จากลา
" พ่อคะ
หลังจากที่เธอรู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์และเขาไม่ต้องการเธอกับลูกแล้วจึงตัดสินใจกลับไปหาผู้เป็นพ่อ
" หยา!
ส่วนชายสูงวัยเมื่อเห็นหน้าลูกสาวก็แสดงท่าทีดีใจและสองพ่อลูกก็โผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง
" หนูคิดถึงพ่อจังเลย
" พ่อก็คิดถึงหยาที่สุด
" พ่อคะหนูมีเรื่องจะบอก
ในขณะที่เธอตัดสินใจจะบอกความจริงแต่ผู้เป็นพ่อนั้นกลับดูไม่ค่อยสนใจเพราะมัวแต่รีบจัดเตรียมน้ำเพื่อนำมาเสิร์ฟให้กับลูกสาว
" หยานั่งรถมาแต่ไกลคงเหนื่อยและหิวมากสินะ อ่ะ ดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจก่อน เดี๋ยวพ่อจะไปเตรียมกับข้าวให้
" ขอบคุณค่ะ
" ส่วนเรื่องที่จะบอกพ่อไว้ค่อยคุยตอนทานข้าวนะ ตอนนี้หยานั่งพักเถอะส่วนกระเป๋านี่เดี๋ยวพ่อขึ้นไปเก็บให้
" ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวหนูขึ้นไปเก็บเอง
" เสร็จแล้วรีบลงมาทานข้าวนะ
" ค่ะ
เธอส่งยิ้มให้กับผู้เป็นพ่อแล้วก็ค่อยๆ ยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นไปยังชั้นบนอย่างทุลักทุเล และเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในห้องก็พบว่ามันถูกทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย ส่วนข้าวของทุกอย่างถูกจัดไว้ให้อยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
" ลูกรักช่วยบอกแม่ทีว่าเราควรบอกคุณตาหรือไม่บอกแล้วหนีไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน
เธอก้มหน้าแล้วใช้มือสัมผัสหน้าท้องที่ตอนนี้เริ่มนูนเล็กน้อย และไม่นานเธอก็โน้มตัวนอนลงด้วยความอ่อนเพลีย
" ก้อก!ๆๆๆ
เมื่อชายสูงวัยไม่เห็นลูกสาวลงไปทานข้าวจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปยังชั้นบนแล้วเคาะประตูเรียก
" หยา! เป็นอะไรหรือเปล่า?
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับคนเป็นพ่อก็กระวนกระวายแล้วเคาะประตูห้องอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
" ก้อก! ๆๆๆ หยาออกมาเปิดประตูให้พ่อที
" พ่อ!
หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากเสียงเคาะประตูที่ดังจากหน้าห้องแล้วรีบลุกขึ้นทันที
" ใช่ นี่พ่อเอง
" ขอโทษทีค่ะ พอดีหนูเผลอหลับ
" ไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อนไป แล้วอย่าลืมลงไปทานข้าวนะ
" ค่ะพ่อ
...
" หยา..หยา!
" คะๆ
เมื่อผู้เป็นพ่อสังเกตุเห็นว่าลูกสาวทานข้าวได้น้อยและมีอาการเหม่อลอยจึงเกิดความสงสัย
" หยามีเรื่องอะไรจะบอกพ่อ?
เมื่อหญิงสาวสัมผัสได้ถึงสีหน้าที่จริงจังและน้ำเสียงที่เยือกเย็นก็เกิดความลังเลใจที่จะบอกความจริงกับผู้เป็นพ่ออีกครั้ง
" คือ..
" มันไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อคิดใช่มั้ย
" หนูตกงานค่ะพ่อ
" จริงหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นโทรบอกพ่อ
เมื่อชายสูงวัยได้ยินดังนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงทันที
" หนูไม่อยากให้พ่อกังวล
หญิงสาวตัดสินใจโกหกผู้เป็นพ่อเนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงในตอนนี้
" อันที่จริงหยาจะกลับมาอยู่กับพ่อที่นี่ตลอดเลยก็ได้นะ ถึงแม้จะหาเงินลำบากหน่อยแต่ไม่อดตายแน่นอน เราอยู่กันแบบพอมีพอกินก็ได้พ่อไม่ได้อยากมีบ้านใหม่หรือรถคันใหญ่ๆ เหมือนกับชาวบ้านเขาหรอก ส่วนเงินที่ลูกส่งมาให้พ่อใช้ทุกเดือนมันก็ยังอยู่เท่าเดิมพ่อไม่เคยเอาออกมาใช้
" พ่อ!
" ก็เผื่อลูกจำเป็นต้องได้ใช้มัน
เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความรักความใยที่ผู้เป็นพ่อนั้นมีให้ก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
" พ่อคะหนูขอโทษ
" ขอโทษทำไมลูกไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
" หนูขอตัวนะคะพ่อ
พูดจบเธอก็รีบลุกจากเก้าอี้แล้วเดินกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง
...
เช้าวันต่อมา..
" จะตื่นสายก็ได้นะพ่อไม่ว่า
" อยู่ในเมืองหนูก็ตื่นเวลานี้แหละค่ะ อีกอย่างหนูอยากตื่นมาช่วยพ่อทำกับข้าว
" ทีเมื่อก่อนต้องให้พ่อปลุกหลายรอบ
" ก็ตอนนี้หนูโตแล้วนี่คะ
" พ่อมีความสุขนะที่ได้เห็นลูกสาวตัวน้อยของพ่อค่อยๆ เติบโตทีละขั้น จนตอนนี้กลายเป็นสาวสวยมีชายมากมายหมายปอง แต่ก็แอบใจหายถ้าวันใดวันหนึ่งพ่อต้องยกลูกให้คนอื่นไปดูแล เพราะอะไรนั่นหรอ? ก็เพราะพ่อกลัวคนอื่นจะดูแลลูกได้ไม่ดีเท่าพ่อ และยิ่งถ้าใครที่ทำร้ายลูกขอบอกไว้ก่อนเลยว่า พ่อจะอัดมันให้เละ! ไม่เชื่อค่อยดู
ชายสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกแต่ก็แอบแฝงนัยบางอย่างจนผู้เป็นลูกสาวนั้นหน้าถอดสีทันที
" ขอบคุณนะคะที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้หนูในเวลาเดียวกัน ขอบคุณที่เป็นทุกอย่างให้หนู
" ก่อนแม่จะจากไป แม่ฝากให้พ่อดูแลลูกให้ดีที่สุดแม่บอกให้พ่อยู่เคียงข้างลูกเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจงจำเอาไว้ว่าพ่อคนนี้จะไม่มีวันปล่อยมือลูกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ
" หนูคิดถึงแม่จังเลย
" พ่อเองก็ยังคิดถึงแม่ที่สุด
" งั้นเช้านี้เราไปวัดทำบุญให้แม่กันมั้ยคะ
" ไปสิ
" งั้นหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ
" ไปเถอะทางนี้พ่อจัดการเอง
และไม่นานสองพ่อลูกก็พากันเข้าวัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับหญิงสาวผู้ล่วงลับเมื่อสิบปีก่อนด้วยโรคมะเร็ง
" พ่อคะหนูขออยู่กับแม่เพียงลำพังได้มั้ยคะ
" ได้สิ
" ขอบคุณค่ะ
เมื่อผู้เป็นพ่อหายลับไปเธอก็สัมผัสป้ายอัฐิของผู้เป็นแม่แล้วร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด
" แม่คะ หนูกำลังจะมีหลานให้แม่นะ แม่ดีใจมั้ย หรือเสียใจถ้ารู้ว่าหนูท้องไม่มีพ่อ แม่คะหนูอ่อนแอเหลือเกินหนูไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ
" พ่อไม่ได้หูฟาดใช่มั้ย?
" พ่อ!
" พ่อของเด็กเป็นใคร?
" หนูไม่อยากพูดถึงเขา
" บอกมาว่ามันเป็นใคร!
" พ่อคะเรากลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่า
" ผมกลับก่อนนะไว้จะมาเยี่ยมใหม่ คุณไม่ต้องห่วงผมจะตามผู้ชายคนนั้นมารับผิดชอบลูกของเราให้ได้
เมื่อสองพ่อลูกอยู่ด้วยกันเพียงลำพังเธอก็เอาแต่ร้องไห้ส่วนผู้เป็นพ่อนั้นนิ่งเฉยไม่ยอมพูดอะไร
" พ่อจะดุจะด่าจะว่าอะไรหนูก็ได้แต่พ่ออย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย
" พ่อจะไม่ด่าไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ขอแค่พาไปหาพ่อของเด็ก
" เขากำลังจะมีอนาคตที่ดี หนูไม่อยากให้เขาตราหน้าว่าเด็กคนนี้เป็นตัวถ่วง
" แล้วอนาคตของเด็กหล่า! แกคิดปกป้องมันแล้วไม่คิดจะปกป้องลูกตัวเองเลยรึไง
" อนาคตของเด็กคนนี้หนูจะเป็นคนกำหนดเอง
" มันรู้มั้ยว่าแกกำลังตั้งท้อง
" รู้ค่ะ และเขาไม่ต้องการเด็กคนนี้
" ไอ่ชาติชั่ว! พาพ่อไปหามันเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็บอกพ่อว่ามันอยู่ที่ไหน
" ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ หนูไม่อยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว
" แล้วแกจะปล่อยให้คนทั้งหมู่บ้านทั้งตำบลนินทาว่าแกทำตัวเหลวแหลกจนท้องไม่มีพ่อ แล้วก็หาว่าชั้นเลี้ยงลูกไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้หรอ? แกจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย
" การที่ผู้หญิงท้องแล้วผู้ชายไม่ต้องการมันเป็นความผิดของผู้หญิงหรอคะ ถ้าคนมันจะพูดจะนินทาก็ปล่อยให้เขานินทาไปสิ เดี๋ยวพอนานๆ เข้าพวกเขาก็จะลืมเรื่องนี้ไป เราอย่าไปใส่ใจกับคำนินทาพวกนั้นเลย
" ถ้าแกไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิด แล้วไม่คิดบ้างหรอว่าถ้าเด็กโตขึ้นมาแล้วโดนล้อมันจะรู้สึกยังไง
" หนูขอโทษที่ทำให้พ่อต้องมาเดือดร้อน แต่ถึงยังไงหนูก็ไม่มีวันบอกว่าเขาเป็นใคร
" งั้นแกออกไปจากบ้านหลังนี้ไปซะ แล้วอย่ามาให้ชั้นเห็นหน้าอีก
" พ่อแน่ใจนะคะว่าต้องการแบบนั้น
" คิดว่าชั้นพูดเล่น?
" ค่ะ งั้นหนูขอตัวนะคะ
" จะไปไหน
" ก็พ่อไล่ให้หนูออกจากบ้านหลังนี้แล้วจะให้หนูทนอยู่ไปทำไม
" มาถึงขั้นนี้แล้วยังคิดปกป้องมันอีก
" หนูไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น แค่ต้องการความสงบ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่สามารถเป็นลูกที่ดีให้กับพ่อได้ แต่หนูสัญญาว่าจะเป็นแม่ที่ดีให้กับลูก
" หยา!
" หนูไปนะคะพ่อ
สองพ่อลูกทะเลาะกันและต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ ส่วนเธอที่กำลังตั้งครรภ์ยิ่งทำให้รู้สึกอ่อนไหวง่ายจึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านหลังเล็กไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ส่วนผู้เป็นพ่อก็ทำได้แค่มองดูลูกสาวเดินออกจากบ้านไปด้วยรู้สึกผิดแต่ก็ไม่ได้รั้งลูกสาวเอาไว้และกว่าจะรู้ตัวว่าควรทำแบบนั้นมันก็สายเกินไปเพราะเธอนั้นได้เดินขึ้นรถไปแล้ว
" หยา! อย่าทิ้งพ่อไป
ชายสูงวัยตะโกนเรียกลูกสาวสุดเสียงแต่มันก็ไม่ดังพอที่จะทำให้เธอนั้นได้ยิน
