บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 โดนบังคับ อยู่ร่ำไป

'การุณภพ' เป็นเจ้าของไร่องุ่นใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ในช่วงอายุของชายหนุ่มวัยกลัดมันสามสิบห้าปีเศษ เขาทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงาน งาน และงาน จนไม่มีใครในเมืองเชียงใหม่ที่ไม่รู้จักพ่อเลี้ยงการุณภพ หรือพ่อเลี้ยงภพ

เขาทำตัวเหมือนถือศีลอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยควงผู้หญิงที่ไหนเข้าไร่แม้แต่คนเดียว ถึงขนาดหยอกล้อกันขำขันในหมู่คนรู้จัก ว่าแม้แต่ม้าตัวเมียก็คงไม่พ้นมีป้ายห้ามเข้าติดหราอยู่หน้าไร่

จะมีก็เพียงแต่คนเป็นแม่อย่างคุณนาย 'คำผกา' ที่คะยั้นคะยอให้ลูกชายลงหลักปักฐานอยู่ไม่เว้นวัน เที่ยวเฟ้นหาหญิงสาวหน้าตาสะสวย ฐานะเพียบพร้อมมาประเคนให้ลูกชายถึงไร่ แต่ก็ไม่พ้นโดนการุณภพไล่ตะเพิดไปคนละทิศละทาง จนหาทางออกจากไร่แทบไม่เจอ

"ไร่สวยนะภพ รู้แบบนี้คงจะหาเวลาว่างพาคุณชุมาเที่ยวตั้งนานแล้ว"

อัศนัยทอดสายตามองไร่ขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา เห็นว่าเป็นไร่องุ่น แต่แม้แต่ที่นั่งกันอยู่บนชั้นสองของบ้านไม้สวยนี้ เขาก็ยังไม่ยักจะเห็นแปลงองุ่นสักแปลง นั่นหมายความว่าไร่แห่งนี่คงกินพื้นที่ไปไกลสุดลูกหูลูกตา

"จริงๆ ผมพึ่งมารับช่วงต่อจากคุณพ่อไม่กี่ปีมานี้เองครับ ท่านเกษียณไปอยู่บ้านกับคุณแม่ ไร่ก็เลยต้องบูรณะใหม่หลายอย่าง แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ครับ"

อัศนัยและชุลีถึงกับหันมองหน้ากัน หลายปีที่ว่าแต่ยังไม่สมบูรณ์งั้นหรือ เท่าที่เห็นไร่นี้ก็ดูไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ทั่งยังโด่งดังอย่างกับอะไรดี ไม่รู้ว่ารุ่นน้องหนุ่มคนนี้จะบ้างานไปถึงไหน

"พักบ้างนะภพ เวลาส่วนตัวก็สำคัญ อีกหน่อยจะขึ้นคานไม่รู้ตัว"

ชุลีอดไม่ได้ที่จะปรามๆ รุ่นน้องหนุ่มเรื่องงานบ้าง ดูไปในหัวของชายหนุ่มคงมีเเต่เรื่องงาน ไม่เว้นเหลือไว้สำหรับพื้นที่ส่วนตัว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าจะขึ้นคานไปจนแก่แทน

"ดีสะอีกครับ เบื่อเรื่องผู้หญิงจะแย่แล้ว"

มือเล็กของพายหอมจิ้มสเต๊กเข้าปาก หูก็ฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่บนโต๊ะไปด้วย เธอลอบมองใบหน้าคมของอาหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเล็กน้อยอย่างนึกสนใจใคร่รู้

เขาเป็นชายวัยกลางคน ที่ดูดีอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นคนเป็นพ่อบอกว่าเขาเป็นลูกครึ่งไทย-ดัตช์ หน้าตาเลยดูหล่อคม ผิวคมเข้มสีน้ำตาลอ่อนจากการตากแดด และร่างกายที่สูงใหญ่กำยำเกินมาตรฐานชายไทยที่เธอเคยพบเห็น ทำเอาหญิงสาวละสายตาจากเขาไม่ได้

"พี่ว่าจะมารบกวนสักสองอาทิตย์ สะดวกไหม"

ใบหน้าคมพยักรับกับคำถามของอัศนัยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วที่ไร่การุณไม่มีแขกคนสนิทมาเยี่ยมเยือน ถือเป็นการดีที่จะได้รับฟีดแบคจากรุ่นพี่นักธุรกิจที่มีฝีมือ เผื่อว่าจะช่วยแนะนำอะไรเพิ่มเติมให้กับไร่ของเขาได้บ้าง

"ดีเลยครับ ผมจะได้มีนักบริหารระดับประเทศ ช่วยติชมไร่ ว่าต้องปรับแก้อะไรด้วย"

อัศนัยหัวเราะร่วน โบกมือไปมาเป็นเชิงไม่เห็นด้วยกับคำพูดรุ่นน้องหนุ่ม

"ตอนที่ไปลงหลักสูตรบริหารที่อเมริกาด้วยกัน มีแต่นายนั่นแหละที่ช่วยดึงพี่ขึ้น จะมาถ่อมตัวอะไรกันภพ"

ใบหน้าคมของพ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มขำ ตอบกลับเรียบๆ

"ถ้าไม่มีพี่นัยกับพี่ชุ ผมคงหงอยตายที่อเมริกาไปแล้วด้วยซ้ำครับ"

"ก็นายเอาพวกพี่เป็นไม้กันหมา กันสาวๆ ออกจากตัวไปหมดเลยนี่นา ฮ่าๆ"

เสียงหัวเราะเฮฮารำลึกความหลัง ทำเอาคนตัวเล็กอย่างพสิหา ต้องเคี้ยวเนื้อในปากเอื่อยๆ ด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนเธอจะขอตัวไปพักในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ปล่อยให้พ่อ แม่ และอาหนุ่มรำลึกความหลังกันตามประสา

แกร็ก!

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้อง นัยน์ตาคู่สวยก็ต้องเป็นประกาย เธอไม่คิดเลยว่าในไร่กันดานแบบนี้ การตกแต่งและจัดแจงห้องจะดูเรียบหรู น่ามองได้ขนาดนี้

ทั้งเตียงสีขาวสะอาดตา และโต๊ะไม้คู่กับเก้าอี้สีเดียวกัน โคมไฟเล็กๆ สีขาวบนหัวเตียงและยังมีกระถางต้นไม้เล็กๆ ตกแต่งอย่างน่ามองบนโต๊ะอีกด้วย

"น่ารักจัง"

หญิงสาวอมยิ้ม รีบปิดประตูลงและเดินเข้าไปในห้องอย่างตื่นเต้น เธอหยุดลงตรงหน้าต่างที่มีม่านสีขาวเล็กๆ ทอดมองวิวจากด้านล่างและไกลออกไปสุดสายตา มันทั้งดูร่มรื่น สบายตา และบรรยากาศก็บริสุทธิ์กว่าที่กรุงเทพเป็นไหนๆ

พสิกาสูดอากาศเข้าปอดพลางหลับตารับลมตรงหน้าต่างสักพัก ก่อนจะหันมาจัดการข้าวของในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่่างอารมณ์ดี

"อย่างน้อยสองอาทิตย์นี้ ฉันก็ยังมีห้องนอนที่พออยู่ได้ล่ะนะ"

ก๊อก!ๆ

"อือ....."

คนที่นอนหลับพริ้มสบายใจอยู่บนเตียงครางเสียงอื้ออึงอย่างไม่พอใจ เมื่อถูกรบกวนจากใครบางคนที่เคาะประตูหน้าห้องไม่หยุดหย่อน จนคิ้วสวยขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นปม

ก๊อก!ๆ

พรึ่บ!

ร่างเล็กของเด็กสาวดีดตัวขึ้นด้วยความหงุดหงิด เปลือกตาเล็กเปิดขึ้นงัวเงีย ตวัดสายตามองไปที่ประตูบานใหญ่อย่างขัดใจ แต่ก็ต้องลุกเดินจำใจไปเปิดประตู

และทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็พบกับร่างของอาหนุ่มในชุดเสื้อยืดสบายตา และกางเกงขายาวสีดำที่กำลังยืนมองเธอนิ่ง ใบหน้าคมของเขาไร้สีหน้าอารมณ์จนคิ้วสวยของหญิงสาวยิ่งขมวดเข้าหากันเป็นปม

"หลับหรอ"

การุณภพถามเสียงราบเรียบ ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆ พยายามปรับสีหน้าที่หงุดหงิดจากการถูกรบกวนจากการนอนที่สำคัญ ให้เป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆ แต่ก็เหมือนจะสายไปสักนิด เพราะนัยน์ตาคู่คมของอาหนุ่มได้มองมันเต็มสองตาไปแล้ว

"ค่ะ พายหลับ อามีอะไรรึเปล่าคะ"

เธอถามเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนสายตาจะมองผ่านลำตัวหนาไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง เธอน่าจะเผลอหลับไปช่วงบ่าย ยาวจนถึงค่ำ

"ลงมาคุยกันหน่อย อามีเรื่องจะคุยด้วย"

สรรพนามที่เขาแทนตัวเองด้วยคำว่าอา พร้อมกับเดินหันหลังนำออกไป ทำให้เธอเกิดความฉงนเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามเขาไปเงียบๆ ตาก็มองหาคนเป็นพ่อและแม่ไปตามทางตลอดเวลาที่เดินลงไปชั้นล่าง

แต่ไม่ว่าจะมองหายังไง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนเป็นพ่อและแม่อย่างอัศนัยและชุลี ราวกับในบ้านที่เริ่มเปิดไฟสว่างไสวนี้ในความมืดมิด มีเพียงเธอและอาหนุ่มสองคน

"คุณพ่อกับคุณแม่ไปไหนหรอคะ"

การุณภพไม่ได้ตอบคำถาม เขาหย่อนตัวลงนั่งบนโต๊ะอาหารที่มีอาหารกลิ่นหอมฉุยเตะจมูกจัดแจงเอาไว้ พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ สองจาน ทำให้เธอหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามตาม

"แล้วทำไมมีข้าวแค่สองจานคะ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้มากินมื้อค่ำด้วยกันหรอคะ"

พสิกาถามอาหนุ่มไป ตาก็สอดส่ายหาคนเป็นพ่อแม่ซ้ายทีขวาที จนอาหนุ่มพูดอธิบายสถานการณ์เสียงเรียบ

"พ่อกับแม่ของเธอติดธุระด่วนที่บริษัท ตอนนี้เลยต้องรีบกลับไปที่กรุงเทพ"

ทันทีที่เธอได้ยิน คิ้วของหญิงสาวก็ขมวดเป็นปมด้วยใบหน้าไม่สู้ดี หมายความว่ายังไงที่ว่าพ่อกับแม่ของเธอกลับกรุงเทพไปแล้ว ทั้งๆ ที่พึ่งมาได้ยังไม่ถึงครึ่งค่อนวันเสียด้วยซ้ำ

"นี่อาล้อพายเล่นใช่ไหมคะ ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ไม่บอกพาย หรือพาพายกลับไปด้วยล่ะคะ"

เธอถามเขาอย่างไม่เข้าใจ อย่างน้อยๆ ก็ควรมาบอก หรือไม่ก็พาเธอกลับกรุงเทพไปด้วยเสียเลย ไม่ใช่ปล่อยเธอไว้กับอาหนุ่มที่พึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกกันสองคนแบบนี้!

"ธุระมันด่วนมาก อีสองสามวันก็กลับมา ไม่อยากให้เธอไปๆ มาๆ เลยฝากไว้กับอาที่นี่ก่อน จัดการธุระเสร็จแล้วจะรีบกลับ"

ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น คำอธิบายของอาหนุ่มทำเอาเธอพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ถ้าเธอไม่ผลอยหลับแล้วอยู่กับพ่อแม่ตลอด ป่านนี้เครื่องก็คงแลนด์จนถึงคฤหาสน์สุทธาธิรักษ์แล้ว

ติ้ง!

เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู เรียกความสนใจของเธอให้หันไปเปิดมันขึ้นมากวาดสายตาอ่านสักพัก ก่อนจะนิ่งงันไปเล็กน้อย รู้สึกน้อยใจคนเป็นพ่อกับแม่ขึ้นมา

"พายลูก พ่อกับแม่ต้องรีบมาดูบริษัทด่วน ขอโทษที่ไม่ได้พาลูกกลับมาด้วยนะ เห็นลูกนอนสบายพ่อเลยไม่อยากกวน พ่อกับแม่จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ อีกสองสามวันจะรีบไปหานะลูก พ่อกับแม่รักลูกนะพาย"

มือเล็กวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าที่ดูอย่างไร การุณภพก็คงอนุมาณได้ว่าเธอแอบน้อยใจคนเป็นพ่อแม่อยู่หน่อยๆ ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ไม่ยากนัก

"อาสั่งให้คนทำอาหารรสอ่อน ไม่แน่ใจว่าเธอกินเผ็ดได้รึเปล่า"

หญิงสาวมองอาหารสี่อย่างที่กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก มิหนำซ้ำสีสันยังน่าทานราวกับอยู่ในภัทตราคารหรู ผัดผักห้าสหาย แกงเลียงกุ้งสด ไข่ต้มน้ำพริกผักสด และเนื้อย่างกลิ่นหอมวางคู่กับกับสลัดสีสดน่าทาน

เมื่อเห็นว่าอาหนุ่มเริ่มตักอาหารลงจาน และกินเงียบๆ เธอก็ไม่รอช้า เริ่มตักเนื้อย่าง และใช้ช้อนตักกุ้งสดลงบนจานพร้อมกับเริ่มกินไปในบรรยากาศเงียบๆเช่นกัน

การุณภพที่ลอบมองแม่หลานสาวกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับลืมเรื่องที่น้อยอกน้อยใจพ่อแม่ไปเมื่อครู่ไปสนิท ทำเอาริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเตะกับอาหารในจานของเธอ ที่มีแต่เนื้อ ไข่ และกุ้ง ไม่มีแม้แต่เศษผักอยู่ในจาน

"ไม่กินผักหรอ"

มือเล็กของเธอที่กำลังจะจิ้มกุ้งเข้าปากชะงักเล็กน้อย มองอาหนุ่มที่มองมาราวกับผู้ปกครองที่กำลังดุบุตรหลานที่ไม่ยอมกินผักที่มีประโยชน์

"ไม่กินค่ะ ไม่อร่อย"

แต่มีหรือคนหัวรั้นที่แม้จะอยู่กับพ่อแม่ยังเอาแต่ใจจะเกรงใจ หรือหวาดกลัวสายตาของอาหนุ่ม เธอกินต่ออย่างสบายใจ ไม่ได้สนใจการุณภพ ที่บัดนี้ใบหน้าคมเรียบนิ่งเสียยิ่งกว่าอะไร

"เอ๊ะ"

เสียงหวานร้องท้วง หยุดเคี้ยวอาหารเต็มแก้มทันควัน เมื่อมือหนาของอาหนุ่มพึ่งตักผัดผักลงในจานให้เธอช้อนโต

"กินผักด้วย"

เขาพูดเสียงเข้ม เหมือนกำลังดุที่เธอเลือกกิน ไม่กินให้ครบสารอาหารสำคัญ

"พายไม่ชอบค่ะ พายไม่กิน"

หญิงสาวว่าเสียงอู้อี้ ปากก็เคี้ยวไปพลางๆ แต่มือวางช้อนลงในจานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง วันนี้ทั้งวันเธอโดนบังคับจนจะบ้าอยู่แล้ว ทั้งโดนบังคับให้มาที่ไร่การุณภพของอาหนุ่ม ถูกมัดมือชกให้อยู่ที่นี่กับเขาลำพัง และเขายังจะมาบังคับให้เธอกินผักกลิ่นฉุนๆ พวกนี้อีก

"อย่าดื้อนะพสิกา"

น้ำเสียงของเขากดลงต่ำ พร้อมกับนัยน์ตาคู่คมที่วาววับขึ้นเล็กน้อยจนเธอชะงัก เผลอหลบสายตาคู่คมของเขาโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมคนที่ไม่เคยกลัวใครอย่างเธอ ถึงรู้สึกหวาดกลัวสายตาของเขาขึ้นมาดื้อๆ

"ของทุกอย่างเก็บมาจากไร่ สด สะอาด รสชาติดี อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ใช้แต่ของในไร่ เพราะฉะนั้นห้ามกินทิ้งกินขว้าง อาไม่ชอบ"

ริมฝีปากสวยของคนโดนดุเม้มเข้าหากันเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าส้อมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน สุดท้ายก็ต้องจำใจจิ้มผักเข้าปาก เคี้ยวเร็วๆ โดยที่ตาปิดลงแน่น

การุณภพมองภาพของหลานสาว ที่กำลังทำหน้าแหยๆ เหมือนผักสดพวกนั้นเป็นอาหารขยะ ก็ถอนหายใจยาวๆ

ดูเหมือนว่าตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ที่นี่ เขาต้องทำหน้าที่เป็นอาที่ดี คอยขัดเกลาเธอเสียหน่อย เพชรเม็ดงามตรงหน้า เมื่อออกสู่โลกภายนอก จะได้ทั้งงาม และเพรียบพร้อม ให้ไม่เสียชื่อพี่ชายและพี่สาวที่เขาเคารพอย่างอัศนัยและชุลี

และไม่เสียชื่อคุณหนูตระกูลสุทธาธิรักษ์ ที่เธอต้องสานต่อไปอีกนาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel