บท
ตั้งค่า

Prologue

“ไอ้จิล! แกเป็นอะไรวะมองโทรศัพท์ทั้งวัน” น้ำเสียงหงุดหงิดทักขึ้น เมื่อเห็นหนึ่งในเพื่อนรักเอาแต่นั่งกดโทรศัพท์ตัวเองด้วยอาการที่เรียกได้ว่ากำลังกรุ่นโกรธ

“ก็นายน้ำแข็งน่ะสิไม่ยอมตอบข้อความฉันเลย!” คนถูกถามพูดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่แพ้กัน เพราะเพียรกดส่งข้อความทางไลน์หาใครบางคนที่เธอประกาศกร้าวว่าจะจีบมาเป็นแฟน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบกลับมาแม้แต่ข้อความเดียว ที่จริงต้องบอกว่าไม่ยอมอ่านเลยมากกว่า

“เขาคงรำคาญแกแน่ๆ” สาวห้าวเป้งประจำกลุ่มยังคงกระเซ้าสาวสวยทรงเสน่ห์ที่ได้สมญานามว่าเป็นเพลย์เกิร์ลเพราะเปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น ก่อนกลั้นขำเมื่อเห็นคนถูกแซะหันมาค้อนประล่ำประเหลือกให้

“แกก็ไปว่าไอ้จิลมัน คนนี้ดูท่ามันจะจริงจังด้วยนะเนี่ย” สาวแว่นหนาที่นั่งฟังเพื่อนรักสองจิกกัดกันอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้างเพื่อห้ามทัพ

“ทำเป็นรู้ดีนะยัยแม่ชี!” เพราะความหงุดหงิดที่หนุ่มหล่อไม่ยอมตอบไลน์ บวกกับอารมณ์เสียที่ถูกเพื่ออีกคนแซะ สาวเปรี้ยวของกลุ่มเลยหันไปเล่นงานหญิงสาวผู้แสนเรียบร้อยราวกับหลุดออกมาจากสำนักนางชีแทน

“เอ้า! ก็หรือไม่จริง?” ร้อนถึงนางมารประจำกลุ่มที่พร้อมจะใช้ฝีปากฆ่าผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ต้องออกตัวสมรู้ร่วมคิดการสาวผู้แสนเรียบร้อย เพราะดูท่าคงไม่อาจตีฝีปากแข่งอีกคนเป็นแน่ “ปกติแกเคยนั่งจิกนั่งตามผู้ชายที่ไหน มีแต่ปั่นหัวให้เขาวิ่งตามแก แต่คนนี้แกดันจิกเช้าจิกเย็น...”

คนถูกกล่าวหาทำเจื่อนนิดหน่อยเมื่อคิดตามคำพูดเพื่อนแล้วเห็นว่ามันจริงตามนั้นทุกประการ ปกติเธอต้องเป็นฝ่ายวิ่งนำไม่ใช่ไล่ตาม แต่นี่กลับต่างออกไป ขณะที่ยอมรับความจริงในข้อนั้นสาวสวยแต่ปากร้ายเหลือรับประทานก็เอ่ยต่อ

“หรือว่า... แกจะหลงรักพี่เวหาเข้าให้จริงๆ แล้ววะ?”

“บ้า!” กว่าจะหลุดคำนั้นออกมาได้ก็กินเวลาไปชั่วอึดใจ เพราะตกใจกับคำถามเหมือนดักทางของเพื่อนรัก ก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่อง เนื่องจากไม่อยากตอบคำถามดังกล่าว “ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เดี๋ยวไปหาซื้อน้ำดีกว่า”

“ไม่ต้องๆ” สาวสวยผมยาวถึงกลางหลังและย้อมด้วยสีแดงทับทิมยกมือห้าม ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์สีดำคมกริบมองสาวสวยทรงเสน่ห์ประจำกลุ่มก่อนบอก “เดี๋ยวฉันไปซื้อเอง พวกแกจะกินอะไร?”

“ฉันขอน้ำส้มแล้วกัน เหมาะกับนางเอกอย่างฉันดี” สาวสวยทรงเสน่ห์เจ้าของเรือนผมสั้นประบ่าจีบปากจีบคอพูด เลยได้รับค้อนจากอาสาสมัครเป็นรางวัล

“นางเอกหรือนางร้ายกันแน่แกอะ” สาวขานักดนตรีอดไม่ได้ที่จะประชดประชันเพื่อนรัก ก่อนหันไปหาเพื่อนอีกคนที่นั่งมองมาผ่านแว่นสายตาหนาๆ “แล้วแกอะยัยขวัญ?”

“เอาน้ำมะพร้าวแล้วกัน เย็นชื่นใจดี”

“อืม เดี๋ยวมา” คนรับอาสาบอก ตอนนี้ทั้งเธอและเพื่อนรักอีกสองคนนั่งอยู่ในศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัยซึ่งแบ่งเป็นสามชั้น มีร้านอาหารเรียงรายอยู่ชั้นแรกของศูนย์อาหารส่วนชั้นสองและชั้นสามถูกจัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่สอนพิเศษหรือติวหนังสือ ร้านขายน้ำหวานอยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่นัก

สาวผมยาวสีแดงเดินตัดผ่านโถงทางเดินที่เปิดโล่งโดยมีชุดเก้าอี้ตั้งวางอยู่เพื่อบริการนักศึกษาหรือผู้ที่มาใช้บริการศูนย์อาหารดังกล่าว อยู่ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าแขนของเธอถูกกระชากจากทางด้านหลัง หญิงสาวหันกลับไปมองเตรียมจะเอาเรื่องคนที่บังอาจใช้กำลังกระชากเธอเช่นนั้น แต่ทว่า...

“อื้อ!!!” หญิงสาวร้องอย่างตกใจได้เพียงเท่านั้นจริงๆ เพราะตอนนี้ทางเข้าออกเสียงของเธอถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากของใครบางคนจนแนบแน่น เจ้าของเรียวปากสวยที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีเข้มเบิกตากว้างกับการกระทำอันอุกอาจนั่น

มันเป็นใคร!?

หญิงสาวผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น และไม่เคยเกรงกลัวใครร้องถามตัวเองให้อื้ออึง พยายามยกมือจะผลักคนที่บังอาจทำเช่นนี้กับเธอให้ออกห่าง แต่กลับกลายเป็นว่าถูกเขาเกี่ยวเอาไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงเพียงข้างเดียว... แค่แขนข้างเดียวเท่านั้นที่กอดเอวเธออยู่ ส่วนมืออีกข้างกำลังบีบคางเธอเอาไว้ แค่เพียงเท่านี้แต่เธอกลับดิ้นไม่หลุดงั้นเหรอ?

บ้าจริง! เธอสะบัดไม่หลุดเลย แถมผู้ชายคนนี้ยังไม่ใช่แค่วางปากของเขาแนบปากของเธอเอาไว้เฉยๆ อีกด้วย เพราะตอนนี้หญิงสาวรับรู้ได้ถึงปลายลิ้นของเขาที่พยายามจะคลี่กลีบปากของเธอออก หญิงสาวจึงฝืนเม้มปากเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เขามาฉกฉวยความหวานได้ง่ายๆ

“อ๊ะ!” เสียงหวานเผลออุทานออกมา เพราะทันทีที่เธอพยายามจะขัดขืน เขาก็ใช้วิธีบีบบังคับด้วยการขบลงที่เรียวปากล่างของเธอแรงพอสมควร จนเจ้าของริมฝีปากนุ่มหวานเคลือบด้วยลิปสติกต้องเผยอริมฝีปากออกอย่างตกใจ

และแน่นอนว่าเขาไม่รอช้า! ใช้จังหวะนั้นโจนจ้วงชิวหาเข้ามาเพื่อลิ้มรสความหวานภายในโพรงปากที่อุดมไปด้วยน้ำผึ้งเดือนห้า ทว่าคนที่ตัวเล็กกว่ากลับพยายามรั้งสติของตัวเองเอาไว้อย่างเต็มที่ พลิกพลิ้วลิ้นเล็กๆ ของตัวเองหลบเรียวลิ้นของเขา แต่สุดท้ายกลับโดนไล่ต้อนจนได้

ตึก!

เสียงหัวใจของเธอกระตุก ก่อนที่มันจะเต้นกระหน่ำราวกับรัวกลองศึกอีกรอบทันทีที่ปลายลิ้นของเขาแตะแต้มลงบนชิวหาแสนหวานของเธอ หญิงสาวตัวแข็งทื่อไปถนัดตา ณ นาทีนั้นสมองของเธอเหมือนถูกหมุนวนอยู่ในโถน้ำปั่น ก่อนที่จะถูกใบมีดในโถนั้นตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อปั่นให้มันกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

ให้ตายสิ! ตอนนี้สมองของเธอกลายเป็นวุ้นไปแล้ว! ต้องใช้แน่ๆ เลย! เพราะหญิงสาวคิดอะไรไม่ออกสักอย่าง ถ้าหากเป็นเวลาปกติ เธอคงได้กระโดดถีบผู้ชายที่บังอาจเข้าใกล้เธอเกินรัศมีสิบเมตรไปแล้ว แต่นี่... เธอกลับยืนอยู่เฉยๆ ให้เขาตักตวงเอาลมหายใจได้อย่างง่ายดาย ดวงตาที่เคยเบิกกว้างค่อยๆ หลับพริ้มลง นั่นเพราะเธอรู้สึกเคว้งคว้างในหัวจนต้องหลับตาลง รับรู้เพียงว่าตอนนี้เขากำลังเปลี่ยนองศาของศีรษะเพื่อให้จูบเธอได้ถนัดถนี่ขึ้น

สองหนุ่มสาวตกอยู่ในภวังค์จุมพิตแสนหวาน จนไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่เริ่มพลุกพล่านขึ้นในศูนย์อาหารแห่งนั้น คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างหยุดมองภาพที่พวกเขาคิดว่าช่างโรแมนติกนั้น บ้างก็ยกกล้องมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ บ้างก็หันไปซุบซิบกันพลางหน้าแดงอย่างเขินอายกับภาพจูบดูดดื่มกลางที่สาธารณะที่เห็นอยู่ตรงหน้า

“อื้ม... ก็หวานดีแฮะ” ชายหนุ่มถอนจูบออกมาเมื่อรู้สึกหนำใจกับความหวานที่ได้รับแล้ว เขาพูดขณะที่ยังไม่เคลื่อนใบหน้าออกห่างไปไหน ก่อนแลบลิ้นเลียริมฝีปากล่างตัวเองเบาๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าชื่นชอบรสชาติจุมพิตของเธอมากอย่างที่พูดไว้ ร่างสูงเปลี่ยนมายืนเคียงข้างคนที่เพิ่งถูกขโมยจูบ ก่อนโอบไหล่เล็กเอาไว้อย่างถือวิสาสะ แล้วพูดกับผู้หญิงอีกคนที่ยืนหน้าดำหน้าแดงมองมาอย่างไม่พอใจ “ทีนี้ก็เลิกยุ่งกับฉันได้แล้วนะ ฉันมีแฟนแล้ว และแฟนฉันคงจะไม่พอใจมากแน่ๆ ถ้ามีคนมาเกาะแกะฉัน”

“อะ...ไอ้บ้า!” ผู้หญิงในชุดสุดเปรี้ยวคนนั้นบริภาษออกมาอย่างเสียหน้า ก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างหัวเสียที่ถูกหักหน้าเช่นนั้น เธอออกจะสวย สวยกว่าคนที่เขาอ้างว่าเป็นแฟนอีก ในเมื่อเขาไม่ต้องการเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องง้อ!

“ยัยรี! เกิดอะไรขึ้น?” เสียงถามอย่างร้อนรนของเพื่อนรักที่วิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา ทำให้คนที่อยู่ในอาการช็อกเพราะถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวได้สติ คนถูกขโมยจูบผลักอกกว้างของคนที่ขี้ขโมยให้ออกห่างอย่างโกรธสุดขีด

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”

พลั่ก!

สิ้นคำบริภาษนั้น หมัดเล็กๆ แต่หนักใช่เล่นของเธอก็พุ่งตรงเข้าไปที่มุมปากของเขาอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครทันได้คาดคิด ร่างแบบบางแต่มีกำลังแรงเกือบเท่าๆ ผู้ชายเพราะฝึกต่อยมวยมาตั้งแต่เด็กถลาจะเข้าไปตะบันใบหน้าหล่อๆ อีกรอบ ทว่าเขากลับโยกหลบหมัดเธอได้อย่างง่ายดายเหลือเกิน และนั่นยิ่งทำให้คนตัวเล็กอารมณ์ร้อนยิ่งโมโหหนักไปอีก พยายามจะต่อยเขาอีกที แต่เขาก็โยกหลบได้อีกหน ราวกับว่าเขาเองก็มีชั้นเชิงมวยมากพอๆ กันกับเธอ

“ฉันจะฆ่านาย!” หญิงสาวประกาศกร้าว ขณะที่เขากลับมามองด้วยแววตาขบขัน และมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีปัญญาทำอะไรเขาได้ ซึ่งเธอไม่ชอบความรู้สึกนั้นเอาเสียเลย!

“เฮ้ย! พอก่อนไอ้รี!” เป็นเพื่อนสาวสุดเปรี้ยวที่เดินมารั้งแขนของคนที่กำลังเลือดขึ้นหน้าเอาไว้ รู้ดีว่าเพื่อนตัวเองบ้าเลือดแค่ไหน คงคิดจะเอาเลือดหัวคนขี้ขโมยออกให้ได้แน่ๆ และนั่นมันจะทำให้เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าจะควบคุม นั่นก็เพราะตอนนี้ทั้งเธอและเพื่อนต่างก็อยู่ในชุดนักศึกษา ขืนมีเรื่องทะเลาะวิวาทล่ะก็ได้โดนหักคะแนนความประพฤติแน่ๆ แค่เหตุการณ์จูบกลางที่สาธารณะก็ว่าหนักหนาแล้ว

“ไปกันเถอะรี” เพื่อนสาวฉายา ‘แม่ชี’ รีบเข้ามาช่วยดึงเพื่อนรักผู้อารมณ์ร้อนออกไปจากที่เกิดเหตุ ขณะที่ตัวต้นเหตุกลับยืนมองสาวสามที่เดินจากไปด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ขณะที่ใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มข้างที่เพิ่งโดนต่อยด้วยท่าทีกวนประสาท จนคนอารมณ์ร้อนผวาจะเข้ามาต่อยซ้ำอีกรอบ ติดที่ว่าถูกเพื่อนรักดึงคอเสื้อเอาไว้ก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel