บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 เปลี่ยนชื่อเสริมดวง

หน้าสำนักงานทะเบียนในเมืองจิ่ง จางเสี่ยวหนูจูงมือเด็กหญิงวัยห้าขวบเดินเข้าไปในอาคารด้วยความมั่นใจ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาหลังที่คุ้นเคย หลี่เหวินตงในชุดสูทตัวใหม่ที่ดูขัดตา ยืนเคียงข้างกับไป๋หลินเม่ยที่แต่งตัวจัดจ้านด้วยชุดกระโปรงสีแดงสด ทั้งคู่เพิ่งเดินออกมาจากห้องจดทะเบียนสมรสพร้อมรอยยิ้ม

“เสี่ยวหนู หนิงหนิง...” หลี่เหวินตงเรียกชื่ออดีตภรรยาและลูกด้วยความตกใจ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ ในเมื่อหย่าแล้วเขาจะกังวลว่าเธอจะโวยวายใส่เขาเรื่องจดทะเบียนสมรสใหม่ไปทำไม

“อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ลูกกับอดีตภรรยาของคุณเองหรือคะ” ไป๋หลินเม่ยพูดพลางกอดแขนเหวินตงแน่นขึ้น สายตาจ้องมองเสี่ยวหนูอย่างผู้ชนะ

จางเสี่ยวหนูหยุดยืนนิ่ง ไม่มีความโกรธในดวงตา มีเพียงความสมเพช ในขณะที่เด็กน้อยหลบหลังแม่ เธอมีความกังวลว่าบิดาอยากจะได้ตัวเธอไปแล้วมาดักรอที่นี่

“ขอบใจนะที่เธอปล่อยคนดีๆ มาให้ฉัน คุณหลี่ ไม่ใช่สิ เหวินตง เขาเป็นคนดีมีอนาคตไกล ฉันดีใจมากเลยที่ได้แต่งงานกับเขา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่คล้ายเย้ยหยัน

“ใครอยากได้ขยะที่ฉันทิ้งแล้วก็เอาไปเถอะอีกอย่างนะคะคุณนายหลี่ ในเมื่อเขานอกใจฉันมาหาเธอได้ วันข้างหน้าเขาก็คงนอกใจเธอไปหาคนอื่นได้เหมือนกัน” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์ แววตาที่จ้องกลับดูสมเพชและดูถูกจนคุณนายหลี่คนใหม่หัวร้อน

“เสี่ยวหนู อย่ามาปากเสีย ฉันกับเม่ยเม่ยรักกันด้วยใจจริง” หลี่เหวินตงตวัดเสียงด่า

จางเสี่ยวหนูยิ้มเย็น ขยับเข้าไปใกล้ทั้งคู่ก้าวหนึ่ง

“งั้นก็ขอให้รักกันนานๆ นะ แต่จำไว้เถอะเหวินตง หย่ากับหลินเม่ยมันไม่ง่ายเหมือนหย่ากับฉันหรอกนะ เพราะเธอมีทั้งเงินและอำนาจของพ่อเธอหนุนหลัง ถ้านายคิดจะทิ้งเธอ นายคงต้องเหลือแต่ตัว แนะนำว่าทำตัวเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ให้ตลอดรอดฝั่งล่ะ”

“จางเสี่ยวหนู อย่ามาเสี้ยมให้คนเขาแตกกัน” อดีตสามีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

หญิงสาวไม่ได้สนใจเขา เธอหันไปหาไป๋หลินเม่ยแล้วก้มลงกระซิบที่ข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ชัดเจนทุกคำ

“นอกจากฉันแล้ว เธอน่าจะลองไปสืบดูนะว่าเด็กสาวหมู่บ้านข้างๆ ที่ชื่อซวงซวงน่ะเป็นใคร หลี่เหวินตงเคยบอกว่าเธอคือแสงจันทร์สีขาวในใจเขา ระวังเงินของเธอจะถูกเขาเอาไปปรนเปรอแม่คนสวยคนนั้นลับหลังเธอล่ะ” จางเสี่ยวหนูจำได้ว่าชาติก่อน เขามีผู้หญิงอีกคนที่ติดพัน

ไป๋หลินเม่ยชะงักไปทันที ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองซีดลงชั่วครู่ ชื่อซวงซวงไม่ใช่ชื่อที่ใครจะกุขึ้นมาลอยๆ ได้ เธอกำหมัดแน่นจนสั่น แอบชำเลืองมองสามีที่เพิ่งจดทะเบียนด้วยสายตาที่เริ่มมีความระแวงแคลงใจ

“แกพูดบ้าอะไร” หลี่เหวินตงโวยวายเพราะไม่ได้ยินว่าอดีตภรรยาพูดอะไร แต่เห็นไป๋หลินเม่ยนิ่งไป ก็เกรงว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขา

“แม่คะ หนูกลัว” เด็กหญิงตัวน้อยดึงชายเสื้อมารดาด้วยความกังวล จางเสี่ยวหนูจับมือลูกสาวเอาไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับอดีตสามี

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อวยพรภรรยาคุณน่ะค่ะ” เธอยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น ก่อนจะจูงมือลูกสาวเดินผ่านทั้งคู่ไป ไม่ลืมกระแทกไหล่อดีตสามีจนเขาเซถอยออกไปด้วยใบหน้าที่ขุ่นเคือง

“ไปกันเถอะหนิงหนิง เราไปเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นมงคลให้ชีวิตกันเถอะ” เธอพูดกับลูกสาวตัวน้อย ที่ตอนนี้คลายสีหน้าลงหลังจากเดินห่างจากบิดาแล้ว

ภายในห้องทะเบียนที่เงียบสงบ เสียงตราประทับกระแทกลงบนกระดาษ เป็นสัญญาณว่าพันธนาการสุดท้ายได้ถูกตัดขาดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารชุดใหม่คืนให้เธอพร้อมรอยยิ้มตามมารยาท

“เรียบร้อยครับ ต่อไปนี้คุณคือ จางหมินฮุ่ย และเด็กหญิงคือ จางหนิงอัน”

นอกจากจะเปลี่ยนแซ่ให้หนิงหนิงแล้ว เธอยังตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองและลูก ตอนนี้เธอคือจางหมินฮุ่ยแล้ว

หญิงสาวรับเอกสารมาประคองไว้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ชื่อเดิมเสี่ยวหนู ความหมายคือทาสตัวน้อย ที่พ่อแม่ตั้งให้ตามความเชื่อเก่าๆ เพื่อให้เลี้ยงง่ายและยอมคน บัดนี้ได้ตายไปพร้อมกับความทุกข์ระทมในชาติก่อนแล้ว

จางหมินฮุ่ย ที่หมายถึงความปราดเปรื่อง เธอต้องการให้ชื่อนี้เตือนสติเธอเสมอว่าห้ามกลับไปโง่เขลาให้ใครรังแกได้อีก

หญิงสาวก้มลงมองลูกสาวที่กำลังมองเธอตาใส

“หนิงหนิง ต่อไปนี้หนูชื่อจางหนิงอันนะลูก แม่ตั้งชื่อนี้ให้เพราะอยากให้ชีวิตของหนูมีแต่ความสงบสุข ไม่ต้องพบเจอพายุร้ายเหมือนที่ผ่านมา”

“หนิงอัน จางหนิงอัน หนูชอบชื่อนี้ค่ะแม่” เด็กหญิงพึมพำชื่อใหม่ของตัวเอง

หลังจากออกจากสำนักงานเขต จางหมินฮุ่ยพาลูกสาวไปที่ร้านเครื่องเขียน เธอซื้อสมุดเล่มใหม่และปากกาอย่างดีหนึ่งด้าม เพื่อเริ่มวางแผนชีวิตอย่างจริงจังภายใต้ชื่อใหม่นี้

‘เงินสามพันหยวนที่มีอยู่ คือเงินขวัญถุงก้อนแรก’ จางหมินฮุ่ยขีดเขียนลงในสมุด

เป้าหมายถัดไปของเธอคือปักกิ่ง หรือไม่ก็เซี่ยงไฮ้ เมืองที่ความเจริญกำลังจะพุ่งทะยาน แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เธอต้องตั้งหลักให้ได้เสียก่อน

ต้องทำความคุ้นเคยกับยุคที่ผ่านมานานแล้วสำหรับเธอ การย้อนเวลากลับมาไม่เหมือนนิยายที่อ่าน ที่ตัวเอกจะจดจำทุกอย่างได้และพัฒนาชีวิต เพราะเธอจำอะไรที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและแนวทางหาเงินของยุคสมัยนี้ได้เลย ส่วนหนึ่งเพราะเธอทำงานในโรงงานนรกเพื่อใช้หนี้นานกว่าสิบปี กว่าจะหมดหนี้แล้วมีชีวิตของตนเองก็เข้าสู่วัยกลางคนไปแล้ว

หญิงสาวนึกถึงทักษะที่เธอมีติดตัวมา อย่างเดียวก็คือการทำอาหาร ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้คน แต่คิดไม่ออกว่าจะทำเมนูไหนถึงจะดึงดูดใจผู้คนได้

“พรุ่งนี้ค่อยออกไปเดินดูว่าแถวนี้ขายอะไร และยังมีอะไรที่คนยังไม่ทำขายกันบ้าง” เธอพึมพำแล้วเขียนเป้าหมายลงในสมุดจด และไม่ลืมหมายเหตุว่าปีหน้าจะส่งจางหนิงอันเรียนโรงเรียนประถมในเมือง และที่สำคัญเธอจะให้ลูกสาวเรียนว่ายน้ำ ทุกอย่างจะได้ไม่ซ้ำรอยเดิมอีก

“แม่คะ เสื้อตัวนี้หนูขาดแล้ว” จางหนิงอันเดินมาบอกมารดาของตน

“เดี๋ยวแม่ซ่อมให้” จางหมินฮุ่ยไม่ได้ออกไปซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปราคาแพงให้ลูกสาวแม้จะมีเงินในมือ แต่เธอเลือกที่จะนำเอาเสื้อผ้าชุดเดิมที่พอมีอยู่มาเลาะตะเข็บออก เธอตั้งใจตัดเย็บใหม่ด้วยมืออย่างประณีต

“แม่จ๋า เสื้อตัวเดิมของหนูสวยขึ้นจังเลย” เด็กน้อยมองดูแม่ที่กำลังเย็บระบายลูกไม้เล็กๆ ที่เลาะมาจากผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าลงบนปกเสื้อสีซีด

“ความสวยไม่ได้อยู่ที่ราคาหรอกลูก แต่มันอยู่ที่ความสะอาดและความตั้งใจ” จางหมินฮุ่ยยิ้มขณะขยับเข็ม

“ที่แม่ไม่ซื้อเสื้อใหม่ให้ลูก เพราะเราต้องเก็บเงินไว้ให้มากที่สุด เพื่อที่เวลาเราไปถึงเมืองใหญ่ เราจะได้ไม่ต้องลำบาก หนิงหนิงโกรธแม่หรือไม่”

“ไม่ค่ะ หนูไม่โกรธ แม่ทำอะไรหนิงหนิงก็ว่าดีทั้งนั้น” เด็กน้อยสวมกอดมารดาอย่างเอาใจ ดีใจที่มารดาเลือกพาเธอมาด้วย

จางหมินฮุ่ยอมยิ้มน้ำตาคลอ แม้จะมีเงินถึงสามพันหยวน แต่เธอกลับใช้ชีวิตอย่างสมถะที่สุด เธอสอนลูกสาวรู้ค่าของเงิน และเริ่มสร้างเกราะป้องกันทางความคิดให้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เด็กน้อยหลงระเริงไปกับสิ่งของนอกกายเหมือนที่พ่อของเธอเป็น

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel