บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

นอกจากเป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์แล้ว หลินกวานอียังรั้งฐานะหลินซื่อจื่อ แม้ไม่ได้รั้งอยู่ที่ชายแดนกับบิดามารดา ทว่าผู้สืบทอดตระกูลหลินก็ยังคงเป็นเขาที่รับหน้าที่ ปีนี้อายุย่างเข้ายี่สิบสองทว่าการแต่งงานก็ยังไม่ได้ถูกกำหนด

หนึ่งคือ...คู่หมายของเขายังไม่ปักปิ่น เหยียนอันโหวรั้งอยู่ที่ชายแดนตะวันตก บุตรสาวเองก็เช่นกัน แม้หมั้นหมายแต่กลับไม่เคยได้พบหน้า

สองคือ...การแต่งงานของเขาส่งผลถึงราชสำนักหลายๆ ด้าน หากฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาตเกรงว่าการแต่งงานนี้คงจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ

สามคือ...การจะหาคู่ครองที่เหมาะสม ไม่ทำให้ตระกูลหลินมีอำนาจมากขึ้นกว่าที่เป็นนั้นยากยิ่ง แม้เขาหมั้นหมายแล้วแต่ตระกูลหลินเดิมทีก็ครอบครองแดนเหนือไม่มีผู้อื่น หากแต่งกับบุตรสาวคนเดียวของเหยียนอันโหวกำลังพลในมือยิ่งเพิ่มพูน หากเป็นเมื่อก่อนเหยียนอันโหวยังไม่มีผลงานก็แล้วไป ทว่าตอนนี้...

สวี่เซียวเดินขมวดคิ้วเข้ามายังจุดที่เขาอยู่ ชายหนุ่มได้แต่ประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น มิใช่มารดากับน้องสาวมาเยี่ยมหรอกหรือ แล้วนี่เจ้าทำหน้าตาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”

อีกฝ่ายถอนหายใจ “ข้าสังหรณ์ใจไม่ดีนัก”

“เรื่องอะไรหรือ”

สวี่เซียวมองตามมารดากับน้องสาวที่กำลังเดินพ้นมุมทางเดิน “ได้ยินท่านแม่กล่าวว่าระหว่างเข้าเฝ้า ฮูหยินแม่ทัพเสิ่นเองก็อยู่ด้วย แถมฮองเฮายังจงใจให้ท่านแม่กับเชียนเชียนอยู่สนทนากับเสิ่นฮูหยินครู่หนึ่ง”

แน่นอนหลินกวานอีย่อมเข้าใจความหมายในทันที ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลเดิมของฮองเฮา มีอำนาจอิทธิพลในเมืองหลวงยิ่งกว่าตระกูลใดๆ แม่ทัพเสิ่นเป็นคนมากความสามารถ บุตรชายเองก็ไม่น้อยหน้า เสิ่นอวิ๋นปีนี้อายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ด เป็นคนหนุ่มอนาคตไกลที่หาได้ยากยิ่ง หากฮองเฮาหมายให้เสิ่นอวิ๋นแต่งน้องสาวของสวี่เซียวเข้าจวน นี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“น้องสาวของข้าอีกไม่กี่เดือนก็จะปักปิ่น แต่ถึงตอนนี้นางก็ยังไร้เดียงสานัก การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ข้าไม่อยากให้การเชื่อมอำนาจถูกนำมาพิจารณาก่อนความรู้สึก ยังหวังลึกๆ ว่านางจะได้เลือกคนที่นางชอบจากใจจริง มิใช่ถูกจำกัดว่าบุรุษใดเหมาะสมไม่เหมาะสม”

เขาตบไหล่อีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบ จากนั้นก็ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ ต่อมาเขามีโอกาสได้นั่งสนทนากับท่านลุงของตน จุดประสงค์ของฮองเฮานั้นชัดเจนจริงๆ ดูเหมือนการแต่งงานเชื่อมไมตรีระหว่างจวนกั๋วกงและจวนแม่ทัพ เร็วๆ นี้คงเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแล้ว

ระหว่างฝึกการต่อสู้ไม่มีแยกผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใต้บังคับบัญชา นี่เป็นการฝึกที่ทำให้เขาใกล้ชิดกับคนของตนมากขึ้น ดังนั้นป้ายประจำตัว อาวุธ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าก็จะเหมือนกัน สวี่เซียวชมชอบการเอาชนะ ไม่ว่าจะเหนื่อยเพียงใดขอเพียงมีสหายขอประลอง เขาจะกระโดดลงไปยังสนามประลองก่อนเป็นคนแรก

หลินกวานอีชมชอบความกล้าหาญของอีกฝ่าย ในใจประเมินว่าอีกไม่นานสหายผู้นี้คงได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเทียบเคียงเขาแน่นอน

เหงื่อเปียกชุ่ม ใบหน้ามอมแมมหลังฝึก เขาเดินออกมาเพราะอยากล้างเนื้อล้างตัว ตอนนั้นเองที่มีองครักษ์เฝ้าประตูเข้ามารายงาน น้องสาวของสวี่เซียวมาหาผู้เป็นพี่ชาย เขาเดินออกไปดูเพราะสวี่เซียวยังประลองโดยไม่สนใจสิ่งใด

เพิ่งเดินออกไปก็ถูกเรียก “พี่ชายองครักษ์ท่านนี้...รบกวนเวลาสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ”

พี่ชายองครักษ์?? เขาก้มลงมองสภาพของตัวเองแล้วนึกขัน สภาพของเขาตอนนี้คงดูไม่เหมือนหัวหน้าองครักษ์จริงๆ “มีเรื่องอะไรหรือ”

“ข้าต้องรีบไป รอพี่ชายที่เป็นองครักษ์นานไม่ได้ เขายังไม่ออกมาเลย ข้าแอบหลบท่านแม่ออกมาเพราะอยากจะฝาก...” นางเลิกคิ้วมองมือของเขาที่มีแผล “ท่านบาดเจ็บหรือเจ้าคะ เป็นองครักษ์อันตรายมากเลยหรือ ทั้งท่านและพี่ใหญ่ของข้าล้วนมีแผลที่ฝ่ามือทั้งสิ้น”

ใบหน้าและดวงตาไร้เดียงสาเอ่ยถาม เขายิ้ม “ไม่เป็นไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel