ชัยชนะที่ไม่มีเธอ
" ห้องนันท์กว้างกว่าที่หยาคิดไว้อีกนะเนี่ย
" ตามสบายเลยนะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปห้องนี้เป็นของเรา
" ขอบคุณนะนันท์
เธอโผเข้ากอดหญิงสาวตรงหน้าเป็นการขอบคุณแต่อีกฝ่ายกลับทำตัวไม่ถูกแล้วนิ่งแข็งอยู่ชั่วครู่
" เป็นอะไรหรือเปล่า
" เปล่าๆ
" นันท์อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวหยาทำให้กิน
" หยาชอบทำอาหารหรอ
" ชอบ แล้วนันท์หล่า
" ดีเลยนันท์ก็ชอบทำอาหาร
" งั้นเรามาเริ่มกันเลย
นับตั้งแต่วันที่เธอย้ายเข้าไปอยู่ในห้องของหญิงสาวทั้งสองก็ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันและปรับตัวเข้าหากันจนเวลาผ่านไปท้องเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเธอรู้สึกอึดอัด
" นันท์จะไม่ได้อยู่ด้วยหนึ่งอาทิตย์นะ อยู่คนเดี๋ยวอย่าทำกิจกรรมอะไรที่มันเสี่ยงลื่นล้ม
" รับทราบค่ะ
" ป้าไปก่อนนะตัวเล็ก
หญิงสาวลูบท้องเธอเป็นการร่ำลาเด็กทารกที่ยังอยู่ในครรภ์
" เดินทางปลอดภัยนะนันท์
" จร้า
หลังจากที่หญิงสาวซึ่งเป็นเจ้าของห้องเดินออกไปเธอก็กลับไปนั่งโซฟาแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านให้ลูกน้อยฟัง
" ดิ้นใหญ่เลย ชอบให้แม่หยาอ่านนิทานให้ฟังใช่มั้ยคับ
เธอค่อยๆ ลูบท้องตัวเองพร้อมกับอ่านหนังสือนิทานไปด้วยพอตกดึกเธอก็มีอาการเจ็บท้องหน่วงๆ แต่ไม่รู้ว่านั่นคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอกำลังจะคลอด
" ลูกทำแม่นอนไม่หลับเลย เราไปดูโทรทัศน์กันดีกว่า
ด้วยอาการเจ็บท้องหน่วงๆ แต่ไม่เจ็บมากเธอจึงเดินไปนั่งโซฟาแล้วเปิดดูโทรทัศน์เธอเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นรายการถ่ายทดสดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก
" นั่นเขา
เมื่อเธอได้ยินชื่อเขาจากเสียงพากษ์จึงจดจ่อกับรถแข่งคันที่เขาเป็นคนขับ
" โอ้ย!
แต่แล้วอาการเจ็บท้องของเธอก็หนักขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดน้ำคร่ำของเธอก็แตก
" โทรศัพท์ โทรศัพท์อยู่ไหน
เมื่อเธอรู้ตัวว่ากำลังจะคลอดจึงตัดสินใจโทรเรียกรถพยาบาลทันที
" ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้ช่วยที
ตอนนี้เธอรับรู้ได้ว่าลูกน้อยกำลังจะโผล่หัวออกมาจึงนั่งลงกับพื้นแล้วพิงหลังไว้กับโซฟาจากนั้นก็กางขาออกกว้าง
" อื้อออ!!
เธอหยิบผ้าผืนเล็กยัดใส่ปากเพื่อกันเสียงร้องไม่ให้ดังรบกวนผู้พักอาศัยคนอื่นๆ และตอนนี้ไรผมและหน้าผากของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
" อื้อ!ๆๆๆ
เธอพยายามเบ่งลูกน้อยออกมาพร้อมกับเอามือรองรับแต่ความพยายามของเธอนั้นยังไม่สามารถช่วยให้เด็กทารกโผล่หัวออกมา จากนั้นเธอก็หยุดพักหายใจแล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีเบ่งจนสุดความสามารถ
" อื้อ!!!
เมื่อหัวเด็กเริ่มโผล่ออกมาเธอกัดผ้าผืนเล็กแน่นแล้วผ่อนลมหายใจเข้าออกจากนั้นก็เบ่งสุดแรงเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเด็กทารกน้อยหลุดออกมาเธอก็รีบรับไว้ทันทีตามสัญชาตญาณ
" อุแว๊ๆๆๆ
วินาทีที่ทารกร้องออกมาเป็นวินาทีเดียวกับที่เขาโห่ร้องให้กับชัยชนะที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต
" อุแว๊ๆๆๆ
" ลูกๆ ลูกแม่
ส่วนเธอที่เห็นหน้าลูกชายในวินาทีแรกก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจและรีบนำผ้าขนหนูสะอาดมาห่อหุ้มร่างน้อยที่เต็มไปด้วยคราบเลือด
" อุแว๊ๆๆๆ
เสียงร้องไห้ของเด็กชายดังขึ้นเรื่อยๆ แข่งกับเสียงโห่จากสนามที่ดังออกมาจากลำโพงโทรทัศน์
" ไม่ร้องนะคะคนเก่ง
เธอพยายามกล่อมลูกชายไม่ให้ส่งเสียงและจากนั้นไม่นานเสียงรถพยาบาลก็ดังเข้ามาใกล้
" เพื่อนกูแม่งสุดยอดว่ะ ทำได้ไงวะทีแรกเกือบได้ที่สี่เอาไปเอามาเข้าเส้นชายคนแรกเฉย
" กูก็ไม่รู้เหมือนกัน
" หรือไปบนไว้ อ่ะแหน่ๆๆ บอกมาว่าที่ไหน จะตามบ้าง
" ไร้สาระ
" อ้าว!
" ไม่ได้บนบานอะไรทั้งนั้น
" หรือมีของดี ไหนขอดูหน่อย
เขานิ่งเงียบแล้วหยิบสร้อยขึ้นมาดู
" เยดเข้! หลวงปู่วัดไหนวะ ขอดูหน่อย
" หลวงปู่พ่อมึงสิ! นี่กูกับเมียโว้ย
" จริงดิ เห้ย! แม่งขลังว่ะ คราวหน้าให้กูยืมใส่บ้าง
" เมื่อไหร่มึงจะเลิกทำตัวติ๊งต๊องวะ แม่งน่าถีบชิบหาย
" เพื่อน
" ว่า..
" หรือว่าเมียมึงตายแล้ววะ ยึ๋ย ขนลุก!
เมื่อเขาได้ยินดังนั้นแทนที่จะต่อยเพื่อนชายแต่เขากลับนิ่งเงียบ
" เหมือนกับในละครในหนังผีไง ที่ผู้หญิงโกรธแค้นน้อยใจแล้วฆ่าตัวตายกลายเป็นผีแล้วกลับมาแก้แค้น
" ถ้ายังไม่หยุดปากหมากูจะเอาถุงมือเน่าๆ นี่ยัดปากมึงนะ
" ขอโทษครับ
" จะไปไหนก็ไปกูอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว
" ตามสบายครับเพื่อนไม่กวนละ เย็นนี้เจอกัน
" เออ
ทันทีที่เพื่อนชายเดินหายออกจากห้อง เขาก็เปิดจี้รูปหัวใจที่ติดมากับสร้อยซึ่งข้างในจี้เป็นรูปของเธอกับเขา และเขาได้สร้อยนี้พร้อมกับผลตรวจการตั้งครรภ์ซึ่งเธอใส่ไว้ในกล่องของขวัญ แต่เขาเพิ่งพบมันเมื่อตอนที่เธอไม่อยู่แล้ว
" ในที่สุดความฝันของผมก็กลายเป็นจริงสักที
เขาโชว์สร้อยขึ้นมาแล้วมองดูมันด้วยความโศกเศร้า
" แทนที่ผมควรจะดีใจกับชัยชนะในครั้งนี้แต่ทำไมกลับรู้สึกไร้ตัวตน และไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิด
เขานำจี้มาทับไว้กับอกแล้วร้องไห้ออกด้วยความรู้สึกผิดต่อเธอกับลูก
