ตอนที่11 เกมตบจูบ
คัลเลนคาดโทษ เขาหมุนขวดเอง และมันก็หยุดที่เขา ไม่มีคำพูดใดกล่าวออกมา ร่างสูงก็จัดการโน้มลงไปงับริมฝีปากสาวน้อยข้างกายเอาไว้เลย มิ่งขวัญปฏิเสธไม่ได้ มือหนาใหญ่นั่นบังคับท้ายทอยของเธอให้จำนน รสจูบที่บดขยี้อย่างเร่าร้อน ตอนนี้เหมือนกับไฟกัดกินเชื้อเพลิง ทั่วทั้งโพลงปากอ่อนนุ่มกลายเป็นของเขาไปหมด คนเมาถูกคลอเคลียอย่างหนัก ยังเผยอริมฝีปากรับการจู่โจมเบาๆ เปิดโอกาสให้เขารุกล้ำเข้ามามากกว่าเดิม
“ใจเย็นๆหน่อยเพื่อน มึงคงไม่เอาเขาตรงนี้หรอกใช่ไหม พวกกูจะได้ไม่อยู่ขวางหูขวางตา” คนร่างสูงถอนจูบ พอได้ยินเสียงหอบเหนื่อยของสาวน้อยในอ้อมแขน รอยยิ้มกวนประสาทก็ถูกส่งไปให้เธอ มิ่งขวัญโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี ฝ่ามือเล็กตบคัลเลนไปอีกหนึ่งที
“ซาดิสม์จังวะ”
นทีแซวอย่างคึกคัก คนหนึ่งตบ คนหนึ่งจูบ ชอบความรุนแรงกันทั้งคู่เลย ขวดถูกหมุนไปหยุดที่มิ่งขวัญ เธอไม่ต้องคิดอะไรก็ยกมือเล็กๆฟาดลงไปบนใบหน้าของคัลเลนสองครั้งติดกัน ในชีวิตไม่เคยตีใคร แต่ผู้ชายคนนี้ชั่วร้ายจริงๆ
“เอาแล้ว คัลเลน ยอมเหรอวะ” นทีหัวเราะในลำคอ ไม่เคยเห็นใครกล้าทำกับคัลเลนขนาดนี้เลย เธอตบเพื่อนของพวกเขาโดยไม่มีความลังเลด้วยซ้ำ
“ถ้าอยากกลับ ก็ดื่มขวดนี้ให้หมด หรือไม่ครั้งต่อไปเธอต้องชนะเท่านั้น” เหล้ารสชาติบาดคอขวดใหม่ถูกนำมาวาง ไม่มีทางที่จะดื่มจนหมดได้เลย ข้อเสนอนี้เหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆ
“พี่คัลเลน พี่เป็นผู้ชาย ไม่อายที่เอาเปรียบหนูเหรอ” เสียงของมิ่งขวัญขาดๆหายๆ แอลกอฮอล์ในร่างกายของเธอเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
“เธอไม่ทำ อย่าคิดจะไปไหน”
“พี่กล้ารับคำท้าไหม ถ้าครั้งต่อไปขวดหยุดที่ใครก็ช่าง ที่ไม่ใช่พี่ หมายความว่าหนูชนะเท่านั้น และหนูจะกลับ”
“ถ้าหยุดที่ฉัน คืนนี้เธอโดนแน่” คัลเลนจ้องลำคอเนียนกลิ่นหอมของมิ่งขวัญ เขาเหมือนสัตว์ร้ายในที่มืด กระต่ายตัวน้อยทำใจกล้าสู้ มีหรือจะไม่เล่นด้วย
“หวังว่าพี่จะรักษาคำพูด” มิ่งขวัญคิดดีแล้ว ให้ดื่มเหล้าเธอคงไม่ไหว แต่หากคัลเลนยอมตกลงตามนี้ โอกาสที่จะได้กลับหอมีมากกว่า ขอให้ดวงของเธอไม่ซวย
“เธออย่าลืมที่พูดก็แล้วกัน”
เมฆทำหน้าที่หมุน เขากะระยะ เดิมพันครั้งนี้สำคัญจริงๆ ต้องใช้วิชาเซียนพนันของเขาช่วยเหลือเพื่อนซะแล้ว ขวดเริ่มเคลื่อนที่เป็นวงกลม ความเร็วของมันลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับจังหวะการเต้นของหัวใจมิ่งขวัญ เธอหน้าแดง ดวงตาสีดำขลับทั้งสองข้างพร่ามัว เมื่อปลายขวดชี้ไปในทิศทางหนึ่ง เสียงแค่นหัวเราะก็ดังขึ้นมา มันทำให้หญิงสาวตื่นตระหนก
“พี่โกงหนิ” ปลายขวดชี้ไปที่เมฆ แสดงว่ามิ่งขวัญชนะ แต่เมื่อเธอตกใจจนโพลงคำพูดน่าสับสนออกมา ชายหนุ่มในวงเหล้าจึงรู้ทันทีว่ามีคนเมาจนตาลายแล้ว
“ไม่มีใครโกงเธอซะหน่อย อย่าพาลดิ หาข้ออ้างเหมือนเด็ก” มิ่งขวัญพยายามขยี้ตา เธอมองภาพซ้อนไปหมด นี่หมายความตามที่เขาพูดจริงหรือ
“หนูไม่เล่นแล้ว ขอตัวกลับก่อน”
คัลเลนแสยะยิ้มน่ากลัว เขาอุ้มมิ่งขวัญมานั่งคร่อมบนตัก ก่อนจะซุกไซ้ไปตามซอกคอกลิ่นหอมของเธอ ไม่นานสองริมฝีปากก็บดเบียดกันอย่างรุนแรง คนรอบข้างกลายเป็นอากาศไปเลย สาวน้อยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมโจรเริ่มเมาการจูบสะกด เธอไม่มีสติ ร่างกายจึงอ่อนปวกเปียกเอนตัวพักพิงหน้าอกแกร่ง ปล่อยให้เขาชักนำตามอำเภอใจ
“มึงจะพาเขาไปไหนล่ะนั่น เฮ้ย! ไอ้คัลเลน เบาๆนะเว้ย”
คัลเลนอุ้มมิ่งขวัญหนีจากกลุ่มเพื่อน เขารั้งมือใต้สะโพกบอบบาง ให้ขาเรียวเล็กสองข้างเกี่ยวรอบเอวแกร่ง หลังจากนั้นสองร่างก็หายเข้าไปในลิฟต์ ไม่พูดไม่ลาใครสักคน คัลเลนกดชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องทำงานของตัวเอง มีอารมณ์ขนาดนี้แล้ว ให้ไปหาโรงแรมก็คงไม่ทัน
“ปล่อยหนูนะ” มิ่งขวัญประคับประคองสติ เธอฝืนความมึนเมาเพื่อส่งเสียงอ้อนวอน
“ปล่อยยังไงวะ อยากเอา”
“ไม่เอา หนูจะกลับไปนอน”
“งอแงดิ คิดว่าจะปล่อยง่ายๆหรือไง ผิดคำพูด ไม่น่าเกลียดไปหน่อยเหรอ”
คัลเลนทิ้งตัวลงทับมิ่งขวัญ สองคนนอนเบียดกันอยู่บนโซฟาขนาดยาว ไม่ว่าจะดิ้นไปทางไหนก็ไม่พ้น เมื่อเขาเริ่มจูบเธออีก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น คัลเลนไม่สนใจ เขามุดไปตามซอกคอเนียนนุ่ม มือสองข้างก็เลื่อนหายเข้าไปในเสื้อยืดสีขาวเพื่อทำการสำรวจ มิ่งขวัญส่ายศีรษะไปมา ใบหน้าของเธอ โดยเฉพาะพวงแก้มกลายเป็นสีแดงน่ารัก ยิ่งไม่ยอม ก็ยิ่งท้าทาย
“นอนดีๆ จะได้ไม่เจ็บ”
คัลเลนกระซิบเสียงแหบพร่า เขาไม่เคยพาใครมาทำในห้องทำงาน เพื่อป้องกันความวุ่นวายและการเข้าใจผิด หากผู้หญิงพวกนั้นนึกไปเองว่าได้อยู่ในพื้นที่ของเขา แล้วทำตัวน่ารำคาญ เขาขี้เกียจสะสางปัญหาไม่จำเป็น กับมิ่งขวัญ ความต้องการที่มีต่อเธอนั้นรุนแรง ให้ไปที่อื่นตอนนี้ มันเสียอารมณ์ มิ่งขวัญถูกปลดกระดุมกางเกงยีนส์ เมื่อคัลเลนจูบลงไปที่หน้าท้องของเธอ เสียงเคาะเร่งรีบก็ดังขึ้นอีก
“ใคร” ชายหนุ่มเริ่มหัวเสีย มายุ่งอะไรตอนนี้ เขาทำเรื่องสนุกอยู่ ประตูถูกเปิด คนที่โผล่หน้าเข้ามาคือปลา พนักงานของผับ
“คุณคัลเลนคะ มีลูกค้าอยากพบคุณคัลเลนค่ะ” ปลาจะรายงานอยู่ข้างนอกก็ได้ แต่เธอเลือกที่จะเปิดประตู เพราะอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่เจ้านายลากเข้าห้องทำงาน
“บอกกี่ครั้งแล้ว ฉันไม่พบใครทั้งนั้น ออกไป”
ความเย็นชานั้นทำให้ปลาทำสีหน้าไม่ถูก เธอปิดประตูด้วยความเจ็บใจ รู้ทั้งรู้ว่าคัลเลนคงโกรธแน่ที่เธอทำแบบนี้ แต่เธอรักเขา ขัดคำสั่งก็ไม่กลัว ตั้งแต่เปิดผับจนทุกวันนี้ เธอไม่เคยเห็นใครถูกพาเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายเลย ผู้หญิงคนนั้นสวยแค่ไหนกันเชียว
“ผู้หญิงร่าน คุณคัลเลนไม่เอาแกเกินสองครั้งหรอก”
ดวงตาคมกริบหันกลับมาสนใจสาวน้อยหน้าหวานต่อ เขาลูบไปบนเรือนร่างของเธอ จับตรงนั้นตรงนี้จนสมใจ แต่ไม่มีการตอบรับกลับมาเลย คิ้วเข้มจึงขมวดสงสัย อย่างน้อยก็ดิ้นสักหน่อยสิ
“มิ่งขวัญ หลับเหรอวะ”
คัลเลนสะกิดคน เขาถึงกับโกรธ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย นิ่งไปซะแล้ว แต่ใครจะสน ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ซอกคอหอม ไล่ลงมาไหปลาร้าและเนินอก แต่เพราะมิ่งขวัญหลับสบายมาก ถูกแตะแค่ไหนก็ไม่ตื่น อารมณ์ที่เคยพุ่งพล่านจึงลดลง คนที่ตบเขาไปถึงสามสี่ครั้ง ทำไมไม่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง
ที่หอพักของมิ่งขวัญ ภายในมีหนึ่งห้องครัว สองห้องนอน ไม่กว้างมากแต่ก็ไม่คับแคบ เหมาะกับนักศึกษาที่ต้องการแชร์ค่าเช่า ช่วงเวลาสี่ทุ่ม สองรูมเมทก็ถูกพามาส่ง โจนาสหิ้วมะเมี่ยวไปที่ห้องของเธอ ส่วนคัลเลน เขาก็อุ้มมิ่งขวัญไปทิ้งลงบนเตียงนุ่มอีกห้องเหมือนกัน แรงส่งนั้นทำให้คนที่หลับมาตลอดงัวเงียตื่น
“พี่ พี่คัลเลน พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
สายตาพร่าเลือนมองไปยังร่างที่กำลังถอดเสื้ออยู่ข้างเตียง เมื่อได้เห็นลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งหกก้อน ความตื่นตระหนกก็เข้ามาจู่โจม เขาอยู่ที่นี่จริงๆ หรือเธอกำลังฝัน รู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิด คัลเลนก็ทิ้งเสื้อเชิ้ตลงพื้น ตื่นสักที นึกว่าคืนนี้จะได้ทำคนเดียว เขาก้าวขึ้นมาคร่อมเหนือร่างกายของเธอ ใบหน้าคม จมูกตั้งเป็นสัน เมื่อรวมกับรอยยิ้มแบบวายร้าย เป็นภาพที่เจ้าเล่ห์มาก
“นั่นเสียงอะไร หนูกำลังฝันหรือเปล่า พี่ออกไปเลยนะ หนูไม่อยากฝันเห็นคนโรคจิต” มิ่งขวัญยกมือขึ้นดันหน้าอกแกร่ง สัมผัสนี้เหมือนจริงมาก แต่เพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มลงไป ทำให้สติรับรู้กล้ำกึ่ง
“ฝันดีล่ะสิ เดี๋ยวจะทำให้รู้สึกดีด้วย เอาไหม” สิ้นคำพูด เสียงครวญครางจากห้องตรงข้ามก็แว่วเข้ามาเป็นครั้งที่สอง โจนาสไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทำไมเขามัวพูดจาหยอกล้อกับเธออยู่ได้
“เสียงอะไร?” มิ่งขวัญหลุบตาต่ำ เธอคิดว่าตนเองหูฝาดแต่ไม่ใช่แน่ มันโหยหวนน่าขนลุกแปลกๆ มีใครกำลังทรมานอยู่หรือเปล่า
“เดี๋ยวเธอก็รู้ จำได้ไหม เธอพูดอะไรไว้”
“หนูจำไม่ได้” เสียงตอบกลับนั้นตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าตัวเองไปก่อเรื่องอะไรไว้ตอนไหน
“ฉันชนะเธอ จะไม่รับผิดชอบคำพูดของตัวเองหรือไง”
พอได้ทีก็หลอกล่ออย่างหนัก ความชำนาญนี้สะสมมายาวนาน มิ่งขวัญที่เหมือนกระต่ายซื่อๆตัวหนึ่ง ไม่มีทางตามทัน ดวงตากลมโตหวานล้ำ แก้มสองข้างก็แดง เมื่อถูกจ้องมอง ความอึดอัดทำให้เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น คัลเลนชอบอาการสับสนนี้ มันน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก มือใหญ่หันคนกลับมา บรรยากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนทันที
“ไม่ต้องเกร็ง เธอชอบแน่”
ริมฝีปากอ่อนนุ่มของมิ่งขวัญถูกกดทับอย่างแรง เธอยังเจ็บต้นคอซึ่งมาจากอาการเคล็ด มือเล็กๆทั้งสองข้างจึงพยายามดันตัวคัลเลนออกไป เขาจับข้อมือเธอตรึงไว้ข้างศีรษะ ไม่ยอมให้เกิดการประท้วงได้
“หนูเจ็บ” คัลเลนดูดดึงริมฝีปากอิ่มอย่างมูมมาม เขายกคนใต้ร่างขึ้นไปนอนบนหมอนดีๆ ทำให้เธอมีที่รองคอ ไม่ต้องโอดครวญว่าเจ็บอีก
“พี่จะทำอะไร หนูง่วง”
“เธอไม่กล้าหลับหรอก”
เสื้อยืดถูกกระชากครั้งเดียวก็ขาดคามือ ก้อนเนื้อกลมได้สัดส่วน ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยบราสีแดงสดจึงเผยออกมา ชายหนุ่มไม่รีรอ เขาก้มลงไปซุกไซ้ ฝังใบหน้าบดขยี้จนเกิดรอยแดง บราถูกถอดออก ลิ้นร้อนระอุจึงได้ทำการตวัดเลียที่ปลายยอดชมพูระเรื่อเบาๆ
“อะ อื้อ อย่าทำหนูนะ”
