บท
ตั้งค่า

บทที่ 12 ที่นี่ที่ไหนกัน

"นี่เจ้า… ท่านโหราศาสตร์ไปไหนกัน ตอนนี้พวกข้าและทุก ๆ คนก็มารวมกันที่หน้าจวนของท่านแล้ว หรือว่าท่านโหราศาสตร์จะไม่สบาย จนไม่ได้ยินเสียงที่สั่นไหวจนแผ่นดินเกือบจะแตกแยกกันอยู่แล้วนี้ "

"เรียนท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ตอนนี้ท่านโหราศาสตร์ขอเวลาเพียงเดี๋ยวเดียว เพื่อนั่งฌานพยากรณ์ดินแดนของเราอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

"อย่างนั้นรึ ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกข้าค่อยเบาใจหน่อย"

"ฮะแฮ่ม พวกเจ้าคงถามหาข้าสินะ ข้ามานี่แล้วเจ้าสงสัยอะไรกัน ก็ถามข้าได้เลย"

"ท่านโหราศาสตร์ พวกข้าอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"ท่านหัวเราะอะไรกันในเมื่อชาวบ้านทุกคนกำลังเดือดร้อน แต่สีหน้าของท่านกลับยิ้มแย้มเต็มไปด้วยความเปรมปรีดิ์อย่างนั้นรึ"

"ที่ข้าหัวเราะเปรมปรีดิ์ขนาดนี้ เพราะข้ามองเห็นนางได้อีกครั้ง นางอยู่ใกล้ข้ามาก ครั้งนี้ข้าสัมผัสพลังของนางได้เลย บางทีนางอาจจะอยู่ในหมู่กลุ่มของพวกเราในตอนนี้"

"เป็นจริงอย่างนั้นหรือ แล้วนางเกี่ยวอะไรกับที่แผ่นดินของเราเกิดสั่นคลอน"

"ก็เพราะนางมาอยู่ใกล้กับท่านผู้สร้างดินแดนของเราแล้วน่ะสิ "

"พวกข้าไม่เข้าใจ ในสิ่งที่ท่านพูดท่านโหราศาสตร์"

"ช่างเถอะพูดไปแล้วทุกท่านก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เวลาอันใกล้นี้ สักวันพวกเราต้องได้เจอนางแน่"

ผืนป่าอันกว้างใหญ่ต้นไม้ทุกต้นล้วนแต่ใหญ่โตมโหฬาร เรียกได้ว่าในโลกใบนี้ไม่เคยมีที่ใดจะมีต้นไม้ที่ลำต้นใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน แต่ช่างแปลกยิ่งนักกลับไม่มีใบไม้สีเขียวอยู่บนต้นมีแต่ลำต้นที่แห้งเหี่ยวจนกลายเป็นหินใบหญ้าตามพื้นก็เช่นกัน มีร่างของสาวน้อยที่กำลังนอนหลับไหลอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่โต ในยามค่ำคืนมืดมิดของดินแดนลึกลับอันไกลโพ้นจากดินแดนที่เธอจากมา เวลาเพียงไม่นานร่างน้อยนั้นก็เริ่มขยับเขยื้อนพร้อมกับค่อย ๆ ลืมตาลุกขึ้นนั่งมองความมืดมิดทุกอย่างด้วยความรู้สึกตกใจ ทันทีที่สายตานั้นค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับความมืดได้

"ที่นี่ที่ไหนกัน แล้วทุกคนหายไปไหนกันหมดเนี่ย"

หญิงสาวกล่าวพึมพำกับตนเองด้วยความหวาดกลัว กับความมืดมิดที่มองไปทางไหนก็มีแต่เสียงสัตว์ร้องด้วยความรู้สึกที่น่ากลัว เสียงลมที่พัดผ่านมาก็ชวนให้หวาดหวั่น

"ลิลลี่ แอน มยุรา พวกเธออยู่ที่ไหน อย่าบอกนะว่าพวกเธอตั้งใจรวมหัวกันทิ้งฉันไปแล้ว คุณไกด์ทั้งสองคะฉันอยู่นี่พวกคุณได้ยินหรือเปล่า"

หญิงสาวพยายามตะโกนออกไปหลาย ๆ ครั้ง แต่เสียงกลับสะท้อนกลับมาหาตัวเธอเท่านั้น จนเธอต้องพยายามคิดทบทวนและคิดในใจว่าหรือเธอจะถูกฆ่าตายแล้ว เมื่อเธอนึกขึ้นได้ถึงภาพที่คนร้ายทั้งสองเล็งปืนมาทางเธอ

"อุ๊ย! เจ็บจังเลย นี่เราก็ยังไม่ตายนี่นา เนื้อตัวของเรายังอุ่นอยู่เลย แล้วสองคนนั้นที่ตามฆ่าเราล่ะหายไปไหน"

หญิงสาวหยิกตัวเองเพื่อพิสูจณ์ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่มั้ย จึงได้แต่พึมพำพูดคุยกับตนเอง พร้อมกับคิดทบทวนทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะมาโผล่ที่นี่

"ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ มีใครอยู่มั้ยคะ"

เสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือก้องกลางป่าใหญ่ เสียงนกตกใจบินถลาเต็มท้องฟ้า สาวน้อยจากแดนไกลโพ้นตะโกนกี่ครั้งก็ไร้เสียงตอบกลับมา จะมีก็เพียงเสียงสะท้อนที่ย้อนกลับมาให้เธอได้ยิน

"ที่นี่ที่ไหนกัน ทำไมถึงน่ากลัวเช่นนี้"

ของขวัญนั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่เธอ จะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ที่อยู่ด้านหลังของเธอ เปิดขึ้นมาพยายามลูบคลำหาไฟฉายที่เธอจำได้ว่า ในกระเป๋าของเธอมีเสื้อผ้าสองสามชุด พร้อมไฟฉายไฟแช็ค รวมถึงโทรศัพท์มือถือของเธอที่ถูกปิดเครื่องไว้ เพราะในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์นั่นเอง

"ไชโย…เจอแล้วไฟฉายของฉัน นึกว่าจะต้องอยู่กับความมืดตลอดทั้งคืนแล้วซะอีก หญิงสาวกระโดดโลดเต้นออกมาด้วยใบหน้า ที่ดีใจราวกับเด็กๆที่กำลังได้ของเล่นที่ถูกใจ เมื่อไฟฉายเปิดขึ้นมาได้แล้ว ถึงแม้แสงไฟจากไฟฉายเพียงน้อยนิดก็ทำให้เธอเกิดความรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ก่อนที่เธอจะใช้ไฟฉายส่องไปตามรอบๆตัว ก็ต้องถึงกับตกใจอ้าปากค้าง ยกมือปิดปากตัวเองราวกลับช็อคกับภาพต่างๆที่เธอได้เห็น

"น่ะ! …นี่มันอะไรกัน ทำไมต้นไม้ถึงกลายเป็นก้อนหิน และดูนี่สิต้นหญ้าก็เป็นก้อนหินเช่นกัน ทั้งป่านี้ เป็นป่าปีศาจไปแล้วหรือไง หรือว่าเรา จะวิ่งหนีคนร้าย 2 คนนั้นจนหลงเข้ามาในป่า ที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน โอ๊ย… ปวดหัวมันคืออะไรกันเนี่ย"

หญิงสาวถึงกับยกมือทั้งสองจับที่ศีรษะ ส่ายหัวไปมาด้วยความรู้สึกที่มึนงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและภาพต่างๆที่เธอได้เห็นในตอนนี้ทำให้เธอ จากที่หวาดกลัวอยู่แล้วก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก จนเรียกได้ว่าถ้าเธอไม่ตั้งสติให้ดี เธอต้องเสียสติไปแน่นอน เพราะเมื่อเธอส่องไฟฉายไปทางไหน สุดลูกหูลูกตาก็มีแต่ป่าต้นไม้ใหญ่ที่กลายเป็นหินเท่านั้น เธอจึงส่องไฟฉายพยายามก้าวเดินหลบเลี่ยงต้นหญ้าที่เป็นก้อนหิน และต้นไม้ก้อนหินทั้งหลายออกไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าอีกไม่นานก็คงจะสว่างแล้ว

หญิงสาวพยายามคลำทางด้วยไฟฉายเดินออกมาเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าเดินจนจะครึ่งวันอยู่แล้ว แต่กลับไม่เห็นว่าท้องฟ้าจะเปิดพระอาทิตย์จะขึ้นหรือมีความสว่างเข้ามาเลย แต่ระดับความมืดก็เหมือนจะเท่าเดิม

ในอีกด้านมิติหนึ่ง ไกด์ทั้งสองพยายามเดินไปตามทางที่แอนเพื่อนสาวของของขวัญบอกมา

"คุณของขวัญครับ… คุณของขวัญ คุณได้ยินเสียงผมหรือเปล่า"

ทั้งสองส่งเสียงประสานที่ต่างคนต่างตะโกนออกมาระหว่างไกด์หนุ่มและลูกหาบของตนเอง

"พี่… ผมว่าเราเรียกมาตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ เราก็เดินเข้ามาจากจุดที่คุณของขวัญเข้ามาก็ตั้งลึกแล้ว แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาอะไรเลย นอกจากก่อนที่เราจะมาถึงจุดนี้เห็นแต่รอยเท้าที่คุณของขวัญวิ่งเข้ามาพร้อมกับรอยเท้าของผู้ชายสองคน ผู้ชายสองคนนั้นจะฆ่าคุณของขวัญไปแล้วหรือเปล่า แต่น่าแปลกทำไมรอยเท้าเล็กของผู้หญิงนั้นกลับมาหายไปที่จุดนี้ล่ะ แต่รอยเท้าของผู้ชายกลับเดินไปอีกทางหนึ่ง หรือว่าพวกนั้นจะแบกร่างคุณของขวัญไปแล้ว ถึงไม่เห็นรอยเท้าของเธออีก"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel