บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 อุบัติเหตุ

รพีกลับมาจากทำงานก็รีบไปรับแม่ที่บ้านทันที เขาพาแม่ไปตลาดสดเฉกเช่นทุกสัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์แม่จะให้เขาขับรถพาไปตลาดเพื่อซื้อของสดไว้ทำอาหารให้กับคนในครอบครัว ช่วงที่นภัสวรรณเลือกซื้อของอยู่หน้าตลาดริมถนนทางเข้าลานจอดรถ รพีได้ขอปลีกตัวออกไปซื้อกาแฟ เขาทอดสายตามองแม่ด้วยความสุขใจ แม่เขามักจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกมาเลือกซื้อกับข้าวด้วยตัวเอง

กรี๊ด! เฮ้ยๆๆๆ ว้าย! โครม!

ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น รถเก๋งอีโค่คาร์สีขาวมุกพุ่งแหวกฝูงชนเข้ามาในตลาด ชนแผงขายผักล้มระเนระนาด รพีผุดกายลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเขาซีดเผือดเหงื่อซึมชื้นไปหมดทั้งกาย หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง รีบวิ่งไปดู

ไม่... ไม่... ต้องไม่จริง เป็นไปไม่ได้!

หญิงวัยกลางคนผู้โชคร้ายนอนจมกองเลือดที่ไหลออกจากศีรษะ หล่อนกระเด็นร่างกระแทกพื้น หมดสติไป ทุกคนวิ่งหลบกันทันยกเว้นแม่ของเขาที่ยืนหันหลังให้ ประกอบกับแข้งขาไม่ค่อยดี จะลุกจะเดินก็ลำบาก หลบไม่ทันถูกรถชนเข้าอย่างจัง แถมรถคันนั้นยังพุ่งไปชนรถของเขาอีกด้วย หน้ารถอีโค่คาร์พังยับ ส่วนรถเก๋งของเขาบุบไปเล็กน้อยเท่านั้น

“แม่!”

หญิงสาวคนขับรถนั่งหน้าซีดเผือด มือไม้สั่นเย็นเฉียบไปหมด เธอตกใจจนช็อคทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเห็นชายหนุ่มเข้าไปประคองหญิงวัยกลางคนด้วยความตกใจยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน เธอไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แค่เหยียบผิด จะเหยียบเบรกแต่ดันไปเหยียบคันเร่ง เลยทำให้รถพุ่งแหวกเข้ามาในตลาด

เสียงเคาะประตูและกระจกกระหน่ำดังระรัวจนเธอต้องหลุดจากภวังค์ เธอสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำต่อว่าหยาบคายออกมาเป็นระยะๆ สีหน้าโกรธแค้นของคนในตลาดทำให้เธอไม่กล้าที่จะลงไป แต่ด้วยสำนึกความรับผิดชอบทำให้เธอตัดสินใจลงไปดูอาการของหญิงผู้โชคร้าย

“เป็นอะไรมากไหมคะ” เธอถามเสียงสั่นพลางขยับแว่นตาเล็กน้อย รพีหันไปจ้องหน้าเธออย่างถมึงทึงพร้อมเอาเรื่องเต็มที่

“ขับรถควายๆ แล้วยังมาถามควายๆ อีก เลือดออกขนาดนี้สบายดีมากมั้งยายบ้า ขับรถภาษาอะไรวะ เมายาคุมหรือเปล่า!” รพีก่นด่าไปเต็มที่จนเธอผวารีบยกมือขอโทษ

“หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุ” เธอพูดเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอ รพีชี้หน้า หากไม่ติดว่าประคองมารดาที่หมดสติไว้อยู่มีหวังได้เข้าไปกระชากคอเสื้อแน่นอน

หว๋อ หว๋อ~

เสียงรถพยาบาลดังมาแต่ไกล ทำให้รพีต้องเบี่ยงเบนความสนใจมาที่มารดา เขาวางร่างมารดาให้นอนบนตัก ไม่อุ้มไม่ขยับร่างกายใดๆ เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่ามีกระดูกส่วนไหนหักบ้าง รอจนกว่ารถพยาบาลมาถึงแล้วมีพยาบาล บุรุษพยาบาลนำตัวนภัสวรรณขึ้นรถพยาบาลไป รพีหันมากระชากแขนหญิงสาวแน่นแววตาเอาเรื่อง

“อย่าคิดที่จะหนีเด็ดขาด เสร็จเรื่องตรงนี้แล้วช่วยกรุณาตามไปรับผิดชอบแม่ฉันที่โรงพยาบาลด้วย ไม่อย่างนั้นฉันเอาเธอตายคาตีนแน่!” รพีขู่ พยายามเก็บกลั้นความหยาบคายไว้ในอก หากเป็นผู้ชายเขาคงได้วางมวยสักยกสองยกก่อนตามแม่ไปโรงพยาบาลแล้ว รพีขู่เสร็จก็รีบกระโดดขึ้นรถพยาบาลไปทันที ทิ้งให้เธอยืนอยู่ท่ามกลางเสียงด่าทอและแววตาประณามอยู่ตรงนั้น

รพีเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินหลายรอบ เดินเหมือนหนูติดจั่น ในใจนึกว้าวุ่นไปหมด ตอนนี้พ่อเขาไม่อยู่เสียด้วย กว่าจะเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพก็มะรืนนี้ พอเดินจนเหนื่อยเขาก็นั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินอย่างมีความหวัง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะ เรียกความสนใจจากหน้าห้องฉุกเฉินมาอยู่ที่สายคนโทรเข้ามา ปภาวรินทร์โทรมาถามอาการมารดาของเขาด้วยความเป็นห่วง

“รพี แม่แกเป็นอย่างไรบ้าง” ปภาวรินทร์ถามเสียงตื่นตระหนก ทันทีที่รพีบอกข่าวมาในไลน์ เธอก็รีบโทรหาทันที

“ยังไม่ออกมาจากห้องฉุกเฉินเลย” รพีบอก

“แล้วคนชนอยู่ที่ไหน รับผิดชอบแม่แกไหม”

“เพื่อนฉันที่เป็นตำรวจโทรมาบอกว่าตอนนี้กำลังเคลียร์ค่าเสียหายที่ตลาด ไม่มีใบขับขี่ทำให้ประกันไม่รับผิดชอบ ประกันจะรับผิดชอบเฉพาะความเสียหายต่อตัวบุคคลเท่านั้น”

“อ้าว! แล้วอย่างนี้รถแก...”

“ก็ต้องให้มันมารับผิดชอบ! แต่เรื่องนั้นมันเล็กน้อย เรื่องแม่ฉันนี่เรื่องใหญ่กว่า”

“แกใจเย็นๆ ก่อน รอหมอตรวจอาการเสร็จแล้วค่อยว่ากันอีกที ถ้าแกมีอะไรให้ช่วยเหลือโทรบอกฉันได้ทันทีนะ เพราะเพื่อนหมอเบญอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นพอดี จะได้ให้ช่วยดูอีกแรงนึง” ปภาวรินทร์บอก

“ขอบใจแกมาก แค่นี้ก่อนนะ หมอออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้ว” รพีรีบวางสายจากเพื่อนรักแล้วเดินตรงไปหาหมอทันที

“คุณหมอครับ แม่ผมอาการเป็นอย่างไรบ้าง” รพีถาม

“คุณแม่คุณมีอาการศีรษะแตก ขาหัก อวัยวะภายในช้ำจากแรงกระแทก ตอนนี้หมอจะให้อยู่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการสักสัปดาห์นึงก่อน เนื่องจากคุณแม่คุณมีอายุมาก มีโรคประจำตัว แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจะให้กลับบ้าน ช่วงนี้เข้าเฝือกคงต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ”

“ขอบคุณมากครับหมอ"

คุณหมอเดินออกไปแล้ว แต่มีอาคันตุกะรายใหม่รีบเดินเข้ามาหาเขาหน้าตาตื่น

“คุณป้าเป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามเสียงสั่น ดวงตากลมโตบวมช้ำแดงก่ำ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงผ่านการร้องไห้มาเป็นอย่างหนัก

“ยังไม่ตายหรอก” รพีตอบกลับไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

“หนูขอโทษขอโทษจริงๆ นะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น” เธอยกมือไหว้น้ำตาคลอเบ้าอีกรอบ รพีกัดฟันกรอดๆ

“นอกจากคำขอโทษแล้วมันมีอะไรดีกว่านี้ไหม” เขาย้อนถามกลับไปเสียงเข้ม

“ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่างค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วลง ไม่กล้ามองสบดวงตาวาวโรจน์ที่มีแต่อารมณ์กรุ่นโกรธ

“เธอจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด!” รพีบอกเสียงเข้ม หน้าตาเอาเรื่อง

“ดะ... ได้ค่ะ ตะ... แต่... ประกันหนูจ่ายให้นี่คะ เพราะเป็นความเสียหายต่อบุคคล ถึงไม่มีใบขับขี่ประกันก็จ่าย...” หญิงสาวตอบรับไม่เต็มปาก ก้มหน้ามองรองเท้าแตะของตัวเอง ไม่กล้ามองชายหนุ่ม มือไม้สั่นระริกไปหมด

"ใช่ ประกันน่ะจ่ายค่าคักษาพยาบาลให้ แต่ค่าซ่อมรถนี่จะเอายังไง รถฉันบุบด้วย สีถลอกด้วย จะเอายังไง”

"ดะ... ได้ค่ะ หนูจะรับผิดชอบให้ค่ะ"

“ว่ายังไงนะ ฉันไม่ได้ยิน!” รพีถามย้ำ

“หนูจะรับผิดชอบให้ค่ะ”

“เงยหน้ามองฉันแล้วตอบ!” เขาเดินเข้าไปจับต้นแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างแล้วบีบแรงๆ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองเขาน้ำตาไหลเป็นทาง ริมฝีปากแดงฉ่ำแบบธรรมชาติสั่นระริก

“ค่ะ หนะ... หนู... หนูจะรับผิดชอบ...”

“ระหว่างที่แม่ของฉันรักษาตัวที่นี่ เธอจะต้องมาดูแลด้วย!” เขาพูดขึ้นอีก ยิ่งทำให้หญิงสาวมีหน้าตาพะว้าพะวงมากกว่าเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel