บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: ความตายที่หนาวเหน็บและการตื่นรู้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำลืมเลือน

ลมเหมันต์พัดกรรโชกแรงผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักของเรือนซอมซ่อท้ายจวน เสียงหวีดหวิวของลมฟังดูราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณอาฆาต ในยุคที่ราชวงศ์ชิงกำลังจะล่มสลาย แผ่นดินต้าชิงที่เคยยิ่งใหญ่กำลังสั่นคลอนและเต็มไปด้วยความโกลาหล ทว่าความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอก กลับไม่ลึกซึ้งเท่าความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปในกระดูกของสตรีวัยห้าสิบปีที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระดานเย็นเฉียบ

เฟยเหนียงหอบหายใจรวยริน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างกายที่บอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี นิ้วมือที่เคยสวมแหวนหยกบัดนี้หักงอผิดรูป บาดแผลฉกรรจ์จากการถูกทุบตีและทรมานทำให้โลหิตสีแดงฉานย้อมอาภรณ์สีซีดจนกลายเป็นสีคล้ำ นางพยายามเบิกตาที่บวมปูดขึ้นมองลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้ ภาพความทรงจำอันแสนโหดร้ายยังคงฉายชัดอยู่ในห้วงคำนึงราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่น

‘นังแก่โง่เง่า เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้ารักและเทิดทูนเจ้า’ น้ำเสียงเย้ยหยันของเผยฮั่วหลาน แม่ทัพใหญ่แห่งต้าชิง ผู้เป็นสามีที่นางร่วมทุกข์ร่วมสุขมาค่อนชีวิตยังคงดังก้องในโสตประสาท ชายผู้ที่นางเคยมองด้วยความรักและเทิดทูน ชายที่นางเคยยืนเคียงข้างในวันที่เขารับราชโองการเลื่อนขั้น บัดนี้กลับกลายเป็นปีศาจร้ายที่ลงมือกระชากวิญญาณของนางด้วยมือของเขาเอง

ข้างกายของเขาคือสตรีที่นางไม่เคยรู้เลยว่ามีตัวตน ภรรยาอีกคนที่เขาซุกซ่อนและเลี้ยงดูมาเนิ่นนานนอกตำหนัก สตรีผู้นั้นยืนฉีกยิ้มหยัน มองเฟยเหนียงที่ถูกเหยียบย่ำจมดิน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเฟยเหนียงแหลกสลายจนแทบกระอักเลือด ไม่ใช่การทรยศของสามี แต่เป็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังสตรีผู้นั้น

เผยฮั่วหลาน บุตรชายที่นางรักดั่งแก้วตาดวงใจ บุตรชายที่นางทุ่มเทสั่งสอน ประเคนทุกสิ่งทุกอย่างให้ ไม่เว้นแม้แต่การเอาใจหลานชายคนแรกที่เกิดจากเขาและบุตรีเสนาบดี นางลำเอียงรักพวกเขาจนหน้ามืดตามัว

‘ท่านแม่ อ้อ ไม่สิ ฮูหยินใหญ่ ขอบคุณที่ช่วยเลี้ยงดูข้ามาอย่างดีตลอดหลายสิบปีนะขอรับ บัดนี้ถึงเวลาที่ข้าจะต้องตอบแทนท่านแล้ว ด้วยการรับเอาสินเดิมของท่านไปสร้างอนาคตใหม่ที่ฮ่องกงกับท่านพ่อและท่านแม่ที่แท้จริงของข้าเสียที’

คำพูดของบุตรชายที่นางฟูมฟักมาด้วยน้ำนมและเลือดเนื้อ เป็นดั่งคมดาบที่แทงทะลุหัวใจ เลือดนับร้อยนับพันหยดที่นางเสียไปเพื่อสร้างอนาคตให้เขา กลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันของพวกมัน พวกมันร่วมมือกันบีบบังคับ ทรมานนางสารพัดวิธีเพื่อให้คายที่ซ่อนกุญแจห้องหีบสมบัติและตั๋วเงินสินสมรสทั้งหมด เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ พวกมันก็ถีบหัวส่งนางมาทิ้งไว้ที่เรือนซอมซ่อท้ายจวนราวกับสุนัขจรจัด รอคอยความตายอย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่พวกมันหอบสมบัติของนางลงเรือสำเภาหนีไปเสวยสุขที่ฮ่องกง ทิ้งให้นางเผชิญกับไฟสงครามและการล่มสลายของราชวงศ์ชิงแต่เพียงผู้เดียว

“สวรรค์ ข้าเฟยเหนียงตาบอดเหลือเกิน” นางแค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตนเอง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินผสมกับหยาดเลือด

ในห้วงเวลาที่ลมหายใจรวยริน เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูไม้ที่ถูกพังเข้ามา

“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ”

ร่างของสตรีผู้หนึ่งถลันเข้ามาทรุดตัวลงข้างกายเฟยเหนียง สตรีผู้นั้นสวมอาภรณ์เรียบง่ายเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าที่เคยงดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา นางคือ หลี่ชิง บุตรสาวแท้ๆ เพียงคนเดียวที่เฟยเหนียงชิงชังและรังเกียจมาตลอด บุตรสาวที่นางพยายามบังคับให้แต่งงานกับผู้มีอำนาจเพื่อเสริมบารมีให้ตระกูล แต่นางกลับดื้อรั้นหนีตามฟงเยียน บัณฑิตยากจนไร้ตำแหน่งขุนนางไป

เฟยเหนียงเคยก่นด่าและตัดขาดจากบุตรสาวผู้นี้ ไม่เคยมองหน้าหลานสาวที่เกิดจากนางด้วยซ้ำ ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต คนที่ยอมฝ่าอันตรายจากไฟสงครามและการกวาดล้างของทหารกบฏมาช่วยเหลือนาง กลับมีเพียงบุตรสาวที่นางทอดทิ้งผู้นี้

“ชิง ชิงเอ๋อร์” เฟยเหนียงพยายามเปล่งเสียงที่แหบพร่า มือที่สั่นเทาและหักงอพยายามเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของบุตรสาว

“ท่านแม่ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยเจ้าค่ะ ข้าจะพาท่านไปหาหมอ ท่านต้องรอดนะเจ้าคะ” หลี่ชิงสะอื้นไห้ พยายามพยุงร่างกายที่บอบช้ำของมารดาขึ้นมา แม้ว่าในอดีตมารดาจะร้ายกาจต่อนางเพียงใด แต่สายใยความเป็นแม่ลูกก็ไม่อาจตัดขาด

เฟยเหนียงส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า นางรู้ตัวดีว่าไม่อาจทนอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว พิษบาดแผลและการตกเลือดทำให้นางมาถึงขีดจำกัด นางมองลึกลงไปในดวงตาของบุตรสาว ความรู้สึกผิดและสำนึกเสียใจถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

“แม่ ขอโทษ” เฟยเหนียงเค้นเสียงออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ “แม่ตาบอด หลงผิดไปยกย่องสายเลือดชั่วช้าของคนอื่น รังเกียจสายเลือดแท้ๆ ของตนเอง แม่มันโง่เขลา”

“ท่านแม่ ไม่เอาเจ้าค่ะ ไม่พูดแล้ว” หลี่ชิงร้องไห้โฮ สวมกอดร่างที่เย็นเฉียบของมารดาไว้แน่น

“ชิงเอ๋อร์ หากสวรรค์มีตา หากข้ามีโอกาสได้เริ่มใหม่อีกครั้ง ข้า... ข้าจะชดใช้ให้เจ้า ข้าจะสับพวกมันเป็นหมื่นๆ ชิ้น”

ดวงตาของเฟยเหนียงเบิกโพลง เปล่งประกายเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ก่อนที่แสงสว่างในดวงตาจะค่อยๆ ดับวูบลง พร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่หลุดลอยไปจากร่าง ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของหลี่ชิง และเสียงระฆังแห่งยุคสมัยที่ดังแว่วมาจากยอดหอคอยในเมืองหลวง เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงจุดจบของแผ่นดินต้าชิงอย่างเป็นทางการ

เนิ่นนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ เมื่อเฟยเหนียงรู้สึกตัวอีกครั้ง นางพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในเรือนซอมซ่ออันหนาวเหน็บอีกต่อไป รอบกายกลับเต็มไปด้วยสายหมอกสีหม่นที่ลอยอ้อยอิ่ง เบื้องล่างคือแผ่นดินสีดำสนิทที่รายล้อมไปด้วยดอกปี่อ้าน (ฮวาก่าน) สีแดงฉาดที่บานสะพรั่งราวกับพรมเลือด ทอดตัวยาวไปสู่แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกรากด้วยน้ำสีเหลืองขุ่นคลั่ก

“แม่น้ำลืมเลือน สะพานไน่เหอ” เฟยเหนียงพึมพำ นางตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้ตายไปแล้ว และบัดนี้วิญญาณได้เดินทางมาถึงปรโลก

นางก้าวเดินไปตามเส้นทางน้ำพุเหลืองอย่างเลื่อนลอย ความแค้นในอกยังคงสุมทุมราวกับกองเพลิงที่ไม่มีวันดับ แม้กลายเป็นผี นางก็ยังไม่อาจปล่อยวางความอาฆาตที่มีต่อเผยฮั่วหลานและครอบครัวจอมปลอมนั่นได้ จนกระทั่งนางเดินมาถึงตีนสะพานไน่เหอ ปรากฏร่างของหญิงชราผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังหม้อดินเผาใบใหญ่ที่กำลังเดือดปุดๆ กลิ่นหอมประหลาดลอยโชยมาเตะจมูก

หญิงชราผู้นั้นช้อนตามองเฟยเหนียงด้วยแววตาที่ผ่านโลกมานับพันปี นางคือ ยายเมิ่ง (เมิ่งผอ) ผู้คุมกฎแห่งแม่น้ำลืมเลือน

“วิญญาณดวงนี้ ช่างเต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่หนักอึ้งเสียจริง” ยายเมิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางใช้ทัพพีคนน้ำแกงในหม้อ “ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งถ้วยนี้เสียเถิด ลืมเลือนความแค้นและความเจ็บปวดในภพภูมิเดิม แล้วไปจุติใหม่ตามวิถีแห่งกรรม”

“ข้าไม่ดื่ม” เฟยเหนียงตะโกนสวนกลับไปทันที แววตาของนางแข็งกร้าว “ข้าไม่ต้องการลืม ข้าตายอย่างอยุติธรรม ถูกสามีทรยศ ถูกสลับเปลี่ยนลูกชายคนเล็กที่ตายตั้งแต่คลอดเพราะถูกเขาวางยาให้คลอดก่อนกำหนด ก่อนจะเอาลูกอนุมาสวมรอยแทนให้แย่งชิงสมบัติของนางในช่วงราชวงค์ชิงล้มสลาย ก่อนจะปล่อยให้ตายอย่างหมาข้างถนน ยุยงให้ข้าทอดทิ้งลูกสาวแท้ๆ ของตนเอง ข้าจะลืมเรื่องราวเหล่านี้แล้วไปเกิดใหม่ได้อย่างไร หากข้าต้องดื่มน้ำแกงนี้ ข้ายอมเป็นผีเร่ร่อนอยู่ในปรโลกขุมนี้ไปตลอดกาล”

ยายเมิ่งชะงักมือที่กำลังตักน้ำแกง นางถอนหายใจยาวเหยียด “น่าเวทนา ชะตาชีวิตของเจ้าช่างพลิกผันเพราะความลุ่มหลงและความเขลาโดยแท้ แต่สวรรค์เบื้องบนก็ใช่ว่าจะไร้ความเมตตาหรอกนะ”

หญิงชราล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อที่กว้างใหญ่ ก่อนจะหยิบกล่องไม้จันทน์เก่าๆ ใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ เมื่อเปิดออก ภายในมีเม็ดยาลูกกลอนสามเม็ดวางเรียงรายอยู่ แต่ละเม็ดทอแสงประหลาดที่แตกต่างกันออกไป

“ด้วยแรงอาฆาตและวาระกรรมที่ยังไม่สิ้นสุด สวรรค์จึงประทานโอกาสให้เจ้า” ยายเมิ่งชี้ไปที่เม็ดยาทั้งสาม “ยาวิเศษสามเม็ดนี้คือของประทานจากปรโลก เม็ดแรกคือ ‘ยาจำอดีต’ หากเจ้ากลืนมันลงไป เจ้าจะได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตของตนเองพร้อมกับความทรงจำทั้งหมดที่มีในชาตินี้ เม็ดที่สองคือ ‘ยาย้อนวัยสาว’ มันสามารถดึงช่วงเวลาแห่งความเยาว์วัยและพละกำลังของเจ้ากลับคืนมาได้หนึ่งครั้ง และเม็ดที่สามคือ ‘ยาชั่วชีวิต’ มันสามารถดึงวิญญาณของผู้ที่สิ้นลมหายใจไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้เพียงหนึ่งหนเท่านั้น”

เฟยเหนียงเบิกตากว้าง จ้องมองยาวิเศษทั้งสามเม็ดด้วยหัวใจที่เต้นระรัว โอกาส... โอกาสที่จะได้แก้ไขทุกสิ่ง โอกาสที่จะได้ล้างแค้นพวกเดรัจฉานเหล่านั้น และโอกาสที่จะได้ชดใช้ให้กับลูกสาวของนาง

“ข้าเลือกยาจำอดีต” เฟยเหนียงไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางหยิบยาเม็ดแรกที่ทอแสงสีทองหม่นขึ้นมา “ข้าจะกลับไป ข้าจะกลับไปทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของข้าคืนมา ข้าจะทำให้พวกมันต้องอ้อนวอนขอความตายจากข้า”

ยายเมิ่งพยักหน้าช้าๆ “จงจำไว้ การฝืนชะตากรรมย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย เส้นทางที่เจ้าเลือกเดินหลังจากนี้ จะไม่มีเทพเซียนองค์ใดปกป้องเจ้าได้อีก เจ้าต้องใช้สติปัญญาและความแค้นของเจ้าเป็นเครื่องนำทาง ดื่มยาเสีย แล้วจงเดินกลับไป”

เฟยเหนียงกลืนยาจำอดีตลงคอทันที ยาเม็ดนั้นละลายกลายเป็นกระแสความร้อนที่ไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียน พริบตาต่อมา รอบกายของนางก็บิดเบี้ยว แม่น้ำลืมเลือน ดอกปี่อ้าน และร่างของยายเมิ่งถูกดูดกลืนหายไปในวังวนแห่งแสงสว่างวาบ ร่างกายและวิญญาณของนางราวกับถูกฉีกกระชากและหลอมรวมใหม่ นางกรีดร้องสุดเสียงก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง

“ฮูหยิน ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ”

เสียงเรียกแผ่วเบาที่คุ้นหูดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ตามมาด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกมู่หลานที่หอมกรุ่น เฟยเหนียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสตามร่างกายที่เคยมีบัดนี้มลายหายไปสิ้น นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานฉลุลวดลายมงคลเข้ามาตกกระทบกับผ้าม่านไหมสีแดงเข้ม

นางผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปรอบห้อง นี่คือห้องนอนหลักในจวนแม่ทัพ ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากไม้หวงฮวาลี แจกันกระเบื้องเคลือบสมัยคังซี ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตั้งอยู่ที่เดิม หรูหราและสมบูรณ์แบบ ไม่ได้พังทลายเหมือนในความทรงจำสุดท้าย

“ฮูหยิน เป็นอะไรไปเจ้าคะ ฝันร้ายหรือเจ้าคะ” สาวใช้คนสนิทนามว่า ‘ซุ่ยเอ๋อร์’ รีบเข้ามารินน้ำชาอุ่นๆ ส่งให้ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เมื่อเห็นผู้เป็นนายมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผากและแววตาที่เบิกกว้าง

เฟยเหนียงไม่ตอบ นางรับจ้วยชามาถือไว้ มือของนาง นิ้วมือที่เคยหักงอ บัดนี้สวมแหวนหยกอย่างงดงาม ผิวพรรณแม้จะมีริ้วรอยตามวัยห้าสิบปี แต่มันก็ยังเต่งตึงและได้รับการดูแลอย่างดี ไม่มีบาดแผล ไม่มีรอยเลือด

“ซุ่ยเอ๋อร์ วันนี้ วันนี้คือวันอะไร ปีใด” เฟยเหนียงพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น

“วันนี้คือวันที่สิบห้า เดือนเก้า ปีเซวียนถ่งที่สามเจ้าค่ะ ฮูหยินลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้คุณชายใหญ่จะพาฮูหยินน้อยและหลานชายมาคารวะท่านนะเจ้าคะ” ซุ่ยเอ๋อร์ตอบด้วยรอยยิ้ม

ปีเซวียนถ่งที่สาม เดือนเก้า

เฟยเหนียงหลับตาลงนิ่งงัน หัวใจในอกเต้นกระหน่ำราวกับกลองรบ นางจำได้แม่นยำ ในอีกสามเดือนข้างหน้า ราชวงศ์ชิงจะถึงกาลอวสาน การปฏิวัติซินไฮ่จะลุกลามมาถึงเมืองหลวง และในวันนั้นคือวันที่พวกเดรัจฉานนั่นจะฮุบสมบัติของนางและหนีไปฮ่องกง

นางกลับมาแล้ว ยายเมิ่งไม่ได้โกหก นางย้อนเวลากลับมาก่อนที่นรกบนดินจะเปิดฉากขึ้นในอีกสามเดือน

“ซุ่ยเอ๋อร์” เฟยเหนียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง บัดนี้ความสับสนและหวาดกลัวในดวงตาได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ “ไปเตรียมน้ำล้างหน้าให้ข้า แต่งตัวให้ข้าอย่างประณีตที่สุด วันนี้ ข้าจะรอต้อนรับลูกชายผู้ประเสริฐของข้าอย่างดี”

มุมปากของหญิงวัยห้าสิบปีกระตุกยิ้มเยือกเย็น สวรรค์ประทานโอกาสให้ข้ากลับมาแล้ว เผยฮั่วหลาน ลูกเลี้ยงเนรคุณ และนังแพศยาที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน ชาติที่แล้วพวกเจ้าเหยียบย่ำข้าเพื่อเสวยสุข ชาตินี้ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสชาติของการตกนรกทั้งเป็น ข้าจะเอาสินเดิมของข้าคืนมาทุกอีแปะ และข้า จะหย่ากับเจ้าให้โลกต้องจารึก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel