เสน่ห์ร้ายแม่ม่ายพราวนภา - แผนร้าย 1/2
เรือนไหมสีน้ำตาลเข้มแกมแดงปล่อยสยายยาวถึงกลางหลัง เส้นผมของสตรีม่ายทิ้งตัวลงอย่างมีน้ำหนัก
ดวงตาคู่งดงามไล่ระดับสายตาลงมาถึงทรวงอกดุนดัน ที่วันนี้ซุกซ่อนมิดชิดภายใต้เดรสสีแดงสดสั้นที่เผยเรียวขานวลละเอียดลออ
แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด หากแต่พราวนภากลับยังคงความสาวความสวยไว้เหนียวแน่นราวสาวสองพันปี
“กึก” เสียงประตูถูกล็อกดังเล็ดลอดเข้ามาด้านใน ไม่นานนักไฟก็พลันดับลง
“ว้าย” พราวนภาหวีดร้องอย่างตระหนก
พราวนภาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ตั้งแต่ที่เธอเจอจิลชวาน้องสาวของสามีเก่าเธอ ที่เบื้องหน้ากลับยิ้มแย้ม หากแต่เบื้องหลังกลับมีใจคด
‘นี่ใจร้ายจะไม่ให้ฉันเข้าไปในงานขนาดนี้เลยเหรอนี่’ พราวนภาคิดในใจ
บรรยากาศรอบทิศมีแต่ความมืดมิด กลิ่นชื้นอับของห้องน้ำลอยแตะจมูกของพราวนภา
แม้จะเป็นโรงแรมอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ หากแต่ห้องน้ำในวันงานสัมมนา แม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่มากกระนั้นห้องน้ำกลับมีกลิ่นอับเหมือนหนูตาย
พราวนภานึกหวั่นในใจ ม่ายสาวรีบเก็บลิปสติกราคาแพงเข้ากระเป๋าสะพายของเธอ
“ซู่ซู่” เสียงขู่คำรามดังขึ้นจากฟากใดฟากหนึ่งในห้องน้ำที่วังเวงและมีเพียงเธอทำให้ม่ายสาวอดรู้สึกหวั่นในใจไม่ได้
พราวนภานึกได้ว่าโทรศัพท์ของเธอมีไฟฉายอยู่ หญิงสาวสืบเท้าไปใกล้หน้ากระจกอีกครั้ง
ม่ายสาวหันกลับมาเพื่อหาต้นเสียงของเสียงปริศนาอีกครั้ง หากแต่คราวนี้พราวนภาต้องหวีดร้องสุดเสียง
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์สาดส่องไปสะท้อนเข้ากลับ อสรพิษขนาดเขื่องชูคอแผ่แม่เบี้ย
เกล็ดมะเมื่อมสีดำนิลร้อยเรียงเป็นระเบียบอย่างประณีตตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น
แม้ว่าจะสวยงามเพียงใดในความรู้สึกของพราวนภา หากแต่อสรพิษร้ายชูคอหรากลับทำให้สตรีม่ายสาวตรงหน้าสาวเท้าไปไหนไม่ออก
พราวนภายืนขาแข็งขณะที่อสรพิษงูเห่าตรงหน้าเลื้อยเข้ามาใกล้เรียวขาอรชรของแม่ม่ายสาวมากขึ้นกว่าเดิม
“กรี๊ด” พราวนภาหวีดร้องสุดเสียงเมื่ออสรพิษขนาดใหญ่เลื้อยเข้าเพื่อฉกเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูห้องน้ำถูกเปิดผลัวะพอดี
“พราว” เสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับลูกกระสุนปืนพุ่งเข้าหาที่อสรพิษตัวนั้น
“ปัง” เสียงกระสุนปืนดังขึ้นหนึ่งนัด
เรือนกายอรชรสลบลงด้วยความหวาดหวั่น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ธนูพุ่งเข้าหาร่างอรชรพอดี
“ยิงแม่นมากน้องธนพ” ธนูเอ่ยชมน้องชายเพียงคนเดียวของตระกูลดิเรกสิงหะ ตระกูลผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินและเงินตรา
“เราต้องพาพี่พราวออกไปจากที่นี่นะครับ ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับพี่พราว” ธนพเอ่ยพลางมองพี่สะใภ้อย่างนึกห่วง
“ขอบคุณน้องธนพ” ธนูเอ่ยขณะช้อนร่างอรชรแนบไว้กับอกแล้วเดินออกไป
“กุญแจหน่อยลุง” ธนูเอ่ยขณะอุ้มร่างอรชรอย่างทุลักทุเล
“ครับ’ ลุงคนนั้นเอื้อมไขเปิดประตูห้องให้กับธนู
ประตูห้องปิดลงไปนานแล้ว หากแต่ธนพยังคงยืนมองผลงานตนเองอย่างเศร้าสร้อย
“ผมคงทำได้ดีแค่นี้พี่พราว” ธนพเอ่ยแล้วหมุนตัวหันหลังเดินจากไป
ดวงหน้าคมคายก้มลงสำรวจเรือนกายของสตรีตรงหน้าอย่างไม่คาดฝัน
หนุ่มใหญ่ไม่คิดด้วยซ้ำว่าชาตินี้เขาจะมีวันได้เจอภรรยาเก่าของเขาอีกที่หย่าขาดไปนานกว่าสิบปี
พราวนภาจัดเป็นศรีภรรยา เขาผิดเองที่ทำให้เธอจากไปในวันนั้น เขาควรรับผิดชอบพราวนภามากกว่านี้
เรือนไหมสีน้ำตาลอมแดงปล่อยยาวถึงกลางหลัง เครื่องสำอางที่ประทินโฉมพราวนภาไม่อาจทำให้หนุ่มใหญ่ละสายตาจากสตรีเบื้องหน้าได้เลย
ธนุเพิ่งสังเกตว่าพราวนภาแต่งตัวววาบหวามชวนให้ใจของเขากระตุก
เดรสสั้นจนแทบจะปิดเรียวขาอรชรไม่มิด เขาไม่นึกฝันว่าพราวนภาจะมีผิวสีสำลีละเอียดลออแบบนี้ นั่นก็เพราะน้อยครั้งที่ภรรยาเก่าของเขาจะแต่งตัวเช่นนี้
“พราวผมว่าเรากลับมาคบกันเถอะ” ธนูเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อนลอย เวลานี้หนุ่มใหญ่กลับรู้สึกถึงความแข็งของแก่นกำยำของตนเองที่ชูชันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เพียงแค่เห็นทรวงอกดุนดันของน้ำพริกถ้วยเก่าที่ลาร้างไปนานกว่าสิบปี
+++
