บทที่ 2 ตามล่าหาตัว (1)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนทำให้นีรดาไม่ต้องไปทำงานเปลืองตัวแบบนั้นอีกนาน ซึ่งเธอรู้สึกดีที่ไม่ต้องไปหลอกลวงใคร แต่เมื่อใดที่คิดถึงวันนั้นรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแปลกๆ ทุกที เพราะสัมผัสวาบหวามที่ชายแปลกหน้าคนนั้นมอบให้ มันเป็นสัมผัสที่เธอไม่เคยเจอ
“นี่ยัยน้ำหวาน...”
“คะพี่รสา” นีรดาหันมองพี่สาวต่างสายเลือดที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เธอด้วยใบหน้าหงุดหงิด จนนีรดารู้แล้วว่าวันนี้เธออาจจะต้องโดนด่าว่าเหมือนเช่นทุกวัน
“พ่อตามตัวน่ะ”
“ค่ะ” นีรดาเดินตามรสาเพื่อไปหาพ่อที่เธอรักราวกับพ่อแท้ๆ แต่ท่านไม่เคยห่วงใยเธอนอกจากเงินที่เธอหามาให้เลย
“มาแล้วเหรอนังน้ำหวาน” เสียงแหบของ ‘นายพลศักดิ์ ฐิติศาสตรา’ พ่อบุญธรรมที่มีพระคุณต่อเธอ
“ค่ะพ่อ” ไม่เคยมีครั้งไหนที่นีรดาจะก้าวร้าวใส่นายพลศักดิ์เพราะเธอรำลึกอยู่เสมอว่าท่านเป็นคนให้ชีวิตใหม่กันเธอ แม้จะเป็นชีวิตที่ไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยเธอก็โตเพราะการดูแลของท่าน
“วันนี้แกไปล่อลูกค้าให้ฉันสักคน เงินที่แกให้ฉันมามันหมดแล้ว” เนื่องจากนายพลศักดิ์ถือเป็นผีพนันที่ได้เงินเท่าไหร่ก็หมดลงไปกับบ่อนและวงเหล้า จนนีรดาอยากจะเตือนท่านแต่พอพูดทีไรเธอก็มักจะโดนทุบตีเสมอ
“แต่พ่อคะ...น้ำหวานไม่อยากทำแล้วค่ะ ให้น้ำหวานทำงานอื่นนะคะ น้ำหวานสัญญาว่าถ้าน้ำหวานได้เงินมาน้ำหวานจะเอาเงินมาให้พ่อทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ”
“อย่ามาตอแหลอีน้ำหวาน มึงคิดว่าเศษเงินนั่นจะพอยาไส้กูอย่างนั้นเหรอ ดีเท่าไหร่แล้วที่กูไม่เอามึงไปขายซ่อง ช่วยจำใส่กะโหลกเอาไว้ด้วยว่ากูคือคนที่มีบุญคุณของมึง!!!” คำพูดหยาบคายของนายพลศักดิ์ทำเอานีรดาถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ
“แต่พ่อคะ”
นิ้วหนาจิ้มที่หน้าผากขาวของนีรดาแรงๆ จนร่างบางหงายลงไปกองกับพื้นพรม เธอไม่คิดจะต่อกรกับท่านเพราะเชื่อและเห็นแก่บุญคุณที่มี
“แต่หนูไม่อยากทำงานนี้แล้วนะคะ ขอร้องเถอะค่ะ” หญิงสาวพยายามร้องอ้อนวอนแต่เหมือนว่านายพลศักดิ์ไม่พอใจถึงขนาดทุบตีสาวร่างเล็กด้วยความหงุดหงิด
ตุ้บ!
“ฮือๆ พ่อจ๋า”
รสาที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์รู้สึกทนไม่ได้ แม้เธอกับนีรดาจะไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่อย่างน้อยก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเธอก็ไม่อยากให้นีรดาต้องถูกทำร้ายแบบนี้
“พะ...พ่อๆ อย่าทำน้ำหวานมัน พอแล้ว” เสียงแหลมของรสาทำให้นายพลศักดิ์สงบลง ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินกระทืบเท้าออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิด ทำให้ตอนนี้ภายในห้องเหลือเพียงนีรดาและรสาสองคน
“ฮือๆ พี่รสา...น้ำหวานไม่อยากทำ ขอร้อง...”
เสียงสะอื้นของนีรดาทำเอารสาสงสารจับใจ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีครั้งไหนที่รสารู้สึกหดหู่ใจและสงสารนีรดาเท่านี้มาก่อน เธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบสั่งและชอบแกล้งนีรดา แต่ทุกวันที่เธอเห็นความดีของน้องสาวต่างสายเลือดคนนี้เธอก็อดสงสารไม่ได้
“ไม่ร้องนะน้ำหวาน หยุดได้แล้ว” รสาพูดปลอบใจพร้อมเอามือเรียวของตัวเองลูบผมของน้องสาวเอาไว้
“ฮึก ฮือๆ”
ดวงตากลมโตแดงก่ำเพราะร้องไห้มาอย่างหนักจนรสาอดสงสารและเวทนาไม่ได้ ถ้าเป็นเธอที่โดนแบบนี้เธอก็จะไม่ทนให้ใครมาทำร้ายเหมือนกัน พ่อแท้ๆ ก็ไม่ใช่แต่นีรดากลับรักและเทิดทูนยิ่งกว่าใคร
“หยุดอ่อนแอสักทีน้ำหวาน เธอโตแล้วนะ เธออยู่ในสังคมแบบนี้ต้องเข้มแข็ง ทำตัวอ่อนแอใครๆ เขาก็จ้องแต่รังแก”
“แต่...”
“เธอไปทำงานครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วหนีไปซะ...ถ้าเธออยากมีชีวิตอิสระ ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อฉันฉันดูแลเอง” เพราะสงสารในชะตาชีวิตของนีรดาทำให้รสาคิดหาหนทางให้น้องสาวคนนี้หลุดพ้น
“แต่...”
“ถ้าเธอไม่หนีไป เธอก็ต้องทำงานแบบนี้อยู่เรื่อยไป เธอเลือกเอานะ ฉันหาหนทางให้แล้ว”
“ค่ะ...”
“เช็ดน้ำตาแล้วไปทำงานได้แล้ว”
เมื่อร่างเล็กของนีรดาเดินออกไป รสาก็ได้แต่ภาวนาให้คนดีๆ อย่างน้องสาวคนนี้เจอแต่เรื่องดีๆ อย่าถูกใครรังแกอีก
“พี่หวังว่าแกจะพบเจอแต่คนดีๆ นะ”
วันนี้นีรดาได้กลับมาเหยียบย่างผับหรูนี่อีกครั้งและนี่คงเป็นงานครั้งสุดท้ายที่เธอจะทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของพ่อที่ไม่เคยรักเธอเลย โดยนีรดาไม่มีทางรับรู้เลยว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความทรมานที่เธอจะเจอต่อจากนี้ไป
หลังจากที่โดนสาวสวยวางยานอนหลับแล้วขโมยเงินไป เอนิวาลฟ์ถึงกับร้อนใจจนคนรอบข้างต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ร้ายๆ ของเจ้านายหลายต่อหลายครั้ง
“เจ้านายอยากรับอะไรเพิ่มไหมครับ” เมื่อเห็นว่าเอนิวาลฟ์กระดกน้ำสีอำพันในมือไม่ยั้งจนหมดขวด ทุกคนต่างรู้ดีว่าตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาเอนิวาลฟ์ให้คนตามหาผู้หญิงปริศนาคนนั้นแทบพลิกแผ่นดิน และดูเหมือนแค้นฝังหุ่นผู้หญิงคนนั้นมาก
“แน่ใจนะว่าวันนี้เธอมาที่นี่” เสียงเข้มถามขณะที่สายตาสอดส่องมองทั่วผับ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของยัยตัวแสบ
“ครับ...คนของผมรายงานว่าเธอมาที่นี่แล้ว”
“ดี...ฉันจะได้จัดการแม่นั่นสักที” ดวงตาคมที่ตอนนี้วาวโรจน์ไปด้วยความแค้น ยัยผู้หญิงสิบแปดมงกุฎนั่นไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ และไฟอย่างเขาจะหลอมละลายเธอให้เป็นจุณ
นีรดาเดินเข้ามาในผับหรูแห่งนี้ด้วยอาการใจสั่น เพราะเธอยังจำเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนได้ จนตนเองเกือบพลาดท่าเสียทีหนุ่มลูกครึ่ง
“เอาน่ะน้ำหวาน คราวที่แล้วแกยังผ่านมาได้เลย”
ร่างบอบบางที่เดินไปมาเป็นที่จับตามองของผู้ชายมากมาย และหนึ่งในนั้นคือเอนิวาลฟ์ ในที่สุดวันนี้ที่เขารอคอยก็มาถึง วันที่จะได้ชำระแค้นเสียที
นีรดาเดินไปเข้าห้องน้ำเพราะอาการประหม่าที่เกิดขึ้น วันนี้ไม่รู้เธอเป็นอะไรจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เหมือนกับว่าเป็นลางบอกบางอย่าง
ยังไม่ทันที่นีรดาจะเดินเข้าห้องน้ำผู้หญิงก็มีมือหนาของใครบางคนกระชากแขนเรียวอย่างแรง ส่งผลให้ร่างบอบบางเซถลาเข้าหาร่างสูงอย่างแรง
“โอ๊ย!”
นีรดาเงยหน้าขึ้นมามองชายร่างสูงใหญ่ด้วยความแปลกใจก่อนที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวจะเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะคนตรงหน้าของเธอคือเอนิวาลฟ์ ผู้ชายที่เธอไปหลอกลวงเขาเมื่อเดือนก่อน
“ว่าไงยัยตัวแสบ” เสียงทุ้มพูดพร้อมมองใบหน้าหวานที่เขาจำได้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ทำอะไรกับเขาไว้บ้าง และเขาจะแก้แค้นให้สาสมกับความร้ายกาจของเธอ
“คุณ!”
นีรดาพยายามดึงข้อมือของตัวเองออกจากมือใหญ่ที่กุมมันเอาไว้อยู่ แต่ยิ่งขยับแรงบีบก็ยิ่งมากขึ้นจนใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บปวด
“เจ็บ...” เสียงหวานร้องออกมาเมื่อชายหนุ่มออกแรงมากขึ้นราวกับจะทำลายเธอให้แหลกเป็นจุณ
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ ฉันนึกว่าผู้หญิงอย่างเธอจะร้ายกาจจนไม่รู้จักเจ็บซะอีก” เสียงสบถของเอนิวาลฟ์ดังขึ้นจนร่างกายนีรดาสั่นเทาด้วยความกลัว
“น้ำหวานขอโทษ...เรื่องที่เกิดขึ้นน้ำหวานไม่ได้ตั้งใจ” นีรดาพูดทั้งน้ำตาแต่นั่นไม่ทำให้มาเฟียหนุ่มเห็นใจเลยแม้แต่น้อยเพราะคิดว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังใช้มารยาอ่อนหัดอยู่
“หึหึ...ตกลงชื่อน้ำหวานไม่ใช่สิตาสินะ เธอโกหกอะไรฉันอีกแม่นักต้มตุ๋น” มือใหญ่เชยคางเล็กขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ดวงตาของทั้งคู่มองกันอย่างช่วยไม่ได้
“ขอร้องล่ะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขโมยเงินคุณไปจริงๆ” คำพูดที่ออกมาจากปากของนีรดาไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่คำว่าสมเพชเต็มไปหมด เพราะในความคิดเขาผู้หญิงก็เหมือนกันทุกคน เห็นแก่ได้ เห็นแก่เงิน ใครที่สามารถทำให้ตัวเองสบายได้ก็ปรี่เข้าหา ผู้หญิงทุกคนเหมือนเศษขยะที่เขาพร้อมจะขยี้แล้วขย้ำทิ้งได้อย่างง่ายดาย
“เหรอ จะโกหกอะไรอีก โกหกซะให้พอ เพราะต่อไปเธอจะไม่ได้โกหกอีก” คำพูดสุดแสนจะน่ากลัวทำให้นีรดาได้แต่มองด้วยสายตาสั่นระริก
“คุณจะฆ่าฉันเหรอ...” นีรดาถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะไม่คิดว่าตัวเองได้เข้าไปยุ่งกับผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขา
“ไม่ฆ่าหรอกคนสวย ฆ่าแล้วเสียดายของแย่” สายตาคมจ้องมองร่างกายสาวอย่างจาบจ้วง เขาจดจำรายละเอียดร่างกายของสาวร่างบางได้ดีว่ามันอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือแค่ไหน และเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปอย่างแน่นอน
ดวงตาคมเข้มไม่ละสายตาออกจากร่างเย้ายวนจนเกิดปฏิกิริยากับร่างกายทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนี้ยังไม่ทันได้ทำอะไรนอกจากยืนตัวสั่น
เมื่อเห็นว่าร่างบอบบางยังดิ้นไม่หยุดลำแขนใหญ่จึงทำการตวัดนีรดาเข้าหาตัวก่อนจะโอบเอวเธอทำไว้ ทำให้ร่างของคู่อยู่ใกล้กันจนรับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจ
“คุณจะทำอะไรฉัน...” แววตาหวาดกลัวของสาวในอ้อมกอดทำให้เอนิวาลฟ์รู้สึกสนุกที่ได้แกล้ง และอยากรู้นักเธอยังจะทำตัวเป็นสาวอินโนเซ้นต์ไปอีกนานแค่ไหน
“มานี่”
มาเฟียหนุ่มไม่พูดอะไรได้แต่ฉุดกระชากลากถูร่างบอบบางให้เดินตามเขาออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความสงสัย บางคนคิดว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยาแล้วมีเรื่องเข้าใจผิด ขณะที่บางคนรู้สึกเสียดายที่ตัวเองไม่ได้เป็นนีรดา เพราะอยากจะครอบครองหนุ่มหน้าหล่ออย่างเอนิวาลฟ์
“ปล่อยฉันนะ...” แม้จะตัวเล็กแต่นีรดาก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอเหมือนกัน
“ดื้อนักนะ” ว่าจบมาเฟียหนุ่มทำการอุ้มร่างเล็กทำให้มือบางต้องรั้งต้นคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตกลงพื้น
“อย่าทำน้ำหวาน ปล่อยน้ำหวานนะ!!!”
“หยุดดิ้น แล้วหุบปากสวยๆ ของเธอซะ! ถ้าตกลงไปฉันไม่รับรองความปลอดภัยของเธอด้วย” เอนิวาลฟ์ก้มมาตวาดร่างเล็กในอ้อมกอดด้วยความหงุดหงิด เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แสบใช้ได้จนเขาปวดหัว
นีรดาเอามือปิดปากของตัวเองด้วยความกลัว ได้แต่ปล่อยให้ชายร่างใหญ่อุ้มแล้วเดินตรงไปยังรถหรูที่ขับมาจอดเทียบแล้ว
“ขึ้นไป!” ร่างบอบบางถูกดันเข้ามาอยู่ในรถที่บ่งบอกให้รู้ว่าชายคนนี้รวยแค่ไหน และอาจจะไม่ได้รวยธรรมดาเสียด้วย
เมื่อขึ้นมาแล้วสาวร่างเล็กก็ขยับจนชิดประตูรถอีกฝั่งเพราะไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างเอนิวาลฟ์ เนื่องจากไม่ไว้ใจว่าเขาจะทำอะไรเธอหรือเปล่า
“ทำไมต้องนั่งชิดประตูขนาดนั้น กลัวฉันเหรอ...” นีรดาหันมาอีกทีก็พบกับชายร่างใหญ่ที่นั่งชิดเธอเป็นที่เรียบร้อย
“อุ้ย!!”
ใบหน้าหวานทำหน้าเหวอด้วยความตกใจเมื่อนีรดารับรู้ถึงลมหายใจของเอนิวาลฟ์ที่เป่ารดต้นคอของเธอ
“ปล่อยนะ...มาจับน้ำหวานทำไม” นีรดาพยายามขืนตัวให้ออกจากอ้อมกอดแขนแกร่ง
“หวงตัวเหลือเกินนะแม่คุณ ทำไมกลัวทองบนตัวหลุดหรือยังไง” ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาราวกับรังเกียจแบบนี้มาก่อน
“กะ...ก็น้ำหวานไม่ชอบ”
“หึหึ ทำมากกว่านี้ก็ยังเคยมาแล้ว แค่นี้ทำเป็นบอกไม่ชอบ คราวที่แล้วเธอก็ครางเอาครางเอาไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างเหยียดหยามจนทำให้นีรดาทนไม่ไหวเอามือบางของตัวเองฟาดไป ที่แก้มสากทันที จนทำให้ใบหน้าคมสันหันไปตามแรงกระแทก
เอนิวาลฟ์หันกลับมามองสาวหน้าหวานช้าๆ จนนีรดาเห็นแววตาของชายหนุ่มวาวโรจน์น่ากลัวจนเธออยากจะหายไปจากตรงนี้
“เอ่อ...” นีรดาลดมือน้อยๆ ของตัวเองลงก่อนจะเอาไปวางไว้บนตักด้วยความหวาดกลัว
“เธอรู้หรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป” ดวงตากลมโตเห็นว่าเอนิวาลฟ์กัดกรามของตัวเองแน่นจนเอพยายามกลั้นใจไม่ให้กลัวแต่มันก็อดห้ามใจตัวเองไม่ได้
“น้ำหวานขอโทษ...” นีรดาพูดออกมาอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นรอยแดงบนในหน้าคมคาย
“คิดว่าขอโทษแล้วมันจะหายอย่างนั้นเหรอ!!” ว่าจบมือใหญ่ก็ดึงร่างเล็กเข้าใกล้จนนีรดาหายใจไม่ออก
“ปล่อยนะ!!”
“เวท! ขับเร็วๆ สิวะ ขับช้าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง” เอนิวาลฟ์ตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด เขาอยากจะถึงที่พักแล้วเพราะจะกลับไปลงโทษยัยตัวแสบให้เธอได้สำนึก
“จะพาน้ำหวานไปไหน” นีรดามองชายตรงหน้าด้วยอาการตื่นตระหนก
“พาเธอไปจัดการยังไงล่ะ จัดการยังไงดีนะคนสวย” นิ้วใหญ่ลูบไปที่โครงหน้าหวานอย่างหยอกเย้า แต่นีรดารู้ดีว่าเขากำลังยั่วโมโหของเธออยู่
“คุณจะเอายังไงกันแน่คะ จะให้ฉันชดใช้ยังไงก็บอกมาเลยค่ะ ฉันเอาเงินคุณไปฉันสัญญาว่าจะหาเงินมาคืนให้”
“คิดว่าคนอย่างเธอจะหาเงินมาคืนฉันได้อย่างนั้นเหรอ เงินไม่ใช่น้อยๆ นะคนสวย อีกอย่าง...” ว่าจบสายตาคมก้มมองเรียวขาอวบอิ่มที่โผล่ออกมาจากชุดรัดรูปด้วยความหื่นกาม
“อีกอย่างอะไร...
“ไม่รู้ต้องขายตัวอีกกี่ครั้งถึงจะหาเงินมาคืนฉันจนครบ ถึงป่านนี้ข้างในเธอมันคงพรุนแล้ว”
มือใหญ่บีบลงไปที่ต้นแขนเล็กจนนีรดามีสีหน้าเจ็บปวดแต่เธอก็พยายามข่มมันเอาไว้ไม่แสดงความอ่อนแอให้ชายตรงหน้าเห็นเพราะรู้ดีว่าเขาคงสมเพชเธอและไม่เชื่อเธอใดๆ ทั้งสิ้น
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเปิดสงครามประสาทกันอยู่นั่นเสียงของลูกน้องหนุ่มนามว่าเวทก็พูดขัดจังหวะทั้งคู่ขึ้นมาทันที
“ถึงแล้วครับนาย...”
เอนิวาลฟ์ได้สติก่อนคนแรก เขาจึงทำการกระชากแขนเรียวของนีรดาเพื่อพาเธอออกจากรถหรูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉุดกระชากลากถูร่างบอบบางให้เดินตามเข้ามา แต่ด้วยความนีรดาขาสั้นกว่ามาก ทำให้หญิงสาวเดินตามชายหนุ่มไม่ทัน ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง ส่งผลให้เธอรู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม แต่คนที่กำลังหงุดหงิดหันมามองร่างบอบบางที่ลงไปกองกับพื้นด้วยความโมโห เนื่องจากคนที่ว่าคนอ่อนแอกว่ากำลังสำออยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
“ลงไปนั่งกับพื้นทำไมห๊ะ!” ชายหนุ่มร้องเอ็ดออกมาด้วยความไม่พอใจกับมารยาที่หญิงสาวสร้างขึ้น
“น้ำหวานเจ็บ” ดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตามองคนที่กำลังยืนอยู่ด้วยความอ้อนวอน เพราะเธอรู้สึกว่าข้อเท้าบางของตัวเองคงพลิก จะให้เดินต่อไปคงทำไม่ได้
“อย่ามามารยาน้ำหวาน...เธอกำลังทำให้ฉันโกรธรู้ตัวไหม!!!” มือหยาบพยายามดึงร่างเล็กขึ้นมา แต่เหมือนนีรดาจะไม่มีแรงทรงตัวจนเกือบลงไปกองกับพื้นอีกครั้งถ้าไม่ได้มือใหญ่โอบเอวเพื่อรั้งร่างกายของเธอไม่ให้ล้ม
“ว้าย!!”
