บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ดีใจที่ได้ย้อนกลับมา

สิ่งที่เซียวลี่ถิงคาดไม่ถึงก็คือเธอยังไม่ทันจะเดินพ้นบ้านของเฉินซีห่าวดี เธอก็พบว่าในกลุ่มคนที่มายืนดูเรื่องสนุกของเธอและเฉินซีห่าวอยู่มีกู้ชิงโจวยืนอยู่ด้วย เมื่อคิดได้ว่าทั้งชีวิตในชาติก่อนและชีวิตในชาตินี้ของเธอ เพื่อนสนิทของพี่ชายของเธอคนนี้ล้วนอยู่ในทุกเหตุการณ์อันน่าอับอายของเธอ แม้กระทั่งวันที่เธอตายเขาก็ยังอยู่ตรงนั้นและดูเหมือนว่าคนที่ช่วยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เธอก่อนที่เธอจะตายก็คือเขาเธอจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินให้พ้นไปจากเขาในทันที

“เซียวลี่ถิง!” เสียงเรียกชื่ออันคุ้นหูทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เสียงเรียกชื่อเธอของเขาล่องลอยอยู่ในเมฆหมอกอันขุ่นมัวก่อนหน้าที่เธอจะได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งทำให้เธออดหันไปมองเขาไม่ได้ เซียวลี่ถิงตั้งใจว่าจะต่อว่าเขาเรื่องที่เขามายืนดูเรื่องน่าอับอายของเธอ แต่เมื่อได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจของเขาเธอก็เอ่ยวาจาต่อว่าเขาไม่ลง

“จะกลับบ้านหรือเปล่า ผมจะพาคุณไปส่ง” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของเขาทำให้ความเจ็บปวดในใจที่คิดว่าหายดีแล้วพลันตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง ด้านหลังของกู้ชิงโจวคือเฉินซีห่าวที่กำลังวิ่งมาหาเธอ เซียวลี่ถิงจึงพยักหน้าแล้วรีบพูดออกมาในทันที

“รบกวนช่วยไปส่งฉันที่บ้านด้วยค่ะ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็พยักหน้าแล้วเดินนำหน้าเธอไปยังรถของเขาที่จอดตรงหน้าบ้านหลังถัดไป

“เซียวลี่ถิง คุณอย่าไปนะ ถ้าคุณกล้าไปผมจะทำให้คุณต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” ถ้อยคำข่มขู่ของเฉินซีห่าวทำให้ฝีเท้าของเซียวลี่ถิงหยุดชะงักอีกครั้ง เธอหันกลับไปมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง สายตาของเธอทำให้เฉินซีห่าวพึ่งจะรู้สึกตัวว่าตนเองใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้อง เขาตั้งใจจะพูดจาแก้ตัวให้ตนเองแต่เซียวลี่ถิงกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดแก้ตัว เธอตะโกนสวนกลับเขามาอย่างไม่คิดจะฟังคำพูดของเขาอีกต่อไปแล้ว

“เสียใจหรือ สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกเสียใจมากที่สุดก็คือการคิดจะแต่งงานกับคนอย่างคุณนี่แหละ เฉินซีห่าวคนที่ผิดคือคุณ คุณไม่สำนึกผิดก็ไม่เป็นไร แต่คนผิดอย่างคุณยังมีหน้ามาพูดจาข่มขู่ฉันอย่างไร้จิตสำนึกอีกหรือ” เซียวลี่ถิงพูดออกมาอย่างโกรธแค้น เธอโกรธแค้นเฉินซีห่าวที่เขาเป็นคนชั่วและเห็นแก่ตัว แต่คนที่ทำให้เธอรู้สึกโกรธแค้นมากกว่าก็คือตัวเธอเอง

“ฉันมันโง่เอง โง่มาโดยตลอด หลังจากนี้คุณอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นคนโง่อย่างฉันก็อาจจะลงมือทำเรื่องโง่ๆ จนทำให้คุณรู้สึกเสียใจที่มาวุ่นวายกับคนโง่อย่างฉัน” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบก็เดินตรงไปที่รถของกู้ชิงโจว เขาเปิดประตูรถให้เธอพอเธอเข้าไปนั่งในรถแล้วเขาจึงปิดประตูแล้วเดินไปนั่งทางฝั่งที่นั่งของคนขับ เขาปรายตาไปมองเฉินซีห่าวอีกครั้งแล้วจึงขับรถพาเซียวลี่ถิงไปส่งที่บ้าน

“คุณจะไม่ถามฉันหรือคะว่าเกิดอะไรขึ้น” เซียวลี่ถิงถามออกมาเมื่อเห็นว่าบนรถที่เธอนั่งมีแค่เพียงเสียงของเครื่องยนต์ที่ดังเข้ามาในรถ ส่วนคนขับและผู้โดยสารอย่างเขาและเธอไม่ได้พูดคุยกันเลยสักคำ

“เท่าที่เห็นก็พอจะคาดเดาได้แล้วล่ะครับ” คำตอบของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงนิ่วหน้าแล้วสุดท้ายจึงได้พยักหน้า

“น่าจะคาดเดาได้จริงๆ นั่นแหละค่ะ ฉันตะโกนประจานทั้งเขาและผู้หญิงคนนั้นเสียขนาดนั้น” เซียวลี่ถิงพูดพลางหันไปมองสีหน้าของเขา เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขายังคงราบเรียบ สายตาสงบนิ่งที่จ้องมองถนนของเขาทำให้เธอทอดถอนใจออกมา

“คุณไปทำอะไรที่นั่นคะ ฉันจำได้ว่าบ้านของคุณไม่ได้อยู่แถวนั้นไม่ใช่หรือ” เซียวลี่ถิงถามออกมาตามตรง พี่ชายของเธอเคยพาเธอไปเที่ยวที่บ้านของเขา บ้านของเขาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองห่างไกลจากที่นี่เป็นอย่างมาก

“บ้านของเพื่อนร่วมงานของผมอยู่ที่นั่น” คำตอบของกู้ชิงโจวยังคงสั้นและกระชับตามแบบฉบับของเขา เซียวลี่ถิงจึงไม่คิดจะสรรหาคำพูดอะไรมาพูดกับเขาอีก ถึงแม้ว่าเธออยากจะขอร้องกับเขาว่าอย่าให้เขาเล่าเรื่องที่เธอทำในวันนี้ให้พี่ชายของเธอฟัง แต่เมื่อคิดถึงความเป็นคนไม่ค่อยพูดของเขา เธอก็เชื่อว่าต่อให้เธอไม่ขอร้องเขาก็คงจะไม่เล่าอยู่ดี และต่อให้เขาไม่เล่าคนที่บ้านของเธอก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี เพียงก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเรื่องนี้จากคนอื่น เซียวลี่ถิงต้องการให้พวกเขาฟังจากปากของเซียวลี่ถิงมากกว่า

เมื่อรถของเขาจอดลงที่หน้าบ้าน ประตูบ้านก็เปิดออกมาในทันที เป็นสุ่ยเหมยแม่ของเซียวลี่ถิงที่รีบเปิดประตูออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงรถมาจอดตรงหน้าบ้าน

“ลี่ถิง! ทำไมวันนี้ถึงได้กลับเย็นนักล่ะลูก” สุ่ยเหมยเอ่ยปากตำหนิในทันทีที่เห็นหน้าของเซียวลี่ถิงแต่เมื่อเธอเห็นว่าเซียวลี่ถิงลงจากรถของกู้ชิงโจวสุ่ยเหมยก็ถามออกมาในทันที

“ทำไมถึงกลับมากับคุณกู้ได้” คำถามของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมา ในใจก็คิดว่าถึงอย่างไรเรื่องที่เกิดที่บ้านของเฉินซีห่าวเธอก็ต้องเล่าให้แม่และพ่อของเธอฟัง เธอจึงหันไปทางกู้ชิงโจวแล้วเอ่ยปากขอบคุณเขาอย่างสุภาพ

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งฉัน เอาไว้วันหน้าฉันจะให้พี่ชายของฉันเลี้ยงข้าวเพื่อตอบแทนคุณนะคะ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็พยักหน้าแล้วหันไปเอ่ยกับสุ่ยเหมยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสนิทสนม

“ผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ เอาไว้วันหน้าผมจะมาเยี่ยมคุณน้าทั้งสองใหม่” เมื่อกู้ชิงโจวพูดจบก็เข้าไปนั่งในรถแล้วขับออกไป

“อ้าวทำไมวันนี้รีบกลับจัง แล้วทำไมลูกไม่เชิญพี่เขาเข้าไปดื่มน้ำชาในบ้านก่อน” สุ่ยเหมยส่งเสียงตำหนิออกมาอย่างไม่จริงจังนัก เซียวลี่ถิงเองก็ไม่ได้พูดจาตอบโต้กลับทำแค่เพียงเดินไปคล้องแขนแม่ของเธอแล้วพากันเดินเข้าไปในบ้าน

“คุณพ่อกับพี่อยู่บ้านหรือเปล่าคะ หนูมีเรื่องจะบอกกับทุกคนค่ะ” เมื่อเซียวลี่ถิงถามเช่นนี้สุ่ยเหมยก็พยักหน้า

“อยู่สิ! พวกเขารอกินข้าวกับแกอยู่นะ” คำบอกเล่าของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงพยักหน้าแล้วเดินตรงไปในห้องนั่งเล่นที่พ่อและพี่ชายของเธอมักจะนั่งรออ่านหนังสือกันอยู่ที่นั่น

“คุณพ่อคะ พี่คะ หนูมีเรื่องที่ต้องการจะบอกค่ะ” เซียวลี่ถิงไม่รอช้าเมื่อเห็นพ่อและพี่ชายเธอก็เปิดปากพูดถึงความต้องการของเธอในทันที

“หนูจะยกเลิกงานแต่งงานค่ะ วันพรุ่งนี้รบกวนพ่อกับพี่ช่วยแจ้งให้ทุกคนที่หนูส่งบัตรเชิญไปให้ทราบด้วยนะคะ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้ทั้งพ่อและพี่ชายของเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองเธอในทันที

“หนูไม่ได้พูดเล่นและไม่ได้เห็นการแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆ หนูกับเฉินซีห่าวแต่งงานกันไม่ได้แล้ว เขาไม่ใช่คนดีแถมยังมีคนอื่น หนูผิดเองที่ไม่เชื่อคำคัดค้านของพ่อและพี่ เพราะฉะนั้นรบกวนทุกคนช่วยหนูจัดการเรื่องยกเลิกงานแต่งด้วยนะคะ” เซียวลี่ถิงพูดออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง คนในครอบครัวของเธอก็ต่างพากันนิ่งไปอย่างคาดไม่ถึง แล้วสุดท้ายก็เป็นเซียวจิ่งที่ถามเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีนัก

“ลี่ถิง! นี่ลูกกำลังประชดพ่ออยู่หรือเปล่า”

“ไม่ใช่นะคะคุณพ่อ อย่างที่หนูบอกไปค่ะ วันนี้หนูพบว่าเฉินซีห่าวพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาที่เขาบอกกับหนูว่าจะใช้เป็นเรือนหอ ทั้งแม่เขาและน้องสาวของเขาที่ไปด้วยกันก็เห็น ทั้งที่ถูกจับได้แถมยังมีพยานรู้เห็นเขาก็ยังจะตีสีหน้าใสซื่อมาบอกกับหนูว่า หนูกำลังเข้าใจเขาผิด เขาเป็นอย่างที่คุณพ่อเคยพูดเอาไว้ เสแสร้งเก่ง หน้าซื่อใจคด หนูไม่อยากแต่งงานกับเขาแล้วค่ะ” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้เซียวจิ่งทอดถอนใจออกมา

“เรื่องที่หนูกับเขาทะเลาะกันในวันนี้คงจะถูกพูดถึงในโรงงานอย่างแน่นอน หนูขอโทษที่ทำให้เรื่องราวมันบานปลาย แต่หนูก็แค่อยากจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้ว่าเพราะอะไรงานแต่งจึงได้ล้มเลิก และคนที่ขอยกเลิกงานแต่งอย่างหนูไม่ใช่คนผิด” คำพูดของเซียวลี่ถิงทั้งตรงไปตรงมาอีกทั้งน้ำเสียงที่ใช้ก็เต็มไปด้วยความจริงจังทำให้เซียวจิ่งหันไปสบตากับสุ่ยเหมย แล้วสุดท้ายก็เป็นสุ่ยเหมยที่เดินเข้าไปโอบกอดบ่าอันบอบบางของเซียวลี่ถิงเอาไว้

“ยกเลิกก็ยกเลิกไปสิ จะไปสนใจทำไมว่าคนอื่นจะพูดถึงหนูอย่างไร พ่อกับแม่ไม่สนใจเรื่องหน้าตาหรอก แต่ที่แม่สนใจก็คือความรู้สึกของหนูต่างหาก ลี่ถิง! หนูไม่เป็นอะไรใช่ไหม” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของสุ่ยเหมยทำให้เซียวลี่ถิงที่คิดว่าตนเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้พลันหลั่งน้ำตาออกมาในทันที

“หนูเสียใจเรื่องเฉินซีห่าวไหม แน่นอนค่ะว่าหนูย่อมจะเสียใจ แต่สิ่งที่ทำให้หนูรู้สึกเสียใจมากว่าก็คือหนูไม่ยอมฟังคัดค้านของคนในครอบครัว เห็นคนชั่วอย่างเขาเป็นคนดีจนไม่ยอมฟังเสียงคัดค้านของคนในบ้าน คุณพ่อ คุณแม่ พี่ หนูขอโทษนะคะ หนูขอโทษที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านจนทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น” เมื่อเห็นว่าเซียวลี่ถิงร้องไห้ทั้งพ่อและพี่ชายของเธอก็นั่งต่อไปไม่ได้ในทันที พวกเขาลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเธอยื่นมาตบที่บ่าอันบอบบางและแผ่นหลังของเธอแล้วก็ช่วยกันปลอบโยนเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน การปลอบโยนที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนเช่นนี้เซียวลี่ถิงไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว เมื่อได้ย้อนเวลากลับมาแล้วได้รับการปลอบโยนเช่นนี้อีกครั้งทำให้เซียวลี่ถิงอดรู้สึกยินดีไม่ได้ที่เธอได้มีโอกาสย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเช่นนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel