บทที่ 9 หาข่าว
ตัดภาพมาที่จวนองค์ชายรอง ยังมีสาวใช้คนหนึ่งที่ถูกลืมไว้อย่างงงๆ หรือ เรียกง่ายๆว่าท่านแม่ทัพไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากคุณหนูหม่าฟางเซียนอุ้มพาดบ่าพานางกลับไปแล้ว
ทิ้งปัญหาไว้ให้ลูกน้องที่เหลือจัดการกันเอง โดยจางไป๋เยว๋ยืนมองสาวใช้ของคุณหนูฟางเซียนที่เพิ่งมาถึงหลังจากเจ้านายถูกพาตัวกลับไปแล้ว ตอนนี้นางเอาแต่ยืนอย่างงงๆอยู่ข้างสระน้ำอย่างซื่อบื้อ แต่ดูไปแล้วก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน
“เจ้าจะยืนเป็นตุ๊กตาอยู่อีกนานไหม?” จางไป๋เยว๋ถอนใจ แล้วเดินเข้าไปลากแขนสาวใช้นั่นเบาๆ
“กลับจวนไปเถอะ ก่อนที่คุณหนูของเจ้าจะกลายเป็นฮูหยินแม่ทัพแบบไม่ทันตั้งตัวไปจริงๆ”
สาวใช้เสี่ยวหลานรีบกะพริบตา “ขะ...ขอบคุณคุณหนูจางเจ้าค่ะ!”
จางไป๋เยว๋อดยิ้มบางๆขึ้นมาไม่ได้ก่อนจะพยักหน้าเรียบเฉยเดินนำอีกฝ่ายไป
ณ จวนตระกูลหม่า
หลังกลับถึงจวน ฟางเซียนเปลี่ยนชุดแห้งแล้วแต่ยังคงนั่งกอดหมอนบนเตียง ตาแดงๆ อยู่ในห้อง อย่าให้นางพูดเลยระหว่างนางนั่งรถม้ากับท่านแม่ทัพใหญ่ ทางพระเอกเอาแต่มองนางอย่างกะจะกลืนกินนางให้ได้ น่ากลัวมาก นางยังไม่อยากถูกกินนะ ฮื้อๆ
ก่อนจะหันไปมองเสี่ยวหลานที่เพิ่งกลับมาจากส่งจางไป๋เยว๋ที่หน้าประตู
“เสี่ยวหลาน เจ้ามากับข้าตอนออกจากจวน แล้วตอนนั้นเจ้าหายไปไหน!” นางโวยเบาๆ อย่างคนเพิ่งฟื้นจากอารมณ์มึนตึง
“ข้า... ข้าถูกคนของท่านแม่ทัพพาไปนั่งรออีกที่เจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่า ‘คนของฮูหยินแม่ทัพ จะปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ได้’”
“ฮูหยินแม่ทัพบ้าบออะไรล่ะ! ข้ายังไม่ได้ตกลง!” ฟางเซียนฟาดหมอนลงกับเตียงนอน
แต่พอเห็นหน้าซื่อๆ ของเสี่ยวหลาน นางก็นึกอะไรบางอย่างออก
“เสี่ยวหลาน เจ้ามาช่วยข้าหน่อย”
“เจ้าคะ?” สาวใช้กระพริบตาปริบๆ อย่างระแวง
"เจ้าหาคนไปสืบข่าวท่านแม่ทัพในช่วงนี้หน่อย ว่าไปกินข้าวที่ไหน ดื่มชาที่ไหน พูดคุยกับใครในเมือง”
ในเวลาเดียวกัน คนของแม่ทัพกำลังยืนฟังอยู่บนหลังคาห้องนอนของคุณหนู มีหนึ่งในสองคนไปส่งข่าวให้ท่านแม่ทัพทราบเรื่องนี้
ณ ค่ายแม่ทัพใหญ่
เสียงฝีเท้าของหน่วยลับหญิงผู้หนึ่งวิ่งมาตามทางในค่าย ก่อนจะหยุดอยู่หน้ากระโจมของแม่ทัพใหญ่ จากนั้นก็คุกเข่ารายงานเสียงเบา
“ท่านแม่ทัพ! คุณหนูหม่าฟางเซียน สั่งให้สาวใช้ไปสืบว่าท่านไปกินข้าวที่ใด พูดคุยกับใครบ้างในเมืองเจ้าค่ะ”
แม่ทัพซือหม่านหลงที่กำลังถือถ้วยชาอยู่นิ่งไปเพียงชั่ววินาที ก่อนมุมปากจะยกยิ้มอย่างอันตราย รอยยิ้มนั้นเจือความพอใจปนเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด
“หึ ดูท่านางจะเริ่มหึงข้าแล้วล่ะสิ”
เขาวางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความสุข
‘เจ้าเริ่มกลับมาใส่ใจข้าแล้วใช่ไหม ฟางเซียน’
จากนั้นก็หันไปมองหน่วยลับหญิงที่ยังคุกเข่าอยู่ พลางออกคำสั่งด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาด
“เรียกจางไป๋เยว๋เข้ามาพบข้าเดี๋ยวนี้”
“เจ้าค่ะ”
ไม่กี่อึดใจต่อมา จางไป๋เยว๋ในชุดทหารเดินเข้ามาในกระโจมด้วยสีหน้ามึนงง
“ท่านแม่ทัพเรียกข้ามา ดึกขนาดนี้ มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ?”
แม่ทัพหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วยกคิ้วเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ เจ้าจงแต่งเป็นคุณหนูตระกูลจางอีกรอบ แล้วไปกับข้าที่โรงน้ำชาหยกเย็นในเมือง”
“หา...!?” จางไป๋เยว๋ถึงกับหลุดเสียงสูง
“เพื่ออะไรเจ้าคะ?” จางไป๋เยว๋เกาหัว นางเพิ่งไปเปลี่ยนชุดคุณหนูออก จะให้นางใส่กลับอีกรอบหรือเนี่ย
“เพื่อให้ฟางเซียนเห็นว่าข้าไปทานขนมน้ำชากับหญิงอื่นบ้าง นางจะได้หึงหวงข้า”
จางไป๋เยว๋กลอกตาอย่างเหนื่อยใจทันที
“ท่านแม่ทัพ ท่านว่างหรือเจ้าคะ ไม่ต้องฝึกทหารแล้ว?”
แม่ทัพซือหม่านหลงยกคิ้วขึ้นเพียงนิด ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มเย็นเฉียบ
“ข้ามีคนฝึกทหารแทนแล้ว แต่เรื่องของหัวใจ ไม่มีใครทำแทนข้าได้”
จางไป๋เยว๋ถึงกับหมดคำ เงยหน้ามองเพดานกระโจมอย่างเหนื่อยใจ
“ท่านนี่ หลงคุณหนูหม่าฟางเซียนหัวปักหัวปำแล้วจริงๆ สินะเจ้าคะ”
แม่ทัพหนุ่มยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบแต่แฝงความจริงจัง
“ใช่ ข้าหลงนางจนถอนตัวไม่ขึ้น และข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น แม้แต่กับ ‘องค์ชายรอง’ ลูกพี่ลูกน้องของข้าก็ไม่ได้”
จางไป๋เยว๋เลิกคิ้วสูง
“แสดงว่าท่านรู้ ว่ายามองค์ชายรองมองคุณหนูหม่าฟางเซียนนั้นแตกต่างจากปกติ”
“หึ ข้ารู้ดี” ซือหม่านหลงวางถ้วยชา แล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาเย็นชา
“และข้าจะทำให้แน่ใจ ว่าฟางเซียนจะไม่มีวันหันไปมองเขาอีก ต่อให้องค์ชายมอบอัญมณีมีค่าให้นางมากแค่ไหน ข้าก็จะให้นางกลับเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวพร้อมกับ ‘หัวใจของข้า’ แลกกลับไป”
“โอ๊ย” จางไป๋เยว๋ยกมือกุมอกตนเอง “ข้าเขินแทนนางเลยเจ้าค่ะ”
แม่ทัพถอนหายใจยาวกับท่าทางของลูกน้องสาวแสนกวน ก่อนจะโบกมือไล่อีกฝ่ายออกไปจากกระโจม
“เจ้ารีบไปเตรียมตัวซะ เตรียมชุดคุณหนูให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ข้าจะไปรับเจ้าที่จวนตระกูลจางก่อนเที่ยง อย่าทำให้ข้ารอนาน”
“เจ้าค่ะๆ ข้าไปก็ได้” จางไป๋เยว๋บ่นพึมพำขณะเดินออกจากกระโจม “ข้าคือคุณหนูจำเป็นสินะ ชุดนี้ข้าใส่บ่อยยิ่งกว่าชุดทหารแล้ว”
รุ่งเช้า ณ จวนตระกูลหม่า
ฟางเซียนในชุดสีฟ้าอ่อนลายเมฆ นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมองกระจกทองเหลือง หญิงสาวตรงหน้าสวยงามไม่แพ้ใครในเมืองหลวงเลยก็ว่าได้ เสียอย่างเดียวคือหางตาที่ชี้ขึ้นทำให้ดูเหมือนคนขี้วีนขี้เหวี่ยง ทั้งที่จริงๆเป็นคนค่อนข้างใจดีเลยล่ะ
“เสี่ยวหลาน ข่าวล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงนางราบเรียบแต่หางเสียงสั่นนิดๆ
“เจ้าค่ะคุณหนู ข้าได้ยินจากคนรับใช้ร้านดอกเหมยว่าท่านแม่ทัพจะไปที่ โรงน้ำชาหยกเย็น ตอนสายวันนี้เจ้าค่ะ กับคุณหนูจางไป๋เยว๋”
ฟางเซียนกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ
‘นี้ซินะที่เรียกว่านางเอกคู่กับพระเอก ไปทานขนมและน้ำชาด้วยกัน’
‘ตอนนี้ระบบนางร้ายก็Errorส่งซ่อมแล้ว ระหว่างนี้นางต้องหาแผนเอง’
จากนั้นหัวน้อยๆก็โยกไปโยกมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะลุกขึ้นยืน ดีดนิ้วเปาะ นางนึกออกแล้ว
‘ไปอาละวาดหึงหวงที่โรงน้ำชาให้พระเอกเสียหน้าต่อหน้าผู้คนจำนวนมากและรู้สึกรำคาญนางร้ายที่ไร้มารยาท แค่นี้เขาก็ยกเลิกการแต่งงานแล้ว’
ฟางเซียนกอดอกก่อนยืดตัวด้วยความคิดอย่างภาคภูมิใจในความฉลาด(?)ของตน โดยที่นางไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนต้องการให้นางไปแสดงความหึงหวงอย่างเต็มที่ต่อหน้าผู้คนเพื่อประกาศว่ารักชอบเขามากแค่ไหน
