บท
ตั้งค่า

4

สรุปว่าเมื่อคืนนี้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน! นั่นเพราะนอกจากจะสลัดความหงุดหงิดที่ถูกขโมยจูบออกไปไม่ได้แล้ว ยังต้องมานั่งอารมณ์เสียกับโพสต์ที่มีคนไปตั้งไว้ในกลุ่มเฟซบุ๊คของมหาวิทยาลัย และหลังจากนั้นก็มีคนแอดเฟรนด์ฉันมาเยอะมาก มากชนิดที่ฉันลบคำขอเป็นเพื่อนแทบไม่หวาดไม่ไหว

เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียว! จากที่หงุดหงิดเพราะเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ยิ่งไม่ได้นอนฉันก็ยิ่งหงุดหงิดเพิ่ม ดีอยู่ที่วันนี้ไม่มีเรียน เพราะจะเรียนจบเทอมนี้แล้วเลยเหลือแค่ไม่กี่วิชาที่ต้องเก็บ ดังนั้นตอนบ่ายฉันถึงได้ออกมาทำงานพาร์ทไทม์อีกงานคือการเป็นเด็กส่งพิซซ่าให้กับร้านพิซซ่าชื่อดังแบรนด์หนึ่ง

ทำไมฉันถึงต้องทำงานหนักขนาดนี้น่ะเหรอ? ก็เพราะฉันกำลังเก็บตังค์ซื้อรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์น่ะสิ มันเป็นความฝันของฉันมาตั้งแต่มัธยมแล้วล่ะว่าอยากจะขับบิ๊กไบค์ ฉันก็เล็งๆ ไว้หลายยี่ห้อเหมือนกันแหละ และก็มาตกลงปลงใจที่ยี่ห้อคาวาซากิ แต่จะให้ขอเงินพ่อแม่ซื้อก็ดูจะเป็นการรบกวนเกินไป นี่มันเป็นความฝันของฉัน... ฉันต้องทำมันให้สำเร็จด้วยตัวเอง!

“โมรี!” เสียงผู้จัดการที่เป็นผู้หญิงวัยยี่สิบแปดนามว่าอิงอรร้องเรียกขณะที่ฉันกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับเจ้ามอเตอร์ไซค์คู่ใจ

“คะ?”

“ไปส่งพิซซ่าตามที่อยู่นี้หน่อยสิ” พี่อิงอรยื่นออร์เดอร์พร้อมกับกล่องพิซซ่ามาให้ ฉันจัดเก็บมันเข้ากล่องเก็บความร้อนที่ติดอยู่ตรงเบาะมอเตอร์ไซค์ รับใบเสร็จนั้นมาพร้อมดูชื่อที่อยู่ ก่อนที่จะคร่อมรถคู่ใจแล้วบิดออกไป เพราะคุ้นเคยกับที่อยู่ดังกล่าวอยู่พอสมควร

การส่งพิซซ่าต้องอาศัยความเร็วเป็นอย่างมากเพื่อให้ไปได้ทันเวลา เพราะหากไม่ทัน คนที่จะโดนตัดเงินก็คือตัวเด็กส่งพิซซ่าเอง ดังนั้นฉันจึงบิดเต็มที่เท่าที่ทำได้ ฉันรักความเร็วอยู่แล้วจึงไม่เป็นปัญหาเท่าใดนัก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงมาสมัครตำแหน่งเด็กส่งพิซซ่าแทนที่จะเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้าน

อีกไม่นานก็ถึงแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังจอดติดไฟแดงอยู่ ขับต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงทางเลี้ยวเข้าซอยหอพักของลูกค้า ฉันรอสัญญาไฟ และทันทีที่ไฟเขียวขึ้นฉันก็ออกตัวทันที ทว่าเกือบจะถึงทางเลี้ยงอยู่แล้วเชียว รถยนต์คันหนึ่งกลับหักเบียดเลนมอเตอร์ไซค์ออกมาเพื่อจะแซงรถบรรทุกคันข้างหน้า

“เฮ้ย!” ฉันอุทานอย่างตกใจเพราะอยู่ๆ รถยนต์คันนั้นก็หักตรงมายังฉันที่ขับอยู่เลนมอเตอร์ไซค์ และด้วยสัญชาตญาณหรือความซวยก็สุดรู้ ฉันหักหลบรถยนต์คันนั้นได้ทัน มันควรจะเป็นเรื่องดีใช่ไหม? แต่เปล่าเลย! เพราะทันทีที่ฉันหักหลบไอ้รถยนต์บ้าๆ คันนั้น รถมอเตอร์ไซค์ของฉันก็เปลี่ยนวิถีไปเฉี่ยวกับรถยนต์อีกคันที่จอดอยู่ริมถนนใกล้ทางเลี้ยวเข้าซอยหอพักของลูกค้า

เอี๊ยดดดด!!!

ฉันพยายามตั้งสติและเหยียบเบรกจนมิด ก่อนที่รถคู่ใจของฉันจะไปจอดนิ่งอยู่หน้ารถยนต์คันหรูคันนั้น ฉันรีบเอาขาตั้งรถตัวเองลง แล้วลงจากรถเพื่อไปสำรวจความเสียหายของรถยนต์คันหรูคันนั้น ถ้าดูไม่ผิดมันน่าจะเป็นรถสปอร์ตยี่ห้อดังที่มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นแหละที่จะมีปัญญาซื้อมาขับ และความเสียหายของมันก็ทำให้ฉันหน้าซีดไปเลย เพราะดูเหมือนว่ารถคันนั้นจะมีรอยขูดเป็นทางยาวตั้งแต่ประตูหลังยันประตูหน้า แถมกระจกมองข้างด้านขวายังหักห้อยลงมาอีก

ตายแน่ฉัน! ได้เป็นหนี้หัวโตแน่ๆ!

“ฉันขอโทษนะคะ” ฉันรีบร้องบอกพลางยกมือไหว้ ถึงแม้ว่าความผิดจะเป็นของไอ้รถยนต์ที่หักเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน แต่ฉันก็มีส่วนผิดที่ทำให้รถสปอร์ตคันนี้เป็นรอย “คือฉันไม่ได้ตั้งใจ รถคันนั้นมันเปลี่ยนเลนกะทันหัน ฉันเลยต้องหักหลบ”

“แล้วไง? ยังไงเธอก็ทำรถฉันเป็นรอยแล้วนี่”

ห๊ะ!? แต่แล้วน้ำเสียงเหมือนจะเอาเรื่องกันให้ได้ของเจ้าของรถก็ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมามองในทันควัน ความรู้สึกผิดหายไปจากดวงตาของฉันตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินน้ำเสียงห้วนๆ นั่นแล้ว แต่ทว่า... ดวงตาที่ควรเต็มไปด้วยความโกรธกลับกลายเป็นตะลึงค้างเมื่อได้เห็นใบหน้าของเจ้าของรถยนต์คันหรูนั้นอย่างชัดเจน

“อะ... ไอ้... ลูเธอร์?” ฉันทวนชื่อคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจนัก หนึ่ง... ไม่แน่ใจว่าเขาชื่อนี้จริงๆ หรือเปล่า เพราะเมื่อวานก็ไม่ได้ตั้งใจฟังที่จิลลาเล่านัก สองคือ... ไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าคู่กรณีฉันจะเป็นไอ้ฝรั่งหื่นกามคนนี้

“เก่งนี่... รู้จักชื่อฉันด้วย” นั่นชมหรือประชดกันแน่วะ? ฉันขมวดคิ้วมองอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ยังไม่ทันได้ด่าอย่างที่ตั้งใจไว้ ไอ้บ้ากามตรงหน้าฉันก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน “เธอชื่ออะไรนะ? โมรีใช่ไหม?”

“นายรู้ชื่อฉันได้ไง?” มันใช่เวลาที่ฉันจะมาถามคำถามนี้ไหมเนี่ย? สิ่งที่ฉันควรทำคือตรงเข้าไปตะบันหน้าหมอนี่ต่างหาก แต่ความผิดที่ทำให้รถของเขาเป็นรอยแถมกระจกมองข้างพังกลับยั้งการกระทำของฉันเอาไว้

“ไม่เห็นยากนี่” เขาบอกพลางยักไหล่ประกอบคำพูดอีกด้วย “คนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องเอามาให้ได้อยู่แล้ว”

นั่นมันหมายถึงอะไรกันแน่?

“แล้วตกลงเธอจะรับผิดชอบยังไง? รถฉันเป็นรอยขนาดนี้ คงต้องเสียเงินทำสีใหม่เป็นแสนแน่ๆ” นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ฉันสงสัย ไอ้หมอนี่หน้าตาออกจะฝรั่งทำไมถึงพูดไทยได้ชัดแจ๋วเสียยิ่งกว่าเจ้าของภาษาเสียอีก?

อ้อ! ลืมไป! ยัยจิลลาบอกว่านายนี่เป็นลูกครึ่งอเมริกัน – ไทยใช่ไหม? ถ้างั้นก็คงเป็นเพราะว่าพ่อหรือแม่เขาช่วยสอนภาษาไทยให้ตั้งแต่เด็กล่ะมั้ง แต่มันใช่เวลาที่ฉันจะมาใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ไหมเนี่ย!?

“ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉัน ไอ้รถบ้าที่หักเปลี่ยนเลนกะทันหันคันโน้นต่างหาก”

“คันไหน? ฉันไม่เห็นเลยสักคัน” ลูเธอร์เถียงกลับด้วยท่าทางยียวนสุดๆ และมันกำลังทำให้ฉันของขึ้น

“ก็มันขับหนีไปแล้วนายจะเห็นได้ไงไม่ทราบ!?” ฉันเถียงกลับอย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าเกิดเจ้าของรถเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ไอ้หัวขโมยนี่ ถ้าเกิดเจ้าของรถไม่พูดกวนประสาทและหาเรื่อง ฉันคงจะยอมตกลงด้วยดีๆ หรอกนะ แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อเว้นสำหรับนายลูเธอร์เลย! เพราะตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอยากมีเรื่องกับไอ้บ้านี่ จะต่อยให้หายแค้นเลยคอยดู!

“แล้วไง? แต่รถคันนั้นก็ไม่ใช่คนเฉี่ยวรถฉันจนเป็นรอยแถมกระจกมองข้างยังพังนี่” สรุปนายนี่จะให้ฉันชดใช้ค่าเสียหายให้เขาให้ได้ใช่ไหม?

“แล้วนายจะเอายังไง ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ! แล้วก็ขอโทษไปแล้วด้วย!” ฉันชักจะโมโหจริงๆ แล้วนะ ตอนนี้ฉันต้องรีบไปส่งพิซซ่าแล้วด้วย!

“ขอโทษแล้วมันทำให้รถฉันกลับคืนมาอยู่ในสภาพเดิมเหรอ?” ดูเหมือนนายลูเธอร์อะไรนี่ก็คงกำลังจะเลือดขึ้นหน้าพอๆ กันกับฉัน

ดีเลย! ตอนนี้ร่างกายฉันกำลังต้องการปะทะเลย!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel