำคาญ เธอจึงเอนศีรษะพิงไหล่มิ่งขวัญ ยัยซื่อมิ่งขวัญ ทนฟังอยู่ได้ ไม่เห็นมีเรื่องไหนตลกเลย จะหัวเราะอะไรนักหนา ที่สำคัญ หัวเราะอยู่คนเดียวด้วย เป็นบ้าหรือไง ริสาพูดไปยิ้มไปจนเธอโดนขัด มีปีหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายนั่งอยู่ข้างหลัง เขาบอกว่าขอไลน์ไว้รู้จักกันหน่อยได้ไหม ริสาให้เสร็จเขาก็ยื่นมาขอมิ่งขวัญต่อ เเต่เธอยังไม่ได้ให้ แครอลก็ผงกศีรษะขึ้นมาจากไหล่เพื่อนเเล้วมองเขาตาขวางซะก่อน
"นี่เเฟนพี่ชายฉัน อย่ามายุ่ง"
