บทนำ(1)
ภัตตาคารจินฮว่าในย่านการค้าของเมืองเฟิ่งเซียงยังคงคึกคักไม่ขาดผู้คน แม้เป็นเมืองชายทะเลที่ห่างจากเมืองหลวง แต่ด้วยเส้นทางการค้าที่ตัดผ่านจึงมีพ่อค้า นักเดินทาง และชาวเรือต่างถิ่นมาเยือนตลอดเวลา กลิ่นหอมของอาหารจากครัวหลังภัตตาคารลอยอบอวล แข่งกับเสียงโห่ร้องและความจอแจจากห้องโถงด้านหน้าไว้ต้อนรับลูกค้า
ชายหนุ่มร่างเล็กในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นยืนอยู่หน้าเตา มือเรียวสับหมูสามชั้นลงบนเขียงด้วยจังหวะคงที่ ชำนาญจนคิดว่ามีดในมือไม่ต่างจากอวัยวะหนึ่งของเจ้าตัว ดวงตาคมเรียบนิ่งจดจ่อกับวัตถุดิบตรงหน้าท่วงท่าเฉียบคมราวเครื่องจักรชั้นดี แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าใต้เปลือกตาเรียบเฉยนั้นซ่อนอดีตอันแสนซับซ้อนของหญิงสาวผู้หนึ่งมิใช่เด็กชายผอมบาง !
ลู่ชิงหรู อดีตสายลับจากปลายศตวรรษที่ยี่สิบ ผ่านภารกิจมานับไม่ถ้วน และตายในหน้าที่เมื่อถูกหักหลังโดยเพื่อนร่วมทีม แต่แทนที่จะดับสูญกลับฟื้นในร่างของคุณหนูตกอับแห่งตระกูลขุนนาง ใหญ่ เหตุเพราะมารดาตั้งครรภ์น้องชายผู้มีชะตากาลกิณีต่อตระกูล พวกนางถูกไล่ออกจากจวนใหญ่ต้องระเห็จมาชนบท
ชีวิตใหม่ที่น่าจะสิ้นหวังกลับถูกหล่อเลี้ยงด้วยความสามารถใหม่ของอดีตสายลับและระบบที่นางสร้างขึ้นเองกับมือเมื่ออดีต
‘ข้าวิเคราะห์ชะตาแล้ว เจ้าตายโง่ ๆ แต่ก็ยังโชคดีได้พาข้ามาด้วย ถือว่าเป็นบุญของเจ้าอย่างเดียวยามได้เกิดใหม่’
นี่คือคำพูดแรกยามที่นางรู้ว่าระบบสายลับที่นางสร้างเมื่อตอนเป็นสายลับได้ทะลุมิติมากับนางด้วย
...ภาพโฮโลแกรมเจ้าก้อนสีเหลืองตัวกลมที่ลอยอยู่เหนือเขียง แววตาสดใสน้ำเสียงใสกริ๊งไม่ต่างจากเด็กชายวัยเก้าขวบทั่วไป แต่ที่น่าแปลกใจคือเจ้าระบบสายลับในอดีตนี้กลับกลายเป็นระบบทำอาหารเสียอย่างนั้น
‘เจ้าระบบอารมณ์ดี’ มีชื่อว่า หยางอิ๋น เวลาทำอาหารจะกระตือรือร้นที่สุดแต่ถ้าจะใช้มีดแทงใครเข้าเมื่อไร ระบบนี่ก็พร้อมเงียบหายทันที ราวกับมิใช่ระบบในมีดประจำตัวของนางที่ชาติก่อนนางใช้มันจัดการศัตรูและทำภารกิจมานักต่อนัดอย่างไรอย่างนั้น
“พ่อครัวหรู! รายการอาหารเข้ามาใหม่!”
เสี่ยวเอ้อสาวเรียกเสียงดังขณะยื่นใบรายการอาหารมาให้ ลู่ชิงหรูรับไว้ด้วยนิ้วเรียว หางตาเหลือบมองเพียงชั่ววาบหนึ่ง
“ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่ตุ๋นสมุนไพร ข้าวคลุกงาดำ บัวลอยไส้งาดำ...”
นางอ่านตามรายชื่ออาหารบนแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยถ่านจาง ๆ พยักหน้าเบา ๆ ดวงตานิ่งสงบ แต่ภายในกลับคำนวณลำดับการลงมืออย่างแม่นยำราวแผนจู่โจม นางก้าวไปยังถังปลาน้ำจืดที่ยังดิ้นพล่าน เลือกตัวที่เนื้อแน่น ลำตัวยาวได้สัดส่วน พอเหมาะแก่การนึ่งให้สุกกำลังดี
มือเรียวยกมีดขึ้นโดยไม่ลังเล ใบมีดยาวเรียวส่องประกายสะท้อนแสงอ่อนในครัว เสียงปลายมีดเฉือนผ่านเนื้อปลา ขอดเกล็ด แล่บั้งสองข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว แม่นยำ แม้กระทั่งก้างอ่อนบางตรงท้องปลาก็หลบหลีกได้ง่ายดาย
ในชาตินี้ไม่มีใครรู้ว่านางเคยใช้มีดเล่มเดียวกันนี้ปลิดชีวิตศัตรูในความมืด ด้วยฝีมือเฉียบขาดไม่แพ้พ่อครัวในครัว สิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว
...ปลายทางของคมมีดนี้ไม่ได้มีเพื่อทำร้ายใครแต่เพื่อทำอาหารสร้างความสุขให้คนได้ลิ้มรส
นางหมักปลาด้วยสมุนไพรกลบกลิ่น ซีอิ๊วหมักดองในโอ่งไม้เก่า เหล้าเกาเหลียงเก่า และน้ำตาลกรวดโปรยบาง ๆ เสริมรส วางปลาลงบนจานเคลือบอย่างมั่นมือ แต่งด้วยเห็ดหูหนูขาว ต้นหอม และแผ่นขิงที่ผ่านการฝานบางแล้ว
“ถ้าไม่ใส่ต้นหอมกับเห็ดหูหนู จะเหมือนเขียนบทกลอนที่ไร้จังหวะ”
หยางอิ๋นในร่างโฮโลแกรมลอยวนอยู่ใกล้ซึ้ง เขากล่าวพลางทำหน้าเคร่งเครียดราวกับพ่อครัวหลวงกำลังตรวจสำรับถวายฮ่องเต้
ข้างเตาดิน ไก่เนื้อแน่นสีซีดถูกสับเป็นชิ้นโดยมีดเล่มเดิม เสียงปลายมีดกระทบเขียงไม้ดังแผ่วแต่หนักแน่น จากนั้นนางจึงจัดการเรียงชิ้นเนื้อไก่ลงในหม้อเคลือบเงา ใส่ตังกุย โป๊ยกั๊ก เฉินผี่ เก๋ากี้ และชวงเจี่ย เติมน้ำสะอาด เกลือหินเล็กน้อย แล้วตั้งไฟอ่อนให้เคี่ยวอย่างใจเย็น
“น้ำแกงดีไม่อาจเร่งได้ เหมือนภารกิจที่ต้องรอเวลา ปลุกน้ำให้เดือดขึ้นทีละชั้น ไม่รีบเร่ง แต่ไม่พลาดแม้จังหวะเดียว”
หยางอิ๋น หรือ อิ๋นอิ๋นพึมพำเสียงเบาขณะมองไอน้ำอุ่น ๆ ลอยขึ้นจากปากหม้อ สูดดมกลิ่นตังกุยที่เริ่มโชยมาอย่างแผ่วบาง
อีกมุมหนึ่ง ข้าวหุงใหม่ถูกตักลงอ่างไม้ คลุกด้วยงาดำคั่วบดละเอียด กลิ่นหอมมันกระจายตัวทั่วห้องครัว มือที่เคยปลดไกกับดักอย่างแม่นยำ บัดนี้ขยับไม้พายผสมข้าวกับงาอย่างสง่างามและเปี่ยมความรู้สึก
หม้อน้ำขิงอีกใบ บัวลอยไส้งาดำลอยเด้งตัวบนผิวน้ำร้อนจัด แป้งเหนียวนุ่ม ไส้ในหอมหวานจากงาดำบดละเอียดและน้ำตาลกรวดแท้
หยางอิ๋นลอยเหนือถาดข้าวคลุกงาดำ แสดงท่าทีภูมิใจนักหนา
‘ยอดเยี่ยม ข้าจะเพิ่มคะแนนความพอใจให้เจ้าหนึ่งหน่วย ในฐานะที่ทำให้ข้าได้กลิ่นหอมโชยเช่นนี้ได้’
ชิงหรูไม่ใช่เด็กสาวที่ตามเจ้าระบบขี้น้อยใจไม่ทัน ‘มิใช่เจ้าบอกว่าคะแนนจะนับก็ต่อเมื่อข้าได้ยินคำชมนั้นจากผู้ได้ลิ้มรสด้วยหูตัวเองหรือ คะแนนจากระบบไร้ตัวตนเช่นเจ้านับด้วยหรือ!?’
‘เหอะ! เพราะเจ้ามันเป็นพวกปากไร้รสเช่นนี้อย่างไร คะแนนความพอใจถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแลกอะไรไม่ได้มากเช่นนี้’
ลู่ชิงหรูหัวเราะในลำคออย่างไม่คิดง้อ ก่อนจะรีบจัดอาหารทั้งหมดลงชามและถ้วย ก่อนนำอาหารไปบริการถึงโต๊ะลูกค้านั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเงาสะท้อนของตนในเงาบนกระบวยขัดเงา
ใบหน้าเรียวไร้เครื่องประทิน ผมเปียเดี่ยวรวบผมไว้ข้างหลัง เสื้อผ้าหม่นหมอง ในวันที่มาขอทำงาน นางไม่ได้แม้แต่หวีผมผลัดแป้งยิ่งแล้วใหญ่ เถ้าแก่ของที่ภัตตาคารแห่งนี้จึงคิดว่านางเป็นเด็กหนุ่มแล้วก็รับไว้เป็นเสี่ยวเอ้อของร้าน เมื่อเห็นว่าถูกเข้าใจผิดไปอย่างนั้นแล้วนางก็เลยปล่อยเลยตามเลยเสีย เพราะการที่นางเป็นผู้ชายย่อมปลอดภัยกว่าการเป็นหญิง...ยิ่งเฉพาะในยุคนี้
นางยกถาดอาหารออกจากครัว มุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่สั่งอาหารด้วยมือตนเอง เพราะคะแนนความพอใจ จะเพิ่มก็ต่อเมื่อลูกค้าพูดคำชมให้นางได้ยินอย่างชัดเจนเท่านั้น
ลู่ชิงหรูเดินตามเสี่ยวเอ้อไปยังโต๊ะด้านข้างหน้าต่าง โต๊ะนั้นมีคุณหนูผู้หนึ่งแต่งกายงดงาม นั่งอยู่กับสตรีสูงวัยที่น่าจะเป็นมารดา ใบหน้าทั้งสองมีแววเหนื่อยล้าจากการเดินผ่านแดดร้อนยามเที่ยงวัน
“เรียนคุณหนู อาหารตามที่สั่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
