Chapter 10 ไม่เหมือนที่คิดไว้
เมื่อฉันทำธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย บริอันน่าก็เดินเข้ามาในห้องนอนของตัวเองและเดินไปยังที่ๆเธอวางผ้าคลุมจากคุณแกริคไว้
มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่เธอจะนำผ้าคลุมผืนนี้ไปคืนเขาในพระราชวัง เพราะเธอยังเป็นเพียงทหารฝึกหัดอยู่
เธอตัดสินใจพับมันเข้าไปในตู้เสื้อผ้าของตน และกลับมานั่งยังเตียงของตนเหมือนเดิมพร้อมกับขบคิดอะไรบางอย่าง
“แม่จะเป็นยังไงบ้างนะ” สิ้นเสียงบริอันน่าก็ล้มตัวลงนอนทันที
เธอไม่รู้ว่าตอนนี้แม่จะเป็นยังไงบ้างหลังจากที่เธอหนีออกมา แม่อาจจะกำลังเกลียดหรืออาจจะกำลังโกรธเธออยู่ก็ได้
“จะไม่ได้เจอแม่อีก 4 ปี ไม่สิ..อาจจะนานกว่านั้น” บริอันน่าไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี เพราะเธอเลือกที่จะหนีมาเป็นองครักษ์และจะไม่ยอมหันหลังกลับถ้าหากไม่ประสบความสำเร็จแล้ว เธออยากจะกลับไปหาแม่แต่ก็ต้องทนไว้ก่อน
แปะ!!
มือขาวๆตบไปที่หน้าของตัวเองไม่แรงนักแต่ก็ไม่ได้เบา เพื่อไล่ความคิดที่จะทำให้ตัวเธอเองจิตตกออกไปจากหัว
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้บริอันน่าต้องรีบลุกไปเปิด แต่เธอก็อยากรู้ว่าใครมาเคาะห้องเธอตอน 3 ทุ่มกัน
ไรเกอร์…
“มีอะไรรึเปล่า” บริอันน่าถามขึ้นหลังจากที่เปิดประตู
ไรเกอร์มองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นกระดาษใบหนึ่งให้กับเธอ
“โนแวนทิ้งจดหมายนี่ไว้ในครัวแล้วหายไป ฉันพยายามถามเพื่อนๆแล้วแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน” ไรเกอร์พูดกับบริอันน่า ซึ่งเธอก็รีบเปิดอ่านเนื้อความข้างในทันที
‘จะรีบกลับมา’
เนื้อความในจดหมายเป็นเพียงเนื้อความสั้นๆ ซึ่งบริอันน่าก็มองหน้าไรเกอร์อย่างกังวลใจ
“ฉันว่าเรารอเขาอีกซักวันน่าจะดีกว่านะ” บริอันน่าบอกกับไรเกอร์ ซึ่งคำพูดและสีหน้าของเธอกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
เธอเป็นห่วงโนแวน เพราะเขาตัวเล็กและอายุน้อยที่สุดในบ้านหลังนี้ หลายวันที่อยู่ที่นี่เธอสังเกตว่าโนแวนมักจะชอบทำอะไรคนเดียวเงียบๆ และไม่ชอบยุ่งกับใคร
“เอางั้นก็ได้” พูดจบไรเกอร์ก็เดินกลับเข้าไปในห้อง
วันต่อมา
ผ่านมาแล้วหนึ่งวันเธอก็ยังไม่เห็นวี่แววของโนแวน เพราะทุกเช้าเขามักจะตื่นก่อนเพื่อนและลงมาทำอาหารให้กับพวกเราทาน
“โนแวนหายไปไหนอ่ะ” เมอร์ลักถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องรับประทานอาหาร
“ไม่รู้สิ” ราฟาเอลตอบในขณะที่กำลังกินไข่ดาวที่บริอันน่าพึ่งทำเสร็จ
“วันนี้ฝึกซ้อมวันแรกด้วยนี่ จะสายไม่ได้นะ” เป็นวอลเลอร์ที่พูดขึ้น ซึ่งบริอันน่าก็ถึงกับชะงักก่อนจะรีบถอดผ้ากันเปื้อนและเดินไปนั่งที่โซฟาอีกห้องทันที
“เป็นอะไรของเธอ…” จู่ๆเสียงเนือยๆของอีธานก็ดังขึ้นจนทำให้บริอันน่าตกใจจนสะดุ้ง
!!
“อยากตายรึไงอีธาน” บริอันน่าว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ โดยที่อีธานก็ไม่ได้ทุกร้อนอะไรเลย
“เปล่า ฉันแค่ถามว่าเธอเป็นอะไรเท่านั้นเอง” เขายังคงถามเธอหน้าตาย
“แค่เครียดเรื่องโนแวน เขายังเด็ก” บริอันน่าตัดสินใจเล่าให้กับอีธานฟังในเรื่องที่เธอกำลังไม่สบายใจอยู่
“ฉันรู้จักบ้านเขานะ จะไปรึเปล่า” เมื่อฟังจบอีธานก็เสนอบางอย่างให้กับเธอ ซึ่งบริอันน่าก็ต้องตกใจอีกรอบ เพราะไม่คิดว่าอีธานจะรู้เรื่องคนอื่น
สุดท้ายเธอก็ต้องให้อีธานช่วย ก่อนจะรีบออกไปจากบ้านเพราะต้องเผื่อเวลาไปสนามฝึกด้วย
บ้านของโนแวน
ตอนนี้เป็นเวลาตี 5 กว่าๆแล้วหลังจากที่เธอออกมาจากค่ายฝึก และตอนนี้เธอก็อยู่หน้าบ้านของโนแวนแล้วด้วย แต่พอเคาะประตูกลับไม่มีใครตอบรับ
หรือจะไม่อยู่บ้าน…
บ้านหลังนี้ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับบ้านในค่ายฝึก และยิ่งมันอยู่ในที่เปลี่ยวๆยิ่งทำให้บ้านหลังนี้ดูอันตรายและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
แกร๊ก…
บริอันน่าตัดสินใจเปิดประตูบ้านเข้าไปอย่างถือวิสาสะ เนื่องจากบ้านหลังนี้ค่อนข้างเล็กมันจึงทำให้หลายๆห้องไม่มีที่กั้น
เมื่อเดินเข้าไปบริอันน่าก็พบเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนอนอยู่กับพื้น เนื้อตัวของเธอซีดและซูบผอม เหงื่อไหลตามตัวของเธอจนน่าเป็นห่วง
“คุณคะ!!” บริอันน่าวิ่งเข้าไปประคองหญิงสาวตรงหน้าและเรียกเธอ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆเธอจึงรีบวัดชีพจร
ชีพจรเต้นช้ากว่าปกติ..
แอ๊ด..
แต่เมื่อบริอันน่าจับสัญญาณชีพจรของคนตรงหน้าได้ไม่นาน เสียงประตูก็ดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะหันไปมอง
โนแวนกับทีน่าและทีออส!!!
“แม่ครับ!!!” เสียงขอโนแวนตะโกนขึ้นมาอย่างตกใจ ก่อนจะวางข้าวของที่พึ่งจะไปซื้อมาลงอย่างไม่สนใจและตามมาด้วยเด็กทั้งสอง
“อย่าพึ่งมุง โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน” บริอันน่าถาม
“แม่ครับ” ซึ่งโนแวนก็ไม่แม้แต่จะฟังเสียงของเธอซักนิด
หมับ!!
“ตอบฉัน!!” มือเรียวยื่นไปจับแขนของเด็กชายตรงหน้าเธอ ก่อนเขาจะเริ่มตั้งสติได้และตอบเธอ
“ในราชวัง ใกล้ที่สุดแล้ว…” สิ้นเสียงของโนแวน บริอันน่าก็สั่งให้พวกเขาไปเปิดประตู ก่อนจะทำการแบกแม่ของโนแวนออกมาจากบ้าน
หนักชะมัด…
แต่ด้วยร่างกายที่เล็กของเธอมันทำให้การแบกแม่ของโนแวนเป็นไปด้วยความลำบาก แต่บริอันน่าก็สามารถแบกแม่ของโนแวนได้จนถึงโรงพยาบาลของราชวัง
เมื่อเข้ามาถึงโรงพยาบาลบริอันน่าก็จัดการวางหญิงสาวลงกับเตียงแต่ก็ไร้วี่แววของหมอหลวง มีเพียงพยาบาลที่กำลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ตรงหน้าเท่านั้น
พรึ่บ!!
เมื่อรอไปซักพักไม่เห็นหมอมา บริอันน่าก็ทำการลุกขึ้นไปนั่งคร่อมบนเตียงและจัดการทำ CPR อย่างชำนาญการ
“เมื่อไหร่หมอจะมา!!” บริอันน่าตะโกนในขณะที่ทำ CPR ให้คนตรงหน้า
“อะ..เอ่อ…” พยาบาลยังคงอึกอัก ทำอะไรไม่ถูก
“ถ้ามันยังไม่มาก็ไปตามมันสิ!!” น้ำเสียงหงุดหงิดตวาดดังลั่นห้องจนผู้คนที่อยู่ตรงนั้นต้องรีบหันมามองเธอ และพยาบาลสาวก็รีบวิ่งออกไปทันที
“คุณบริอันน่า ทำอะไรอยู่ครับ!!” เสียงนุ่มทุ้มที่เธอจำได้ไม่ลืมของนิโคลัสดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ
จริงสิ นิโคลัสน่าจะช่วยได้
“นายมาก็ดี ช่วยรักษาคนไข้สิ” บริอันน่าพูดในขณะที่ปั้มหัวใจต่อ ซึ่งนิโคลัสก็ชะงักไปชั่วขณะก่อนจะยิ้มอ่อนๆให้กับเธอ
“ผมทำไม่ไ-“
“นายเป็นหมอนี่” แต่เมื่อประโยคนั้นถูกเอ่ยออกมา นิโคลัสก็นิ่งค้างแม้ว่าโนแวนหรือบริอันน่าจะเรียกเขาเท่าไหร่เขาก็ไม่ตอบรับ ทำเพียงแค่ก้มหน้าจนหมอมา
ซึ่งเวลาก็ผ่านไปไม่นานนักหมอก็ออกมาบอกว่าแม่ของโนแวนปลอดภัยแล้ว และขอข้อมูลของบริอันน่าและโนแวนเพื่อที่จะแจ้งไปยังทางค่ายว่ามีสาเหตุที่พวกเขาต้องเข้าฝึกสาย
และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น บริอันน่าก็เดินออกมาจากโรงพยาบาล ก่อนจะมองกลับไปและเห็นนิโคลัสกำลังมองตามหลังพวกเธออยู่ด้วยสายตานิ่งๆ ไม่ยินดียินร้าย
ทำไมนายถึงเป็นแบบนั้นล่ะนิโคลัส..
บริอันน่าคิดพรางเดินออกมา ซึ่งก็มีน้องสาวและน้องชายของโนแวนออกมาด้วย
“เธอมาที่บ้านของพวกเราทำไม” เสียงใสของโนแวนดังขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินออกมา
“ฉันแค่ไม่เห็นนายที่บ้านเลยเป็นห่วง” บริอันน่าเอ่ยตอบ
“ไม่จำเป็น เพราะฉันกำลังออกจากการเป็นทหารฝึกหัดแล้ว” เขาพูดพร้อมกับมองน้องชายและน้องสาวของเขาทั้งสองคนที่กำลังเดินตามอยู่
“ทำไมล่ะ เพราะแม่กับน้องๆหรอ” บริอันน่าถามเหตุผลเขาไป ซึ่งเขาก็ไม่ตอบอะไร
“ถ้าหากนายกังวลเรื่องพวกเขา ฉันพอจะมีคนที่ไว้ใจได้อยู่นะ ให้พวกเขาดูแลน้องๆและแม่ของนายให้ในระหว่างที่นายไม่อยู่” บริอันน่ายิ้ม ก่อนจะหยุดเดินและหันไปหาเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังเดินตามพวกเขาอยู่
“พี่สาว!!” ทีออสกระโดดกอดคอของเธอพร้อมๆกับทีน่า และฉีกยิ้มออกมา
“เดี๋ยวเถอะทีออสทีน่า ไปทำแบบนั้นกับคนที่ไม่รู้จักไม่ได้นะ” โนแวนดุน้องๆของเขาด้วยน้ำเสียงแข็ง
“ใครว่าไม่รู้จัก พวกเรารู้จักกันใช่ไหมคะ” บริอันน่ายิ้มและถามพวกเด็กๆ
“ค่ะ พี่คนนี้ไงคะ ที่พวกเราเล่าให้พี่ชายฟัง ที่พี่เขาช่วยพวกเรา” ทีน่ายิ้มและพูดกับโนแวน ซึ่งเขาก็ได้แต่อึ้งและไม่พูดอะไรซักพัก
บริอันน่าที่เห็นดังนั้นเธอก็ตัดสินใจเดินไปยังร้านของอาโน่ ที่ๆบริอันน่าได้เจอกับเด็กน้องทั้งสองคน
กริ๊งๆ
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อพวกเขาเปิดประตู ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาอาโน่ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ตามเคย
“อ้าว คุณบริอันน่าวันนี้ไม่มีฝึกหรอครับ” อาโน่ถามขึ้นในขณะที่กำลังวางแก้วลง
“มีเรื่องนิดหน่อย เลยไปไม่ทันน่ะ” บริอันน่าตอบอาโน่ ก่อนจะอุ้มทีออสและทีน่าขึ้นไปนั่ง
“อ้าวทีออส ทีน่ายังน่ารักเหมือนเคยเลยนะครับ เหมือนแมวเลย” อาโน่ยิ้มให้กับเด็กทั้งสองอย่างคุ้นเคย
“เอ่อ..”
“นี่คือคนที่ฉันบอกว่าสามารถไว้ใจได้ไง” บริอันน่าผายมือไปยังอาโน่ ซึ่งตอนนี้เขากำลังหยิบขนมมาให้กับเด็กทั้งสองคน
อาโน่ทำสีหน้างงๆ ก่อนที่บริอันน่าจะเล่าทุกอย่างให้กับเขาฟัง ทั้งเรื่องแม่ของโนแวนและเรื่องของน้องๆของเขา
“อืม ผมช่วยได้นะครับ ยังไงคุณแม่ของพวกเราก็น่าจะอายุไล่เลี่ยกัน น่าจะให้พวกท่านได้รู้จักกันไว้ แม่ผมจะได้ไม่เหงาด้วย” อาโน่ยิ้มในขณะที่กำลังพูด
“ไม่ต้องกังวลครับ เด็กๆผมก็จะดูแลให้ด้วย ถ้าว่างวันไหนก็เข้ามาเยี่ยมพวกแกได้ครับ” พูดจบก็ดูเหมือนว่าโนแวนจะเริ่มมีสีหน้าดีขึ้น และพวกเราก็ออกมาร้านของอาโน่เพื่อจะไปที่สนามฝึก
สนามฝึก
“พวกเธอสองคน คนไหนชื่อบริอันน่า” แต่จู่ๆเมื่อพวกเขาทั้งสองเดินเข้าไปร่วมแถวกับเพื่อนๆในสนามฝึก ครูฝึกกลับเรียกชื่อของบริอันน่าออกมา
“ไปพบกับผู้บัญชาการไฮเนอร์ ฮัดสันตอนนี้ด้วย” สิ้นเสียงครูฝึก ผู้คนก็พากันฮือฮาและโนแวนก็เริ่มมีสีหน้าตกใจเหมือนกับกำลังจะร้องไห้
“เดี๋ยวฉันมา” บริอันน่ายิ้มอ่อนๆให้กับเขาพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป
ผมนายนุ่มจริงๆนั่นแหละโนแวน…
