4 เกมยั่ว
หนึ่งปีต่อมา...ชายกระโปรงพลีทสั้นกุดรั้งขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวผ่องเมื่อเด็กสาวก้าวขึ้นนั่งบนเบาะหนังของรถยุโรปคันหรู ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานับตั้งแต่สูญเสียบิดา เอกดนัยทำหน้าที่ 'ผู้ปกครอง' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาดูแลเอาใจใส่นันท์นภัสประดุจไข่ในหิน
หลานสาวในวันวานเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง เรือนผมดำขลับรับกับใบหน้าสวยรูปไข่ ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น จมูกโด่งเชิดและริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อช่างน่ามองจนไม่อาจละสายตา แม้เนเน่จะมีความเอาแต่ใจอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเอกดนัยเลย เพราะความสดใสของเธอนั้นคือสิ่งที่ชุบชูใจเขาได้ดีที่สุด
แต่ปัญหาใหญ่ในตอนนี้... คือเสื้อนักศึกษาที่รัดติ้วจนเกินพิกัดต่างหาก
ชายหนุ่มแอบลอบมองเรียวขาสวยสล้างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ โดยไม่รู้เลยว่าฝ่ายหลานสาวแอบลอบยิ้มในใจ เธอจงใจอ่อยให้คุณอามาดเนี๊ยบตบะแตก เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าอาหนุ่มสุดฮอตที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นเกย์ จะนิ่งเฉยได้นานแค่ไหน
มือเรียวบางหยิบตุ๊กตาตัวน้อยมาวางปิดต้นขาตรงรอยผ่าของกระโปรงไว้อย่างมีจริต ทว่าสิ่งที่ไม่สามารถบดบังได้เลยคือทรวงอกอวบตึงที่เบียดดันจนกระดุมเสื้อนักศึกษาแทบปริหลุด เอกดนัยมองภาพนั้นแล้วต้องลอบกลืนน้ำลาย แผ่นอกกว้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว... เราไปช้อปปิ้งกันไหม” เอกดนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามควบคุมอาการ
“ช้อปเหรอคะ อาเอกอยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”
“อาตั้งใจจะพาเนเน่ไปซื้อชุดนักศึกษาใหม่น่ะ... อาว่าชุดที่ใส่หมู่นี้มัน... ดูล่อแหลมเกินไปหน่อย”
“อาเอก!” เด็กสาวแกล้งทำเสียงขุ่น
“เนเน่ว่าชุดนี้ก็ปกติดีนะคะ เพื่อนๆ เขาก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้น”
“อย่าดื้อสิเนเน่ ลองไปส่องกระจกดูสิ ว่ามันเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“แสดงว่า... อาเอกก็แอบมองเนเน่ด้วยเหมือนกันใช่ไหมคะ” เธอแสร้งเอียงคอถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นใบหน้าคมเข้มของคุณอาเริ่มเปลี่ยนสีเธอยิ่งได้ใจ
“อาเอกขยายความหน่อยสิคะ ที่ว่าเห็นไปถึงไหนต่อไหนเนี่ย... จริงๆ แล้วอาเอกเห็นอะไรกันแน่”
“เฮ้อ!... โอเค อายอมรับว่ามอง แต่ที่เตือนเพราะความเป็นห่วงจริงๆ”
“เนเน่จะยอมใส่ชุดเฉิ่มๆ ที่อาเอกซื้อให้ก็ได้ค่ะ... แต่มีข้อแม้ว่าอาเอกต้องยอมให้เนเน่ไปอยู่ที่คอนโดด้วย” เธอรีบยื่นคำขาด เรื่องนี้เธอขอมาหลายครั้งแต่คุณอาก็ใจแข็งประดุจหินผา
“ทำไมล่ะ อยู่บ้านไม่สบายตรงไหน”
“ก็เนเน่เบื่อนี่คะ อยู่บ้านมีแต่ป้าสายกับป้าสุข คุยกับคนแก่น่าเบื่อจะตายไป”
เอกดนัยนิ่งคิด ขืนปล่อยให้นงนุชบุกไปหาหลานสาวที่มหาวิทยาลัยบ่อยๆ แบบนี้ สักวันเนเน่อาจจะใจอ่อนยอมไปอยู่กับทางนั้นซึ่งอันตรายกว่ามาก
“ก็ได้... จันทร์ถึงพฤหัสอาอนุญาตให้ไปอยู่ที่คอนโดได้ แต่ศุกร์กับเสาร์ต้องกลับมานอนบ้านนะ”
“ทำไมต้องมีเงื่อนไขเยอะจังคะ”
“อาเป็นห่วงชื่อเสียงของเนเน่ ใครเห็นเข้าจะมองไม่ดี” เขากลัวคำครหา และกลัวใจตัวเองที่อาจจะคุมไม่อยู่เมื่อต้องอยู่ใต้หลังคาเดียวกันกับหลานสาวช่างยั่ว
“แคร์คนอื่นทำไมคะ... เนเน่ไม่สนหรอก” เธอยื่นมือไปตรงหน้าเขา
“คีย์การ์ดล่ะคะ”
ก่อนที่เธอจะลงจากรถ เอกดนัยลดกระจกลงถามย้ำ
“แล้วถ้าวันไหนอามีประชุมดึกล่ะ เนเน่จะรอไหวเหรอ”
“ไหวสิคะ กลับดึกแค่ไหนเนเน่ก็จะรอ อาเอกสัญญากับเนเน่แล้วนะคะ ถ้าไม่ทำตามสัญญา... เนเน่จะหนีไปอยู่กับคุณแม่จริงๆ ด้วย”
เมื่อโดนไม้ตายเรื่องนงนุชเข้าเข้าไป เอกดนัยก็ไร้ทางสู้ เขาจำใจยื่นคีย์การ์ดคอนโดหรูให้หลานสาวไปพร้อมกับความรู้สึกหนักใจลึกๆ นันท์นภัสรับไปพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ