ฤดูใบไม้ผลิแห่งรัก 2
แสงอรุณสีเหลืองอร่าม มาพร้อมฤดูใบไม้ผลิกระทบใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเบาบาง แต่ไม่ได้ทำให้ความงดงามของเธอลดน้อยลงเลย
ดวงตากลมโต ขนตางอน จ้องไปยังกำแพงทางเข้ามหาวิทยาลัย หากผ่านประตูบานนั้นไปแล้วเธอจะถอยหลังกลับออกมาไม่ได้ นั้นแสดงว่า ชีวิตในวันนี้คือ การนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
"ยิ้มเข้าไว้ สู้ๆ " เธอชูกำปั้นน้อยๆ ขึ้น พร้อมยิ้มกว้างจนตาปิด แม้จะไม่มีเพื่อนร่วมทางเพื่อคลายกังวลใจบ้าง แต่เธอเชื่อมั่นเสมอว่า ต้องได้เจอมิตรภาพดีๆ ในที่แห่งนี้แน่นอน
"..."
"ฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะอย่างเผลอตัวดังขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ตนเอง โดยไม่ทันสังเกตว่า มีดวงตาคมเข้มคู่หนึ่งแอบมองเธอด้วยท่าทางนิ่งเฉย เมื่อมองแผ่นหลังของร่างบางสมส่วนได้รูป
"..."
ชายหนุ่มยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อยก่อนจะปั่นจักรยานคู่ใจสีขาวเข้ามาหาวิทยาลัย ผ่านหน้าเธอผู้นั้นไปโดยไม่พินหลังกลับมาเลยสักนิด
มิริน ยังคงยิ้มกว้าง ต้อนรับวันใหม่ด้วยหัวใจที่สดใส เธอมองชายหนุ่มที่ปั่นจักรยานเข้าไปก่อนเธอ ด้วยแววตาเปล่งประกาย คงเป็นเพราะชายหนุ่มคนแรกที่เธอเจอในเช้าวันนี้ แม้จะแค่เพียงแผ่นหลังกว้าง กับกระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่ดำสนิทของเขาก็ตาม
ตื๊ด ตื๊ด เสียงมือถือดังขึ้น ในเวลานี้คงเป็นใครนอกจากผู้รัก และห่วงใยเธอที่สุด
"ค่ะ...แม่"
"วันนี้เปิดเรียนวันแรก แม่อวยพรให้ลูกโชคดี พบเจอแต่คนดีๆ นะลูก" เธอยิ้มออกมาอย่างสุขใจ เหมือนแม่จะรู้เสมอว่าเธอต้องการกำลังใจจากใครสักคน
"ขอบคุณมากค่ะ แม่ รักนะคะ"
"รักลูกที่สุด จุ๊บๆ.." ปลายสายตัดจบลง รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสวย กำลังเงยหน้ามองท้องฟ้ามันช่างสดใส กว่าทุกวันที่ผ่านมาเหลือเกิน 'ใช่วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีมากๆ'
ฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่นได้มาแทนความหนาวเหน็บ และเธอเองไม่เคยรู้เลยว่า หลังจากนี้ต้องเจอกับดักรักจากใครบางคนที่หมายปองเธอไว้เข้าให้แล้ว เพราะเขาไม่เคยหวั่นไหวกับใครมาก่อน จนกระทั่งได้เจอเธอ 'ผู้หญิงคนนี้เป็นของผมคนเดียว'
คณะที่เลือกเรียน คือ คณะชีววิทยาศาสตร์ สาขาเคมี มันไม่ง่ายเลยใช่ไหม ที่ผ่านมาฉันมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่ความฉลาดหรือไหวพริบดีอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความอดทน และขยันหมั่นเพียรควบคู่ไปด้วย จำไว้ว่า คนเก่งสู้คนขยันไม่ได้ ถ้าหากอยากประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ ต้องพยายามทำในเรื่องที่สนใจให้ดีที่สุด อย่าหยุดทำ อย่าหยุดพัฒนาตนเอง
สองเท้าย่างก้าวเข้าห้องเรียน ดวงตาของฉันเบิกโตขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่า ห้องเรียนที่กว้างใหญ่ดั่งเช่นหอประชุมในไทย ณ ตอนนี้ มีเพียงนักศึกษาคนเดียว ที่นั่งอ่านหนังสือเล่มเล็ก ทว่าปกปิดหน้าตาเขาผู้นั้นจนมิด ฉันผู้ที่ชำนาญด้านภาษาจีนในระดับหนึ่ง ก็อยากจะแสดงฝีมือสักหน่อย เลยตรงดิ่งไปยังเขาผู้นั้นโดยไม่คิด หวังว่าจะได้มิตรภาพดีๆ กลับมา
" สวัสดีค่ะ "
"..." ไร้การตอบรับกลับมาของเขา
"สวัสดีค่ะ!"
น้ำเสียงที่ดังฟังชัดของฉันใช้ได้ผล เมื่อเขาปิดหนังสือลง เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลากว่าผู้ชายทั้งหมดที่ฉันเคยพบเจอ ใบหน้าเรียว ผิวขาวสะอาด ริมฝีปากหนาได้รูป เทพบุตรลงมาเกิดชัดๆ ดวงตาคมเข้ม แต่เย็นชา มองมายังฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ฉันชื่อ..."
"ไม่ได้ถาม และที่สำคัญไม่ได้ต้องการเป็นเพื่อนใหม่ " เขาหลุบตาลงอ่านหนังสือตามเดิม โดยทิ้งฉันไว้ให้ยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้น
'หว้า...ปากร้าย ไร้มารยาท แถมนิสัยเสียอีก ช่างต้องข้ามกับหน้าตาจริงๆ'
"กำลังต่อว่า ผมอยู่ในใจเหรอไง?"เขาพูดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย ราวกับอ่านใจเธอได้
"เอ๊ะ..ปะ..ปะเปล่าคะ ใครจะกล้า..."
"ดี!"
ยิ้มแห้งๆ ปรากฏบนใบหน้าของฉัน จึงตัดสินใจไปนั่งหน้าสุด เพื่อให้ห่างไกลจากสายคนใจร้าย ที่เธอให้อับอายต่อตัวเองในวันแรกของการเรียน ทั้งที่ตนไม่เคยรวบรวมความกล้าเข้าหาผู้ชายมาก่อน เหตุผลที่เธอยังซิงอยู่ตอนนี้ เพราะความขี้อายของตน และนั่นคือจุดอ่อนที่ซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้
