บทที่ 1-1 สตรีใจทราม
แคว้นต่ง จวนตระกูลกวน
“เยวี่ยหลัน ข้าไม่ได้รักเจ้า ข้ารักถิงถิงน้องสาวของเจ้า เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทของข้าเลยแม้แต่น้อย นิสัยป่าเถื่อน เอาแต่ใจ และไม่เห็นหัวใครเช่นเจ้า ข้าคงไม่อาจร่วมเรียงเคียงหมอนกับเจ้าได้ เจ้าตัดใจเสียเถอะ โปรดถอยไปอย่าได้ขัดขวางงานแต่งงานของพวกเราสองคน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความเป็นสหายในวัยเยาว์แต่เก่าก่อน!”
เซียวลู่เฟย องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต่งเอ่ยกับกวนเยวี่ยหลันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เพราะยามนี้นางกำลังขวางทางไม่ยอมให้เขาพากวนเสี่ยวถิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว อีกทั้งนางยังกรีดร้องด่าทอกวนเสี่ยวถิงโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาเลยแม้แต่น้อย
กวนเยวี่ยหลันกำมือแน่น แววตาคู่สวยจ้องมองน้องสาวที่สวมชุดแต่งงานอย่างหรูหราสมฐานะพระชายาด้วยความอาฆาตมาดร้าย นังสารเลวนี่มันมีดีอันใดกันจึงมัดใจเซียวลู่เฟยชายหนุ่มที่นางหลงรักมาตั้งแต่เด็กเอาไว้ได้ ทั้งที่นางและเซียวลู่เฟยรู้จักคุ้นเคยกันมานาน เขาเองก็รู้ว่านางคิดเช่นไรกับเขา แต่เขากลับไม่ไยดีนางซ้ำยังไปเลือกกวนเสี่ยวถิงน้องสาวต่างมารดาของนางมาแต่งงานเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาทอีกด้วย
นางคือกวนเยวี่ยหลัน อายุสิบหกปี เป็นบุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่กวนเผิง ท่านพ่อของนางมีท่านแม่เป็นภรรยาเอกที่แต่งเข้ามาก่อน ทว่าสามเดือนต่อมาก็แต่งอนุซูและอนุภรรยาคนอื่นๆ เข้าจวนมาอีกสามคน ในบรรดาเหล่าอนุทั้งหมด อนุซูได้รับความโปรดปราณจากท่านพ่อมากที่สุด นางแต่งเข้ามาเพียงไม่กี่เดือนก็ตั้งครรภ์เสียแล้ว
มารดาของนางสุขภาพไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนักหลังจากให้กำเนิดนาง ท่านพ่อพยายามตามหาท่านหมอฝีมือดีมารักษาท่านแม่อยู่หลายปี ท่านแม่ก็ใจสู้ยิ่งนักพยายามฝืนทนเพื่อที่จะได้อยู่เลี้ยงดูบุตรสาวนานๆ แต่สุดท้ายกลับไม่อาจยื้อชีวิตของท่านแม่เอาไว้ได้ ท่านแม่ฝืนทนประคองอาการอยู่นานหลายปีจนไม่อาจทนไหว และได้ตายจากไปตอนนางอายุได้เพียงสิบปีเท่านั้น นับแต่นั้นท่านพ่อก็เลี้ยงดูนางมาอย่างตามใจ นางอยากได้สิ่งใดล้วนได้ทั้งหมด
ต่อมาไม่นานท่านพ่อก็ยกซูจื่อรั่วอนุคนโปรดให้เป็นฮูหยินใหญ่คนใหม่แทนมารดาของนาง ซูจื่อรั่วคือท่านน้าของนางซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของท่านแม่ เป็นบุตรที่เกิดจากอนุ แต่งงานเข้ามาได้เพียงหนึ่งปีก็ให้กำเนิดบุตรสาวนามว่ากวนเสี่ยวถิงออกมา
ปีนี้กวนเสี่ยวถิงมีอายุสิบห้าปีเต็มแล้วอายุน้อยกว่ากวนเยวี่ยหลันหนึ่งปี
กวนเยวี่ยหลันเดิมทีไม่ชอบหน้าสองแม่ลูกอยู่แล้ว เพราะซูจื่อรั่วมักจะแสร้งทำท่าทีอ่อนหวานเอาอกเอาใจท่านพ่อของนาง กวนเสี่ยวถิงก็ช่างออเซาะบิดา ทำให้ท่านพ่อมักจะแวะเวียนไปหาพวกนางสองแม่ลูกอยู่เสมอ โดยไม่สนใจท่านแม่ของนางที่กำลังล้มป่วยนอนอยู่บนเตียง
กวนเยวี่ยหลันที่เอาแต่ใจและไม่เห็นหัวใครทั้งสิ้น จึงพาลเอาโทสะไปลงกับสองแม่ลูก แม้มารดาจะตายจากไป แต่ซูจื่อรั่วกลับไม่อาจกดข่มนางได้ เด็กสาวรังแกและตบตีมารดาเลี้ยงต่อหน้าต่อตาผู้เป็นบิดา แม้แต่น้องสาวก็พลอยโดนรังแกไปด้วย ท่านพ่อของนางก็จนปัญญาจะสั่งสอน เพราะตนเองถูกนางด่าทออย่างไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน
นางคิดว่าสองแม่ลูกคู่นี้คือคนที่มาแย่งความรักของนางไป ซูจื่อรั่วแย่งท่านพ่อของนางไปแล้ว กวนเสี่ยวถิงยังมาแย่งเซียวลู่เฟยไปจากนางอีก นางจึงผูกใจเจ็บแค้นสองแม่ลูกนี้อย่างลึกซึ้ง เมื่อรู้ว่าเซียวลู่เฟยจะแต่งงานกับกวนเสี่ยวถิงน้องสาวสารเลวกำลังจะได้เป็นพระชายาองค์รัชทายาท วันหน้านางจะได้เป็นถึงเฟิ่งโฮ่ว มารดาของแผ่นดิน กวนเยวี่ยหลันก็ยิ่งยอมไม่ได้ นางจึงมาขัดขวางพวกเขาสองคนเช่นนี้
แต่เซียวลู่เฟยกลับไม่ไว้หน้านางสักนิด!
หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอดวงตาแดงก่ำ พลางกล่าวกับเขาอย่างตัดพ้อ
“ลู่เฟย ท่านก็รู้ว่าข้าหลงรักท่านมาตั้งนาน แต่ท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้หรือ!”
“ข้าทำอะไรเจ้า ข้าไม่เคยชอบเจ้าเลยเจ้าเองก็รู้ดี เยวี่ยหลันหลบไป! ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่หลบเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าแล้งน้ำใจ ทหาร ลากตัวนางออกไป!”
สิ้นคำของเซียวลู่เฟยเหล่าทหารก็กรูกันเข้ามาลากตัวของกวนเยวี่ยหลันออกไป ไม่ให้ขวางพิธีพาตัวเจ้าสาวออกจากจวนทันที แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ยามนี้เขาไม่อาจห้ามปรามอะไรได้ เพราะเรื่องนี้กวนเยวี่ยหลันทำผิดจริงๆ อีกทั้งงานแต่งครั้งนี้ยังเป็นสมรสพระราชทานจากหลงตี้อย่างไรย่อมไม่อาจยกเลิกได้ตามใจชอบ
“ไม่นะ ปล่อยข้า ท่านจะแต่งกับนางไม่ได้ ท่านต้องแต่งกับข้าคนเดียวเท่านั้น ลู่เฟยท่านกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ ชื่อเสียงของกวนเยวี่ยหลันนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวงทว่าไม่ใช่ในด้านดี นางทำเรื่องร้ายกาจสารพัด ทำให้ผู้คนที่เห็นสภาพน่าสมเพชของนางในเวลานี้ นึกสมน้ำหน้านางอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง
กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้เห็นว่าตนกลายเป็นตัวตลกในสายตาของผู้คน นางก็กรีดร้องออกมาทันที
“มองหน้าข้าหาบิดาเจ้าหรือ งานเลิกแล้วก็ไสหัวไปสิ จะมาอยู่รอขอส่วนบุญรึยังไง ไอ้พวกเฮงซวย!”
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหมดคำจะกล่าว เขารีบออกหน้าเอ่ยวาจาขอโทษขอโพยคนที่มาร่วมงานเลี้ยงแทนบุตรสาวของตน เมื่อขบวนรับตัวเจ้าสาวจากไปแล้ว ทหารที่จับกุมตัวกวนเยวี่ยหลันอยู่ก็ปล่อยนางให้เป็นอิสระในทันที กวนเยวี่ยหลันหายใจเหนื่อยหอบจนอกกระเพื่อม รู้สึกโมโหจนเกินจะทานทน
“เยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าหยุดเถอะ ยอมรับความจริงเสียที พ่อขอร้องล่ะ!”
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงบอกกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่ลำบากใจ กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้ฟังที่บิดากล่าววาจาสั่งสอนก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า นางหันมาจ้องบิดาเขม็ง ก่อนจะเอ่ย
“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องมาสั่งสอนข้า ท่านมีสิ่งใดดีบ้างเล่า ยามท่านแม่นอนล้มป่วยอยู่บนเตียง ท่านก็เอาใจนางแพศยาซูอยู่ตลอดและยังละเลยท่านแม่ของข้า ไม่เพียงเท่านั้นยังหลงมันหัวปักหัวปำอีกด้วย แล้วยังสนับสนุนให้บุตรสาวของมันมาแย่งลู่เฟยไปจากข้าอีก ท่านเป็นบิดาประสาอะไรกัน เหตุใดจึงไม่รักใคร่บุตรสาวของตน ข้าเป็นบุตรสาวสายตรงที่เกิดจากภรรยาเอก มิใช่บุตรที่เกิดจากอนุต่ำต้อยหน้าด้านบางคน ที่เชิดหน้าขึ้นมาได้เพราะใช้ของต่ำแลกตำแหน่งและยังกล้าแย่งสามีพี่สาวของตน หน้าไม่อาย!"
เพียะ!
"ท่านพี่ ท่านตบเยวี่ยเอ๋อร์ทำไม!"
นางซูที่ยืนดูเหตุการณ์เมื่อเห็นว่าแม่ทัพใหญ่กวนเผิงลงไม้ลงมือกับกวนเยวี่ยหลันก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงที่เพิ่งรู้ว่าตนเองทำสิ่งใดลงไป มือไม้ก็พลันสั่นไปหมด เขามองมือของตนเองสลับกับมองหน้าบุตรสาวคนโตด้วยความรู้สึกผิดเสียเต็มประดา
"พ่อ..."
เพียะ!
แม่ทัพใหญ่กวนเผิงยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค กวนเยวี่ยหลันก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของซูจื่อรั่วมารดาเลี้ยงที่ยืนอยู่ไม่ไกลทันที แรงตบนั้นไม่เบาเลยทำเอาซูจื่อรั่วเซถลาไม่เป็นท่า นางมึนงงยิ่งนักที่อยู่ดีๆ กวนเยวี่ยหลันก็มาตบหน้าตนเช่นนี้ แม้นางจะเป็นมารดาเลี้ยง แต่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นน้าสาวของกวนเยวี่ยหลัน แต่จนใจยิ่งนักที่หลานสาวไม่เคยรักนางเลย ซ้ำยังตั้งท่ารังเกียจเดียดฉันท์นางมากถึงขนาดนี้
“เยวี่ยหลัน เจ้าตบนางทำไมกัน?”
“เหตุใดจะตบไม่ได้ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านตบข้า เช่นนั้นนางก็ต้องชดใช้คืนให้กับข้า ตบแค่นี้มันจะไปพออะไร วันนี้ข้าจะตบมันให้ตายคามือเลย ใครกล้าขวางข้าจะฆ่ามันให้หมด!”
กล่าวจบนางก็พุ่งเข้าไปตบตีซูจื่อรั่วอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกลูกหลงจนล้มลงไปที่พื้น ศีรษะกระแทกโขดหินจนสลบไป ส่วนนางซูก็ถูกตบตีจนหน้าบวมช้ำ ซ้ำยังถูกกวนเยวี่ยหลันถีบเข้ามาที่กลางอกนาง และจับนางกดน้ำอีกด้วย
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในจวนตระกูลกวนทันที คนที่ตั้งสติได้รีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอและช่วยกันหามแม่ทัพใหญ่กวนเผิงกับนางซูไปที่เรือนนอน ส่วนกวนเยวี่ยหลันนั้นไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะนางคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกต้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นนางไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร!
