บท
ตั้งค่า

บทที่ 6: เพลิงปรารถนาที่ไม่อาจดับ

บทที่ 6: เพลิงปรารถนาที่ไม่อาจดับ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องลับแห่งหอหมื่นบุปผา ประสานกับเสียงหอบหายใจและเสียงครางหวานหูที่ไม่อาจกลั้น จ้าวลี่อินเชิดหน้าขึ้นสูง ลำคอระหงแอ่นโค้งรับความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างบ้าคลั่ง นิ้วเรียวยาวของหยางเหวินหลงที่ตอกอัดเข้าออกในช่องทางอ่อนนุ่มนั้น รัวเร็วและหนักหน่วงจนร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทก

"อ๊า... ทะ... ท่านอ๋อง... หม่อมฉัน... ไม่ไหวแล้ว..." เถ้าแก่เนี้ยคนงามกรีดร้องเสียงหลง เมื่อจุดกระสันถูกปลายนิ้วสากบดขยี้อย่างแม่นยำ น้ำหวานสีใสไหลเยิ้มชโลมเรียวนิ้วของเขาจนเปียกชุ่ม ผนังเนื้อนุ่มตอดรัดนิ้วของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

"ปล่อยมันออกมา... ปลดปล่อยออกมาให้ข้าเห็น" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ก่อนที่เขาจะเร่งจังหวะข้อมือในเฮือกสุดท้าย!

ร่างระหงเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง จ้าวลี่อินหวีดร้องสุดเสียงเมื่อคลื่นความสุขสมทะลักทลายเข้าครอบงำ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ช่องทางรักตอดรัดนิ้วแกร่งของเขาตุบๆ ปลดปล่อยน้ำหวานแห่งความปรารถนาออกมารดรดฝ่ามือของชินอ๋องหนุ่มจนหยดติ๋งลงบนพื้นไม้

จ้าวลี่อินหอบหายใจฮัก ร่างกายอ่อนปวกเปียกทิ้งตัวพิงแผงอกกว้างอย่างหมดสภาพ ทว่าหยางเหวินหลงกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจนานนัก เขาถอนเรียวนิ้วที่ชุ่มฉ่ำออกมา ก่อนจะจับร่างของนางพลิกให้นอนหงายราบลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง กวาดข้าวของเครื่องใช้และจอกสุราทิ้งจนหล่นแตกกระจายเกลื่อนพื้น!

แคร้ง!

บุรุษร่างยักษ์ปลดเข็มขัดและอาภรณ์ท่อนล่างของตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็น ‘แก่นกายแกร่ง’ ขนาดมหึมาที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโปน มันแข็งขึงและร้อนระอุราวกับแท่งเหล็กที่ถูกเผาไฟ ความเป็นชายที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานบงบอกถึงความต้องการที่อัดอั้นมาเนิ่นนานจนแทบจะระเบิด

ดวงตากลมโตของจ้าวลี่อินเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่กำลังจะชำแรกเข้ามาในกายเธอ ความหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นมาแวบหนึ่ง ทว่าสัญชาตญาณความอยากเอาชนะกลับมีมากกว่า เธอจิกเล็บลงบนขอบโต๊ะ เชิดหน้าท้าทายสายตาดุดันของมัจจุราชหนุ่ม

"ท่านอ๋องคิดจะ... รังแกสตรีไร้ทางสู้หรือเพคะ?" เธอแสร้งดัดเสียงสั่น ยั่วยวนด้วยมารยา

"สตรีเช่นเจ้า ร่านสวาทถึงเพียงนี้... จะเรียกว่าไร้ทางสู้ได้อย่างไร" หยางเหวินหลงตวาดเสียงพร่า เขาจับเรียวขาคู่สวยที่สั่นระริกอ้าออกกว้าง พาดมันขึ้นบนบ่าแกร่งของตนเอง เผยให้เห็นดอกกุหลาบงามที่ยังคงขมิบตอดรับอากาศและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน "เจ้าทรมานข้ามาทั้งคืน... ถึงเวลาที่เจ้าต้องชดใช้ด้วยร่างกายของเจ้า!"

ไม่รอให้นางได้เอ่ยปากประท้วง ชินอ๋องหนุ่มจับท่อนเนื้อที่แข็งขึงจ่อเข้าที่ปากทางที่เปียกชุ่ม แล้วตอกอัดสะโพกสอบดันพรวดเดียวเข้าไปจนสุดความยาว!

"กรี๊ดดด! อ๊า!"

จ้าวลี่อินหวีดร้องลั่นเมื่อความใหญ่โตถูกยัดเยียดเข้ามาจนคับแน่นไปทุกสัดส่วน ความรู้สึกจุกเสียดและฉีกขาดแล่นปราดเข้าสู่สมอง มันใหญ่เกินไป! แม้ร่างกายนี้จะเคยผ่านการฝึกฝนและทนต่อความเจ็บปวด แต่การถูกรุกล้ำด้วยความดุดันระดับนี้ทำเอาน้ำตาของนางร้ายร่วงเผาะ

"อึก... แน่น... แน่นเหลือเกิน..." หยางเหวินหลงขบกรามกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความนุ่มหยุ่นและตอดรัดที่รุนแรงราวกับจะสูบกลืนวิญญาณของเขา ทำให้เขาแทบจะคลั่งตาย เขาก้มลงมองสตรีใต้ร่างที่น้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากที่เผยออ้าหอบหายใจนั้นช่างยั่วเย้าสัญชาตญาณดิบของเขาเหลือเกิน

"เจ็บ... ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเจ็บ..." จ้าวลี่อินครางเสียงเครือ เล็บแหลมคมจิกข่วนลงบนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนเลือดซิบ

"เดี๋ยวก็ชิน... ผ่อนคลายซะ!"

เขาไม่ยอมถอยออก แต่กลับเริ่มขยับสะโพกสอบ ดึงแก่นกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างหนักหน่วงและดุดัน!

ปึก! ปึก! ปึก!

เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนความป่าเถื่อน จังหวะรักที่หยางเหวินหลงมอบให้นั้นไม่มีความอ่อนโยนใดๆ มีเพียงความหิวกระหายและความต้องการที่จะครอบครอง ทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามา จ้าวลี่อินรู้สึกเหมือนร่างจะแหลกสลาย แต่ในขณะเดียวกัน ความเสียวซ่านที่รุนแรงดั่งกระแสไฟฟ้าก็แล่นปลาบไปทั่วทุกอณูเนื้อ

"อ๊า! ทะ... ท่านอ๋อง... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว... อ๊ะ! อ๊า!"

"เรียกชื่อข้า! เรียกชื่อข้าสตรีร่านสวาท!" เขาคำรามเสียงแหบพร่า โน้มตัวลงไปดูดเม้มยอดอกสีระเรื่ออย่างหิวกระหาย สลับกับขบกัดจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วเนินอกขาวผ่อง มือหนาอีกข้างบีบเคล้นสะโพกกลมกลึง กะซวกแก่นกายเข้าหาจุดกระสันของนางอย่างบ้าคลั่ง

"เหวินหลง... อ๊ะ! เหวินหลง..." จ้าวลี่อินครางชื่อเขาอย่างลืมตัว สติสัมปชัญญะถูกหลอมละลายด้วยไฟราคะที่แผดเผา เธอตวัดเรียวขาเกี่ยวรัดเอวสอบของเขาไว้แน่น เด้งสะโพกสวนรับจังหวะการกระแทกกระทั้นอย่างร่านร้อนไม่แพ้กัน

หยางเหวินหลงครางฮึมฮำในลำคอด้วยความพอใจสุดขีด สตรีผู้นี้ช่างร้อนแรงและตอบสนองเขาได้ถึงใจกว่าสตรีใดที่เคยพบพาน ความลุ่มหลงมัวเมาทำให้เขาเอื้อมมือไปหมายจะกระชากผ้าคลุมหน้าสีแดงนั้นออก เพื่อดูให้เห็นชัดๆ ว่าใบหน้าที่กำลังครวญครางอยู่ใต้ร่างเขานั้นงดงามเพียงใด

ทว่าจ้าวลี่อินตาไว เธอยกมือขึ้นจับข้อมือหนาของเขาไว้แน่น แม้จะหอบเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ดวงตากลับทอประกายเย้ายวน

"ความลับ... อ๊ะ... ทำให้เรื่องบนเตียงตื่นเต้นไม่ใช่หรือเพคะ... ท่านอ๋อง?" เธอเชิดหน้าขึ้น จงใจขมิบช่องทางรักตอดรัดแก่นกายของเขาอย่างแรง!

"ซี๊ดดด! เจ้า!" หยางเหวินหลงสูดปากคราง ลืมเรื่องผ้าคลุมหน้าไปสนิท เมื่อความเสียวซ่านจู่โจมจนสติแทบหลุด เขาเร่งจังหวะสะโพกถี่ยิบ รัวกระแทกใส่ร่างบางดั่งพายุบุหงาที่บ้าคลั่ง โต๊ะไม้เนื้อแข็งสั่นคลอนและส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงอารมณ์

"ข้า... จะไม่ไหวแล้ว... อ๊า!" จ้าวลี่อินกรีดร้องเมื่อช่องท้องหดเกร็งอย่างรุนแรงอีกครั้ง คลื่นความสุขระลอกใหญ่ซัดสาดเข้าใส่จนร่างระหงกระตุกเกร็ง

"พร้อมกัน... รัดข้าแน่นๆ!" หยางเหวินหลงคำรามก้อง กระแทกแก่นกายฝังลึกเข้าสู่จุดลึกสุดของช่องทางรักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยสายธารน้ำกามอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าไปในกายของสตรีชุดแดงจนล้นทะลัก ร่างกายกำยำกระตุกเกร็งแนบชิดไปกับร่างบาง หอบหายใจรดต้นคอของนางอย่างหนักหน่วง

บรรยากาศในห้องเงียบสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่

หยางเหวินหลงทิ้งน้ำหนักตัวลงซบกับลาดไหล่เนียน สติของเขายังคงล่องลอยอยู่ในห้วงความสุขสม ทว่าในจังหวะนั้นเอง จ้าวลี่อินที่รวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด ลอบดึงเข็มเงินอาบยาชาสกัดจุดที่ซ่อนไว้ในสร้อยข้อมือออกมา ก่อนจะแทงสวนเข้าที่จุดชีพจรหลังต้นคอของชินอ๋องหนุ่มอย่างรวดเร็ว!

ฉึก!

"อึก... เจ้า!" หยางเหวินหลงเบิกตากว้าง ร่างกายกำยำแข็งทื่อไปในทันที กล้ามเนื้อทุกส่วนชาหนึบจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว เขาทำได้เพียงจ้องมองสตรีใต้ร่างด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ

จ้าวลี่อินผลักร่างที่ขยับไม่ได้ของเขาออกอย่างทุลักทุเล เธอหยิบเสื้อคลุมตัวยาวขึ้นมาสวมทับเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยรักสีแดงเถือก สภาพของเธอตอนนี้ดูยับเยินแต่กลับงดงามอย่างประหลาด

อดีตนางร้ายเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะที่ชินอ๋องหนุ่มนอนเป็นอัมพาตชั่วคราว เธอโน้มใบหน้าลงไปใกล้ ริมฝีปากที่บวมช้ำเหยียดยิ้มร้ายกาจและมีเสน่ห์

"รสชาติของสตรีที่ร่านสวาท... หอมหวานถูกใจท่านอ๋องหรือไม่เพคะ?" เธอใช้ปลายนิ้วกรีดกรายลงบนแผงอกแกร่งเบาๆ "คืนนี้หม่อมฉันสนุกมาก... หวังว่าเราจะได้ 'สนุก' กันอีกนะเพคะ ชินอ๋องผู้สูงส่ง"

สิ้นคำพูด จ้าวลี่อินก็หมุนตัวเดินหายเข้าไปในกลไกห้องลับ ทิ้งให้หยางเหวินหลงนอนเปลือยเปล่าอยู่บนโต๊ะพร้อมกับคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อน ความโกรธแค้นและความลุ่มหลงแผดเผาอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ!

สตรีแพศยา... หากข้าหลุดไปได้ ข้าจะล่าเจ้ามาล่ามโซ่ไว้บนเตียง ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel