บทนำ : ความตายที่ไม่ยุติธรรมและเสียงร้องที่ไร้เสียง
สายฝนในฤดูใบไม้ร่วงตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับสวรรค์กำลังร้องไห้ให้กับชะตากรรมที่แสนอาภัพของใครบางคน
ภายในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนจมูกคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่อึมครึม หลินซีอวี้ หญิงสาววัยสามสิบปีในชุดทำงานสีสุภาพยืนมองชายชราบนเตียงด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ร่างกายของชายคนนั้นซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ลมหายใจรโรยรินเหมือนเทียนไขที่กำลังจะมอดดับ
เขาคือ หลินต้าไห่ พ่อของเธอ... ผู้ชายที่จมอยู่กับความรู้สึกผิดมาตลอดสามสิบปี
“ซี... ซีอวี้...” เสียงแหบพร่ายากจะจับใจความดังลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก มือที่สั่นเทาและหยาบกร้านพยายามไขว่คว้ามือของลูกสาว “พ่อ... พ่อขอโทษ...”
หลินซีอวี้กุมมือพ่อเอาไว้แน่น แม้ใบหน้าของเธอจะเรียบเฉย แต่ในใจกลับปวดร้าวราวกับมีมีดกรีด เธอรู้ดีว่าพ่อขอโทษเรื่องอะไร มันคือเรื่องราวในอดีตเมื่อสามสิบปีก่อน เรื่องที่พ่อโง่เขลาหลงเชื่อคำพูดของย่าและอาเล็ก จนยอมมอบเงินสินเดิมก้อนสุดท้ายของแม่ให้พวกเขาไปผลาญเล่น ทำให้แม่ของเธอตรอมใจและจบชีวิตตัวเองลง ทิ้งให้เธอเติบโตมาอย่างยากลำบาก
“ไม่ต้องพูดแล้วพ่อ... พักผ่อนเถอะ” เธอกล่าวเสียงเรียบ พยายามข่มกลั้นน้ำตา
“ถ้า... ถ้าพ่อไม่โง่... ถ้าพ่อเชื่อแม่แก... พวกเราคงไม่...” ดวงตาของหลินต้าไห่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย น้ำตาไหลรินลงทางหางตา ก่อนที่แสงแห่งชีวิตในดวงตาคู่นั้นจะดับวูบลง มือที่กุมมือเธออยู่ตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง
เสียงเครื่องวัดชีพจรดังยาวต่อเนื่องเป็นเส้นตรง บ่งบอกถึงการจากลาที่ไม่มีวันหวนกลับ
หลินซีอวี้ยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น เธอไม่เหลือใครแล้ว แม่จากไปตั้งแต่เธออายุสามเดือน และตอนนี้พ่อจากไปพร้อมกับความรู้สึกผิดที่กัดกินใจจนวินาทีสุดท้าย
หลังงานศพที่เงียบเหงาผ่านพ้นไป หลินซีอวี้ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดให้กับงาน เธอเป็นเลขานุการมือหนึ่งของ เสิ่นฮ่าวเทียน ราชาค้าหยกผู้ทรงอิทธิพล เธอไต่เต้ามาจากเด็กบ้านนอกจนกลายเป็นคนที่เจ้านายไว้ใจที่สุด แต่ใครจะรู้ว่าความซื่อสัตย์ของเธอกลับกลายเป็นคมดาบที่ย้อนกลับมาแทงตัวเอง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ อาคารสำนักงานใหญ่ 'เสิ่นกรุ๊ป'
หลินซีอวี้เดินเข้าไปในห้องทำงานของรองประธานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือของเธอกำเอกสารปึกหนึ่งแน่น มันคือหลักฐานการยักยอกเงินและการฟอกเงินผ่านบัญชีบริษัทที่เธอเพิ่งค้นเจอ และคนที่ทำเรื่องนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ จางเหว่ย เพื่อนร่วมสาบานที่บุกเบิกธุรกิจมาพร้อมกับเจ้านาย คนที่เสิ่นฮ่าวเทียนไว้ใจดั่งพี่น้อง
“คุณจาง... ฉันต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับตัวเลขพวกนี้” หลินซีอวี้วางเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง
ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงเงยหน้าขึ้นจากเก้าอี้ เขาขยับแว่นตาพลางส่งรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตามาให้ “เลขาหลิน... คุณนี่มันขยันเกินหน้าที่จริงๆ เรื่องบางเรื่อง แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นบ้าง ชีวิตจะยืนยาวกว่านะ”
“ฉันทำไม่ได้ เงินพวกนี้เป็นหยาดเหงื่อของท่านประธานเสิ่น ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานท่าน!” หลินซีอวี้ประกาศกร้าว เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง
“คิดว่าเธอจะเดินออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ หรือ?”
สิ้นเสียงเย็นเยียบ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาขวางทางไว้ หลินซีอวี้ถอยหลังกรูด หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว
“คุณจะทำอะไร! นี่มันบริษัทนะ!”
จางเหว่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ “น่าเสียดายนะซีอวี้ เธอเป็นคนเก่ง ทำงานคล่องแคล่ว แต่ข้อเสียเดียวของเธอคือ... เธอรู้มากเกินไป และซื่อสัตย์ผิดคน”
“ท่านประธานเสิ่นต้องไม่ปล่อยคุณไว้แน่!”
“ฮ่าๆๆ” จางเหว่ยหัวเราะลั่น “พี่เสิ่นตอนนี้กำลังเดินทางไปดูเหมืองหยกที่พม่า กว่าเขาจะกลับมา... เธอก็คงกลายเป็นแค่ข่าวอุบัติเหตุที่น่าเศร้าไปแล้ว”
ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของหลินซีอวี้ เธอยังไม่ทันจะได้ร้องขอความช่วยเหลือ ผ้าผืนหนาที่ชุ่มไปด้วยยาสลบก็ถูกโปะเข้าที่จมูกจากทางด้านหลัง
โลกทั้งใบหมุนคว้าง สติของเธอค่อยๆ เลือนราง สิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยินคือเสียงกระซิบข้างหูของจางเหว่ย
“ไปขอโทษพ่อของเธอในนรกซะเถอะ...”
ความเจ็บปวดรุนแรงปะทุขึ้นที่ท้ายทอย ก่อนจะตามมาด้วยความหนาวเหน็บของน้ำ หลินซีอวี้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำที่มืดมิด รถยนต์ที่เธอนั่งมาถูกจัดฉากให้เสียหลักพุ่งลงน้ำ... ช่างเป็นวิธีฆ่าปิดปากที่สิ้นคิดแต่นิยมใช้กันเหลือเกิน
ฉันตายแล้วเหรอ? ช่างน่าสมเพชจริงๆ... ชีวิตนี้เกิดมาก็ยากจน แม่ก็ฆ่าตัวตาย พ่อก็ตรอมใจตาย ตัวเองทำงานถวายหัวก็ถูกฆ่าตาย... สวรรค์... ท่านมีตาหรือไม่! ทำไมคนชั่วถึงได้เสวยสุข แต่คนดีต้องพบจุดจบแบบนี้!
ความคับแค้นใจอัดแน่นอยู่ในอก มันรุนแรงยิ่งกว่าความตาย เธออยากจะกรีดร้อง อยากจะลากคอไอ้คนชั่วพวกนั้นลงนรกไปด้วยกัน แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งจนขยับไม่ได้
ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็วาบผ่านเข้ามาในความมืดมิด พร้อมกับแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากวิญญาณของเธอให้หมุนคว้างราวกับพายุ
“ฮึก... ฮือ...”
เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังเข้ามากระทบโสตประสาท กลิ่นดินโคลนและกลิ่นฟางเก่าๆ ลอยมาแตะจมูก แทนที่กลิ่นน้ำคลำและเลือดคาวเมื่อครู่
หลินซีอวี้พยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาของเธอกลับหนักอึ้งและบวมเป่ง ภาพที่เห็นตรงหน้าพร่ามัวเหมือนมองผ่านเลนส์ที่ไม่ชัด เธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว แขนขาขยับไม่ได้ดั่งใจราวกับถูกพันธนาการไว้แน่น
ที่นี่ที่ไหน? นรกเหรอ? ทำไมนรกถึงมีเพดานมุงจากผุๆ แบบนี้?
เธอพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่กลับพบว่าทำได้เพียงแค่ดิ้นขลุกขลักไปมา มือที่ควรจะเรียวยาวแบบผู้ใหญ่ กลับกลายเป็นก้อนเนื้อป้อมๆ สั้นๆ สีขาวอมชมพูที่กำแน่นอยู่กลางอากาศ
เดี๋ยวนะ... มือนี่มันอะไรกัน!
หลินซีอวี้ตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เธอพยายามจะตะโกนถาม แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับเป็น...
“แอ้! แอ้!”
เสียงร้องของเด็กทารก! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!
ในขณะที่สติของเธอกำลังแตกกระเจิง ภาพเบื้องหน้าก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ใต้ขื่อบ้าน รูปร่างผอมบางสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา ในมือของเธอถือผ้าขาวม้าที่ผูกเป็นบ่วงเอาไว้
หญิงสาวคนนั้น... ใบหน้าที่หลินซีอวี้เคยเห็นแต่ในรูปถ่ายสีขาวดำเก่าๆ บนหิ้งบูชา แม่!
นั่นคือ ซูเม่ย แม่ของเธอที่กำลังจะฆ่าตัวตาย!
ความทรงจำอันโหดร้ายจากคำบอกเล่าของพ่อไหลย้อนกลับมาฉายชัด วันที่เธออายุครบสามเดือน คือวันที่แม่ตัดสินใจลาโลกเพราะทนความกดขี่ของย่าและอาเล็กไม่ไหว และเพราะความโง่เขลาของพ่อที่ยอมมอบเงินสินเดิมให้พวกเขาไปจนหมด
ไม่นะ! แม่จะตายไม่ได้!
หลินซีอวี้กรีดร้องสุดเสียงในใจ ความกลัวจับขั้วหัวใจ หากแม่ตายตอนนี้ เธอก็จะต้องเติบโตไปเป็นเด็กกำพร้าแม่ และพ่อก็จะจมอยู่กับความทุกข์ไปตลอดชีวิตเหมือนชาติที่แล้ว ไม่! เธอไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!
“แม่จ๋า! อย่าทำนะ! ลงมาเดี๋ยวนี้! พ่อคนโง่ มัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหน รีบมาช่วยแม่เร็วเข้า!”
เธอตะโกนก้องในความคิด หวังเพียงปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง ที่หน้าประตูไม้ผุพัง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผิวดำคล้ำจากการตรากตรำทำงานหนักก็ยืนแข็งทื่อ เขาทิ้งฟืนที่แบกมาลงบนพื้นเสียงดังโครม
หลินต้าไห่ ในวัยหนุ่ม เบิกตากว้างมองภรรยาที่กำลังจะสอดคอเข้าบ่วง แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าภาพตรงหน้า คือเสียงเล็กๆ แหลมๆ ที่ดังสะท้อนก้องเข้ามาในสมองของเขาอย่างชัดเจน
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงร้องไห้ของทารกธรรมดา แต่มันเป็นเสียงพูด... เสียงพูดที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัว
“พ่อ! ยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบไปอุ้มแม่ลงมาสิ! จะให้เมียตัวเองตายต่อหน้าต่อตาหรือไง ไอ้พ่อบ้า!”
หลินต้าไห่สะดุ้งโหยง เขาหันขวับมามองทารกน้อยวัยสามเดือนที่นอนดิ้นพล่านอยู่ในเปลผ้าเก่าๆ ดวงตาคู่น้อยจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับกำลังด่าทอเขาอยู่จริงๆ
เขาไม่ได้หูแว่ว... ลูกสาวของเขา... กำลังด่าเขาในใจ?!
