ตอนที่1 รับเลี้ยง
“แม่มันป่วยเลี้ยงไม่ไหวค่ะ เลยเอามาทิ้งให้อิฉันเลี้ยง” เสียงแห่งความทอดถอนใจของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นบอกเล่าผู้เป็นนายของตนออกไป
“เอาเถอะ เด็กแค่คนเดียวจะกินข้าวเปลืองแค่ไหนกัน ให้อยู่ที่นี่นี่แหละป้าพุ่มก็เลี้ยงดูแกไปเถอะ” ผู้เป็นนายเอ่ยขึ้นอย่างเวทนาเด็กสาวที่อายุไล่กับลูกชายตน เด็กสาวที่ต้องกำพร้าพ่อแล้วใกล้จะกำพร้าแม่อีก ฐานะอย่างเธอจะรับเด็กเข้ามาเลี้ยงดูในบ้านอีกคนก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด ให้เด็กน้อยมันมีอนาคตและชีวิตต่อไปเถอะ
“ขอบคุณคุณท่านมากนะคะ เป็นบุญหัวของเจ้าน้ำมัน...” แม่บ้านวัยกลางคนยกมือไหว้ขอบคุณผู้เป็นนายแทนหลานสาวตัวเองที่ไม่ต้องถูกระเห็ดออกไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าก่อนจะหันไปพูดกับหลานสาววัยสองขวบกว่า ๆ “ขอบคุณคุณท่านเร็วน้ำ”
“ขอคุงค่ะ” เด็กน้อยยกมือป้อม ๆ น้อย ๆ ไหว้ผู้ใหญ่อย่างพูดไม่ชัดนัก เด็กน้อยวัยกำลังรู้ความและวัยกำลังจำความเริ่มเจรจากับผู้ใหญ่ได้ในระดับหนึ่ง
“น่ารักดีนะ โตมาต้องสวยมากแน่ ๆ” ผู้เป็นนายของบ้านพูดขึ้นอย่างที่รู้สึก เด็กน้อยที่แม้ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าองคยพชัดเจนแต่เด็ก ดูเข้ากันได้อย่างดี
“อ่ะ ขนม” แล้วเด็กชายตัวน้อยที่อายุมากกว่าเด็กสาวหนึ่งปีก็ลงจากโซฟาก่อนจะยื่นขนมของตัวเองให้กับเด็กสาวตรงหน้า
“ไหว้ขอบคุณคุณหนูก่อน” ป้าพุ่มเอ่ยบอกหลานสาวตัวน้อยของตัวเองอีกครั้ง
“ขอคุงค่ะ” เด็กน้อยที่เห็นขนมตรงหน้าเป็นเรื่องปกติที่ไม่รู้จักปฏิเสธ รีบยกมือไหว้ขอบคุณแล้วรับขนมมาถือไว้ทันที ดวงตากลมโตใสแป๋วมองเด็กผู้ชายตรงหน้าอย่างไร้เดียงสาก่อนจะได้รับรอยยิ้มจากเด็กชายกลับไป
“เห็นสาวน่ารักไม่ได้เลยนะ” คนเป็นแม่อดบ่นให้ลูกชายตัวเองอย่างไม่จริงจังไม่ได้ ลูกชายที่ชอบเด็กสาวมากกว่าเด็กผู้ชายด้วยกันอย่างเห็นได้ชัด
“น้องน่ารัก” แล้วเด็กชายก็หันมาตอบแม่ตัวเองกลับด้วยรอยยิ้มทะเล้นทันที
“พอดีแหละ ตาวาได้มีเพื่อนเล่นเวลาอยู่บ้านด้วย” แล้วผู้เป็นนายก็ตอบออกมาอย่างที่เป็น
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนยกมือไหว้ในความกรุณาของเจ้านายอีกครั้งทันที
และเด็กหญิงตัวน้อยที่อาภัพจากครอบครัวก็ไม่ต้องอาภัพอีกต่อไปเมื่อได้ที่พักอาศัยที่ดีกว่าอดีตของตัวเอง แถมยังได้ความสนิทสนมจากลูกชายเจ้าของบ้านที่คอยแบ่งปันทุกอย่างให้ตลอดเวลา เด็กชายตัวน้อยที่คอยดูแลเด็กหญิงตัวน้อยในฐานะลูกผู้ชายที่อายุมากกว่าราวกับพี่ชาย
“น้ำอยากได้ตัวนี้ไหม” เด็กชายวัยห้าขวบถามเด็กสาวตัวน้อยที่ตนกำลังจูงมืออยู่ระหว่างเดินเล่นในร้านของเล่นเด็กในวันหยุดที่แม่พามาเที่ยวข้างนอก
“ไม่ค่ะ” เด็กสาวตัวน้อยในวัยสี่ขวบที่ถูกป้าสอนสั่งทุกวันว่าต้องรู้จักเกรงใจคุณ ๆ ทั้งหลาย ห้ามรับของทุกอย่างที่คุณ ๆ บอกจะซื้อให้จึงปฏิเสธออกไปอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมต้องปฏิเสธทุกอย่าง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ซื้อให้” แต่ความใจดีของเด็กชายตัวน้อยก็ยังมีเหมือนเดิมไม่หาย หยิบตุ๊กตาบาร์บี้ออกจากชั้นขายของเล่นมาวางไว้ในรถเข็นที่แม่บ้านวัยสาวกำลังเข็นตามเจ้านายอยู่
“ถ้าโตกว่านี้แม่คงต้องเตรียมเงินสำหรับเลี้ยงสาวให้เราแล้วสินะ” คุณอัญมณีแซวลูกชายใจป๋าของตัวเองออกไปอย่างอดไม่ได้
ทุกครั้งที่ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกทีไรก็มักจะพาเด็กสาวมาด้วยตลอด เด็กสาวที่ตอนยังไม่ค่อยรู้ความก็กล้าหยิบของเล่นของตัวเองบ้างครั้งละชิ้นเวลาลูกชายเธอถาม แต่พอเริ่มโตมาหน่อยก็เหมือนจะรู้ภาษาขึ้นมีการปฏิเสธเป็น แต่ลูกชายเธอก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักครั้งหยิบของที่อยากซื้อให้สาวน้อยตลอดด้วยคำพูดที่ว่าเดี๋ยวพี่ซื้อให้แต่กลับเป็นเงินแม่จ่าย ทำเอาแม่อย่างเธอต้องเตรียมใจไว้ตอนโตแล้วจริง ๆ
“วาอยากแบ่งน้องนี่คับ” เด็กน้อยหันมาพูดกับแม่อย่างสุภาพบุรุษที่รู้จักแบ่งปัน
“ได้ ๆ แบ่งก็แบ่ง” คุณอัญมณีก็ไม่ได้ว่าอะไรกับของเล่นราคาไม่เท่าไหร่แค่อยากแซวเล่นก็เท่านั้น
เมื่อได้ของเล่นที่พอใจลูกชายแล้วแม่อย่างเธอก็พาออกไปยังร้านเสื้อผ้าเด็กต่อ และก็เหมือนเดิมที่ลูกชายของเธอเห็นชุดกระโปรงสีชมพูน่ารักก็อดไม่ได้จะหยิบมันให้กับเด็กสาวลงตะกร้ามาสองชุดพร้อมกับจูงมือไปยังโซนรองเท้าด้วยตัวเองอีกด้วย
“น้ำอยากได้คู่ไหนไหม” คำถามเดิม ๆ ดังขึ้นอีกครั้งระหว่างเดินจูงมือเด็กสาวดูรองเท้าในชั้นอย่างลานตา
“ไม่ค่ะ” เด็กสาวที่เดินตามแรงจูงมือของลูกชายเธอตลอดเวลาตอบออกมาเหมือนเดิมอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวดูน่าเอ็นดูไม่น้อยและยังคงตอบกลับมาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
“นั่งสิเดี๋ยวพี่เลือกให้” ลูกชายของเธอบอกเด็กสาวให้นั่งเก้าอี้ก่อนจะเดินไปเลือกรองเท้าของเด็กผู้หญิงอย่างตั้งใจทันที
รองเท้ามากมายหลายคู่ถูกลูกชายเธอเลือกสรรอย่างตั้งใจกระทั่งได้คู่ที่ถูกใจก็หยิบออกมาเป็นรองเท้าส้นสูงแก้วสีชมพูลายการ์ตูนเจ้าหญิงถูกหยิบมาด้วยมือของลูกชายเธอก่อนจะหยุดตรงหน้าเด็กสาวแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นจับขาเด็กสาวมาตรงหน้าถอดรองเท้าให้อย่างอ่อนโยน
“เกินไปหรือเปล่าเราน่ะ เรียนรู้เร็วนะ” คุณอัญมณีอดแซวลูกชายตัวเองออกไปไม่ได้กับสิ่งที่ลูกชายทำ สิ่งที่น่าจะเคยเห็นตอนสามีทำให้เธอหรือไม่ก็จากละครที่เวลาเธอนั่งดูเป็นแน่
“วาเป็นผู้ชายต้องดูแลน้องครับ” เด็กชายตัวน้อยตอบกลับมาอย่างรู้ความโดยที่มือยังคงถอดและประคองใส่รองเท้าให้เด็กสาวตรงหน้าตัวเองอยู่แบบนั้นอย่างตั้งใจ ทำอย่างที่พ่อแม่เคยสอนมาแล้วว่าเป็นผู้ชายต้องรู้จักดูแลและให้เกียรติผู้หญิงนั่นเอง
และนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เด็กชายตัวน้อยดูแลเด็กสาวอย่างดี เขาคอยดูแลห่วงใยและแบ่งปันในทุก ๆ อย่างให้เด็กสาวอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วันแรกไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
