3 ศึกแย่งชิง
นันท์นภัสในวัยสิบแปดปีบริบูรณ์ช่างสวยสะพรั่งดั่งกุหลาบแรกแย้ม แต่ความงามที่กลายเป็นดาบสองคมนั้นก็ทำให้เอกดนัยเป็นกังวลจนนั่งไม่ติด เพราะหากต้องปล่อยให้หลานสาวไปอยู่ในความดูแลของมารดาอย่างนงนุชที่มีสามีใหม่ประวัติมัวหมอง เขาก็เกรงว่าแก้วตาดวงใจดวงนี้จะถูกลากลงสู่ขุมนรก
เพียงไม่กี่วันหลังสิ้นงานศพของพี่ชาย นงนุชผู้ห่างเหินไปนานแสนนานก็กลับมาพร้อมความโลภ เธอทวงถามถึงส่วนแบ่งมรดกทั้งที่คราบน้ำตายังไม่ทันแห้งเหือด ทั้งที่เธอตัดขาดกับวีรยุทธไปตั้งแต่นันท์นภัสยังไม่รู้ความด้วยเงินก้อนโตที่มารดาของเขาเคยจ่ายให้ไปแล้ว
ทันทีที่สบโอกาสตอนหลานสาวเดินเลี่ยงไปทางอื่น เอกดนัยจึงเปิดฉากเจรจากับอดีตพี่สะใภ้ทันที
“เอกต้องให้เนเน่ไปอยู่กับพี่!” นงนุชแผดเสียงแหลม อ้างสิทธิ์ความเป็นแม่ที่เธอไม่เคยทำหน้าที่ขึ้นมาบังหน้า “จะให้เด็กสาวสะพรั่งมาอยู่กับอาหนุ่มยังเอก... ใครรู้เข้าเขาจะนินทาเอาได้ว่ามันไม่เหมาะสม!”
“เนเน่ไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะครับพี่นุช แล้วที่ผ่านมาพี่ไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมจู่ๆ ถึงอยากจะมาทำหน้าที่แม่เอาป่านนี้ พี่ต้องการอะไรกันแน่” เอกดนัยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เหตุผลอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะฉันเป็นแม่! หรือเอกนั่นแหละ... ที่คิดจะกินบนเรือนถ่ายบนโถ หวังจะเคลมหลานตัวเองเพื่อฮุบสมบัติคนเดียว!”
“พี่นุช!” เอกดนัยตวาดลั่น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธา “ผมไม่เคยคิดต่ำต้อยกับหลานแบบนั้น เรื่องพินัยกรรมผมก็เพิ่งจะรู้พร้อมพี่นั่นแหละ”
“หึ... ขอให้มันจริงเถอะ”
“พี่ไม่ต้องกลัวหรอกครับ พินัยกรรมระบุไว้ชัดเจนว่าถ้าเนเน่ไม่สมัครใจแต่งงานกับผม ผมก็ไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนนั้นอยู่แล้ว และที่สำคัญ... ผมจะรอจนกว่าเนเน่จะอายุครบยี่สิบปี ผมจะไม่บังคับเธอเด็ดขาด”
“ก็ดี! พี่จะคอยดู... ” นงนุชเหยียดยิ้มร้าย
เอกดนัยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภของหญิงตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามประโยคที่จี้ใจดำที่สุด
“ถามจริงเถอะครับ... พี่หายไปนานขนาดนี้ แต่กลับมาเรียกร้องเอาตอนนี้ พี่ต้องการตัวลูกคืนหรือต้องการสมบัติของลูกกันแน่ ถ้าสิ่งที่พี่ต้องการคือเงิน... บอกมาเถอะครับ ผมจะสงเคราะห์ให้เรื่องมันจบๆ ไป”
“เอก! อย่ามาดูถูกฉันนะ!” นงนุชทำท่าฮึดฮัดใส่ “ในเมื่อเอกยืนยันจะรั้งยัยเนเน่ไว้ที่นี่ พี่ไม่สนหรอกว่าในอดีตพี่จะเคยรับเงินใครมา แต่ถ้าอยากให้เรื่องมันจบง่ายๆ เอกก็แค่จ่ายมา... ไม่อย่างนั้นพี่จะพาตัวเนเน่ไปเดี๋ยวนี้!”
“สรุปว่าพี่ต้องการเงินสินะ...” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มสมเพช
“ว่ามาเลยครับ พี่ต้องการเท่าไหร่สำหรับค่าตัวลูกสาวพี่”
“สิบล้าน! ถ้าเอกกล้าจ่ายสิบล้าน พี่จะไม่กลับมายุ่งเกี่ยวกับเนเน่อีกเลย!”
“สิบล้าน... มันไม่มากไปหน่อยเหรอครับ สำหรับแม่ที่ทิ้งลูกไปตั้งแต่แบเบาะ”
“พี่ต้องกินต้องใช้ และพี่ก็ถือไพ่เหนือกว่า ถ้าเอกไม่ตกลง... พี่จะเดินไปตัวลูกกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
เอกดนัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
“ตกลง... สิบล้านก็สิบล้าน ผมจะจ่ายให้พี่ เพื่อแลกกับอิสระของเนเน่”
สิ้นคำยืนยัน ใบหน้าที่เคยบูดบึ้งของนงนุชก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแฉ่งด้วยความสะใจ เธอทำท่าราวกับชนะพนันกองโต โดยไม่สนเลยว่าพฤติกรรมของเธอนั้นได้ขายศักดิ์ศรีความเป็นแม่ไปจนหมดสิ้นแล้ว!