แย่แล้ว2
นั่นไม่ร้ายเท่ากับมีมี่พลิกตัวมาอีกครั้งมือบางกอดที่เอวหนาของเขาไว้แน่นใบหน้างามซุกอยู่ที่อกกว้างจำต้องเอามือที่ประสานกันออกมาประคองแผ่นหลังของมีมี่ไว้ ช่างเถอะ ไว้ค่อยคิดเรื่องนี้ไว้ค่อยแก้ไขเรื่องนี้อีกที
วังหลวง
“เสด็จพ่ออออออออ ท่านอาอ๋องหรงไม่สิอ๋องหรงเป่ยหลางกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหมลูกได้ยินพวกนางกำนัลเขาพูดกันว่าเสด็จพ่อกำลังจะแต่งตั้งสนมคนใหม่เพราะอ๋องหรงพาสนมคนใหม่มาส่งให้เสด็จพ่อที่วังหลวง”
อวี่หนิงที่ใบหน้างดงามผุดผ่องร่าเริงสดใสราวกับหิมะแรกวิ่งมากอดเอวฉีก้านด้วยท่าทีออดอ้อน
“อวี่หนิงสำรวมหน่อย” ส่งเสียงปรามไม่จริงจังนักก็รักลูกคนนี้กว่าใครเพราะนางคือลูกสาวคนเดียว จากฮองเฮาที่รัก และฟันฝ่าด้วยกันมาตั้งแต่แรก
ขันทีอาวุโสรีบเดินไปสั่งให้นางกำนัลนำของว่างเข้ามาเพื่อเอาใจอวี่หนิง
“เสด็จพ่อก็ลูกดีใจนี่เจ้าค่ะ ท่านอาอ๋องหรงใจดีที่สุดจะต้องมีของฝากมากมายแน่ๆ ว่าแต่ท่านอาหาไข่มุกมังกรพบไหม”
ฉีก้านยิ้มน้อยๆ วางพู่กันลง
“องค์หญิงสามของพ่อสนใจเรื่องไข่มุกมังกรด้วยหรือ”
“เพคะ ลูกลองอ่านตำราโบราณเกี่ยวกับไข่มุกมังกรแล้ว มันก็แค่เรื่องเล่า” ฉีก้านยิ้มน้อยๆ
“จะจริงหรือหลอกอ๋องหรงก็ยังไม่พบ เห็นหรือไม่ว่าอ๋องหรงไม่ได้เรื่องเพียงใด”
“ท่านอาเพิ่งจะยี่สิบอายุมากกว่าข้าแค่สามปี เสด็จพ่อเขาเป็นน้องท่านเป็นน้องท่านถึงจะไม่ได้ร่วมบิดาก็ร่วมมารดา ท่านควรดีกับเขาหน่อย”
“ข้าไม่ดีกับเขาตรงไหนกัน เอาอย่างนี้กลับมานี่จะให้เขาอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกดูแลห้องเก็บตำราดีไหม”
“เสด็จพ่อใจดีที่สุดเลย ดีเลยข้าชอบไปที่ห้องเก็บตำราจะได้เจอท่านอาบ่อยๆ” ฉีก้านขมวดคิ้ว
“เจ้าชอบไปห้องเก็บตำราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ตั้งใจจะจับอวี่หนิงแยกกับอ๋องหรงแต่กลับทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน นี่แหละเขาเรียกว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้แป้นพิมพิ์นักเขียน
เช้าสดใสมีมี่บิดขี้เกียจอยู่บนแท่นนอน
“สบายจัง เมื่อคืนนอนกอดมูมู่ทั้งคืนเลยยิ้มแก้มปริ
“องค์หญิงเจ้าขา ตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะ” ซูเอ่อนำน้ำอุ่นเข้ามาให้ล้างหน้าอีกคนปิดปากหาว
“วันนี้ไม่เอาไก่ย่างแล้วเบื่อแล้ว” ซูเอ่ออมยิ้ม
“วันนี้เห็น ท่านอ๋องไปสั่งคนทำอาหารให้ทำข้าวต้ม” มีมี่พยักหน้า
“ไม่อยู่ท้องแต่ก็ดีกว่าไก่ย่างแหละ”
“อะอะ องค์หญิงเจ้าขา…เอ่อ..เอ่อ…ซูเอ่อบังอาจถาม” เอ่ยปากด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
“ว่ามาอ้ำอึ้งอะไรอยู่” ซูเอ่อก้มหน้า
“เมื่อคืนท่านอ๋องนอนข้างๆ เช้านี้องค์หญิงไม่รู้สึกว่าเมื่อยหรืออ่อนเพลียอะไรบ้างหรือท่านอ๋องถึงกับต้องสั่งข้าวต้มแต่องค์หญิงนี่หน้าตาสดชื่นดูดีมากเลยเจ้าค่ะ หรือว่าองค์หญิงเอาเปรียบนอนมองเพดานกระโจมอย่างเดียวปล่อยให้ท่านอ๋องออกแรงเพียงลำพัง”
มีมี่อ้าปากค้าง
“หา”
“ไม่หาเจ้าค่ะเมื่อเช้าซูเอ่อเข้ามาข้างในก็เห็นองค์หญิงกับท่านอ๋องนอนกอดกันกลมท่านอ๋องยังเสียสละแขนของท่านอ๋องให้องค์หญิงหนุนด้วยเจ้าค่ะ เป็นอ๋องที่ดีจริงๆ แต่รับรองเจ้าค่ะซูเอ่อไม่พูดเรื่องนี้กับใครแน่ๆ”
มีมี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“ระบบบบบบออกมาเดี่ยวนี้ทำไมไม่เตือนฉัน”
“เจ้าค่ะท่านผู้ใช้สามโอกาสพลังพิเศษทำให้ตัวร้ายกอดได้เจ้าค่ะ”
“เฮอะๆๆๆ ท่าจะบ้าไปใหญ่แล้วได้แต้มด้วยเหรอ”
“ก็ต้องได้สิเจ้าคะเพราะนี่คือระบบตัวร้ายกลับใจ” มีมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
วังหลวง
“อู้หู นี่หรือวังหลวง”
มีมี่ยื่นหน้าออกมาจากเกี้ยวจ้องมอง กำแพงสูงใหญ่ที่ห้อมล้อมเขตวังหลวงไว้
“ฉันจะลงแล้วนะ”
หันมองอ๋องหรงที่เอาแต่กำปิ่นปักผมที่ห่อไว้ด้วยผ้าไหมอย่างดีในมือ
“นี่นายฉันจะลงแล้วนะได้ยินไหม”
อ๋องหรงเป่ยหลางถอนหายใจยาวราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ ยัดห่อผ้าที่พับเก็บอย่างดีลงในอกเสื้อ
“ดูแลตัวเอง ตั้งแต่นี้ไปเจ้าเป็นคนของฝ่าบาทข้ามีหน้าที่เพียงมาส่งเจ้า….เท่านั้น”
มีมี่ขมวดคิ้ว
ไม่มีในบท นิยายเรื่องนั้นอ๋องหรงไม่ได้มาส่งใครไม่มีใครตามมาด้วยเพียงแค่กลับวังหลวงใกล้ชิดองค์หญิงสามโดยมีฝ่าบาทและเสวียนอี้คอยขัดขวางแสดงว่ามีมี่ถูกเพิ่มบทเข้ามาแน่ๆ
