อาชีพหมอดู
นางราวกับอ่านใจเขาออก องค์หญิงสามที่งดงาม ผู้ที่อยู่กลางใจเขามาตลอด นางอยู่ที่เอ่อถัวเหตุใดจึงรู้เรื่องในวังหลวง นั่นไม่แปลกแต่แปลกที่นางรู้เรื่องในใจเขา ว่าเขามีใจปฏิพัทธิ์องค์หญิงสาม
“ทำให้ตัวร้ายไขว้เขวรับ1โอกาสพลังพิเศษ”
อ๋องหรงหันมองอ๋องเฉวียนที่เดินไปแกะเชือกให้กับบิดาและมารดาของซวี่หลินคล้ายดังว่าจะทำคำแนนไว้
“อ๋องเฉวียน”
อ๋องหรงเรียกชื่อเบาๆ ขัดใจกับสิ่งที่อ๋องเฉวียนทำ ตั้งใจจะบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของเหล่าทหารชั้นผู้น้อยเถิด แต่ไม่ทันแล้วอีกคน ขะมักเขม้นแกะเชือกไปแล้ว เจ้าลู่เหวินยังไปช่วยอ๋องเฉวียนอีกแรง
“ไม่ม่ายยยข้าไม่ได้ได้ยินอะไรที่นางพูดทั้งนั้น ข้ารู้เพียงว่านางที่นางพูดอาจเป็นเรื่องราวในหลังจากที่ท่านกลับวังหลวงก็ได้ ท่านก็ควรเร่งทำคะแนนบางทีองค์หญิงสามอาจลืมเรื่องในอดีตของท่านไปแล้วก็ได้ เช่นนั้นข้าก็ควรทำดีกับองค์หญิงเอ่อถัวผู้หยั่งรู้เช่นกันเผื่อว่านางจะทำนายชะตาข้าบ้าง” อ๋องเฉวียนรีบออกตัว
“ข้าด้วยข้าด้วยนายหญิง ไม่สิองค์หญิงท่านอย่าลืมข้านะ” ลู่เหวินรีบประสานมือพูดไปยิ้มไป
คนที่หัวเสียคืออ๋องหรงผู้ทะนงตน สะบัดชายเสื้อจากไป
“องค์หญิงหากต่อไปท่านมีเรื่องใดเกินแบกรับเฉวียนอ๋องยินดี ช่วยแบ่งเบา”
มีมี่ยิ้ม
“แน่นอน ไม่ต้องกังวลข้ากับท่านเราจะได้พบกันอีกแน่”
อ๋องเฉวียนทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
“ข้าจะได้กลับวังหลวงหรือ ดีใจที่สุดข้าคิดว่าต้องอยู่เฝ้าด่านชายแดนจนแก่ตายเสียแล้ว”
เฮ้อ จะบอกอย่างไรดีหนอ ค่อยๆ รู้ไปก็แล้วกัน เล่าเสียหมดก็ไม่สนุกสิ อ๋องเฉวียนเป็นพระรองนี่ จะจบแค่ตรงนี้ได้อย่างไรเล่า
พยักหน้าขึ้นลง
อ๋องเฉวียนคว้าข้อมือเล็กมากำไว้ในมือเขย่ามือด้วยความดีใจ
“ขอบคุณองค์หญิง ขอบคุณจริงๆ ข้าคิดมาตลอดว่าอนาคตข้าจบแค่นี้ที่นี่ แต่ท่านรับรองแบบนี้ข้าค่อยมีกำลังใจมาหน่อย”
เฮ้อ
“ด่านชายแดนสงบร่มเย็น พวกท่านจะเฝ้าเอาอะไร ไข่มุกมังกรนั่นฝ่าบาทจะบอกพวกท่านเองว่าควรทำเช่นไร” มีมี่พูดเบาๆ อ๋องเฉวียนยิ้มกว้าง
อ๋องหรงที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลส่ายหน้าไปมา ไม่เชื่อในสิ่งที่มีมี่พูดแม้แต่น้อย ฉีก้านฮ่องเต้ มีความงมงายกับเรื่องราวอัศจรรย์ทุกอย่างอยู่แล้ว รวมทั้งเรื่องงมงายเกี่ยวกับซวี่หลินคนนี้หากพบตัวนางที่ช่างเจรจา อ๋องหรงคิดว่าฉีก้านจะต้องหลงใหลนางอย่างเสียไม่ได้ แต่คงไม่ยกเลิกการตามหาไข่มุกมังกรแน่เว้นแต่นางจะเข้าไปกล่อมอะไรฉีก้านจนยกเลิกเรื่องตามหาไข่มุกมังกร และนั่นเขาก็คิดว่านางก็คงจะต้องทำแน่ๆ ซึ่งเขาคิดว่าควรจะขัดขว้างนางหากนางไม่หวังดีต่อฉีก้าน ช่วยฉีก้านไม่ให้โดนนางหลอก เพื่อองค์หญิงสาม อวี่หนิงจะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้กังวล
“องค์หญิงเจ้าขาค่อยๆ เดินเจ้าค่ะเดี๋ยวจะล้ม”
ซูเอ่อพยุงมีมี่ขึ้นบนเกี้ยวหลังใหญ่อย่างเอาใจ
“ไม่เป็นไรน่าข้าเดินเองได้”
ชักเริ่มอึดอัดแล้วตั้งแต่เช้ามา ที่เจ้าลู่เหวินนำเนื้อแพะภูเขาย่างมาให้เพื่อเอาใจ อ๋องเฉวียนให้คนนำบิดากับมารดาของซวีหลินมากล่าวลาถึงในห้องมีมี่ก็หวานอมขมกลืน ยอมกินหมั่นโถวที่ทำจากแป้งเปล่าๆ ดีกว่าต้องกินเนื้อแพะภูเขาที่ ไม่เคยกินสักครั้งนั่น ยอมตีหน้าเศร้าพูดจาอำลาบิดากับมารดาของซวีหลินอย่างจำใจดีที่ดูซีรีส์มาเยอะก็พอจะถูไถไปได้
ก็นะคนเป็นแม่ก็ห่วงเหลือเกินกอดลาครั้งแล้วครั้งเล่ามีมี่อึดอัดจะแย่ พอถึงเวลาออกมาข้างนอกนี่ค่อยโล่งหน่อยก็ดันมาถูกซูเอ่อพยุงราวกับคนพิการ
“ข้าเดินเองได้ น่า” ก้าวขาขึ้นไปบนเกี้ยวแต่ทว่าพลาด เหอะ
“โอ๊ย” คนร่างสูงในอาภรณ์สีดำ ดูดุดันและน่าเกรงขาม คนดาร์กๆ รับไว้ได้ทันภายใต้หน้ากากนั่นมีใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชา
จ้องใบหน้างามตาไม่กะพริบตาสบตามีมี่หลบตาเสีย
