ข้าไม่หย่าแล้ว!!
แต่งงานกับสามีมา5ปี นอกจากเขาจะเย็นชาและบ้างาน ยังคอยเอาใจสตรีในวัยเด็กของเขาอีก ใครทนได้ก็ทนแต่นางเลือกจะไม่ทน
บ้านเดิมคอยส่งจดหมายมาบอกว่ารักนางเสียยิ่งกว่าจะปล่อยให้ไปลำบากในบ้านสามีแสนยากจน บอกว่าหากหย่าขาดนางจะได้ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องถูกสามีเมินเฉย
นางร่ำร้องขอให้เขายอมหย่า และกลับบ้านไปให้ครอบครัวโอบกอด
ใครจะคิดว่าหลังกลับบ้านได้ไม่นาน นางถูกขายเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่ตำลึง เมื่อขัดขืนก็ถูกฆ่าตายอย่างทารุณศพถูกทิ้งไว้ให้หมาป่ากัดกิน มือสั่นเทาของอดีตสามีค่อยๆช่วยฝังศพด้วยความอาวรณ์ วิญญาณของนางขอโทษเขานับพันครั้ง ก่อนจะลืมตามาอีกคราในวันที่ร้องไห้ขอหย่ากับสามี!!
“เมื่อครู่…เจ้าบอกว่าอะไรนะ“ ดวงตากลมโตกวาดมองรอบๆกระท่อมหลังเล็กที่ผุพัง ไม่ไกลกันเป็นแคร่ไม้ที่แม่สามีนอนป่วยอยู่
ซูเมิ่งหลานกระพริบตาอีกครั้งก่อนจะมองหน้าสามีอย่างฝานซื่อหยวนนิ่งๆ
“ข้าย้อนเวลากลับมาในปีแรกที่แต่งงานกับเขางั้นหรือ” ความร้อนที่ระบายออกจากตาเมื่อนึกถึงวันที่เขาตามหานางก่อนจะทรุดเข่าลงบนพื้นโคนตมเมื่อเห็นศพของนางมีร่องรอยการถูกกัดแทะจากสัตว์ร้าย
เขาอุ้มนางขึ้นอย่างไม่นึกรังเกียจ ทั้งยังเดินขึ้นเขาหาฮวงซุ้ยที่ดีในการฝังศพ ฮวงซุ้ยสกุลฝาน
…เจ้าคือสะใภ้สกุลฝาน คือภรรยาของข้าตลอดไป…
คำพูดนั้นยังก้องในหู น้ำตาเม็ดเล็กรินรดแก้มนวล
”ร้องไห้งั้นหรือ เหอะ!! เจ้าขอหย่าจากบุตรชายของข้า เจ้าร้องไห้ทำไม!!“ เสียงแหบแห้งของแม่สามีดึงนางออกจากภวังค์ มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาก่อนคุกเข่าลงพื้น
นางจำวันนี้ได้ดี นี่คือครั้งแรกที่นางตีโพยตีพายจะหย่า แม้ในขาติก่อนไม่ได้หย่า เพราะแม่สามีป่วยหนักผู้ใหญ่บ้านสั่งชะลอเอาไว้ก่อน และมันกินเวลายาวนานไปอีก2ปี ที่ทั้งบ้านอยู่ด้วยกันอย่างอึดอัดใจกับความร้ายกาจของนาง
”แม่สามี ท่านอย่าออกแรงตะโกนมากนัก เลือดลมไม่ดีท่านอาจมีไข้อีกหน“ ไม่ใช่ว่านางไม่เห็นคิ้วเข้มที่ขมวดอย่างสงสัย แต่ทำเมินเฉยเสียตอนนี้นางต้องแก้สถานการณ์ตรงหน้าเสียก่อน
”เมิ่งหลานเมื่อครู่เจ้าบอกว่าได้ตราประทับจากท่านผู้นำมาแล้ว เจ้า…อยากหย่ากับจากอาหยวนจริงๆหรือ“ ฝานอี้หยางมองสะใภ้คนเล็กด้วยสายตาผิดหวัง
“มะ ไม่ ไม่หย่าแล้ว!! ไม่หย่า!! ข้าฉีกทิ้งเลย” กระดาษสีเหลืองแผ่นบางถูกมือเล็กฉีกทิ้งจนเป็นพุยผง คล้ายกับว่านางโกรธมันเสียเต็มประดา
“เมิ่งหลาน!! เหตุใดใจเจ้าจึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ใช่ว่าหลายวันที่ผ่านมานี้ เจ้าประท้วงทำลายข้าวของในบ้านเพราะอยากให้ข้าประทับตราลงบนหนังสือแยกทางงั้นหรือ” สามีที่นั่งอยู่ไม่ไกลพูดคล้ายเตือนสตินาง สายตานั้นยังคงเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง
มือเล็กๆที่มีเหงื่อผุดออกเต็มฝ่ามือ ถูลงบนชุดที่ปะชุนเพราะความเก่าอีก2-3หน ก่อนจะเงยหน้ามองเขา
“ข้าแค่…น้อยใจที่เมื่อวันก่อนท่านไปช่วยบ้านแม่นางม่ออวี๋ที่…ไฟไหม้เกือบทั้งคืน จนลืมเลือนข้ากับท่านแม่ที่รอเจ้ากินข้าวอยู่ มันแค่…อารมณ์ชั่ววูบหน่ะ” เรื่องเขาไปช่วยแม่ดอกบัวขาวในวัยเด็กจนทำนางโมโหนั่นเรื่องจริง แต่มากกว่านั้นคงเป็นจดหมายจากทางบ้านที่ตอนนี้ยังร้อนๆอยู่ที่อกเสื้อมากกว่า
“แน่ใจหรือ ไม่ใช่ว่าคนบ้านเจ้าบอกให้เจ้ากลับไปใช้ชีวิตสบายๆที่จวนใต้เท้าซูหรอกหรือ?”
