บท
ตั้งค่า

นกปีกหัก(3)

เสียงโทรศัพท์ตอนหนึ่งทุ่มตรงปลุกปรวีร์ที่ยังอ่อนเพลียให้สะดุ้งตื่น เขาหรี่ตามองหน้าจออย่างเกียจคร้าน คุณย่าโทร.มา มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ

“ครับ” น้ำเสียงงัวเงียรับสาย

“ปั้น ปั้นนอนเหรอลูก” นางรู้ว่าวันนี้หลานชายไม่ได้เข้าโรงพยาบาล แต่ไม่คิดว่าจะนอนเร็วแต่หัววัน

“ครับ”

“นี่มันเรื่องอะไร ทำไมปั้นไม่บอกย่าล่ะ” คุณหญิงกัลยาถามอย่างร้อนรน

“เรื่องอะไรฮะ” ถามกลับด้วยความงุนงง

“เรื่องหมั้นไง ปั้นจะหมั้นทำไมไม่บอกย่า”

นั่นยิ่งทำให้เขางงเป็นไก่ตาแตก หมั้นกับใคร ตอนไหน

“อะไรนะฮะ” ร่างแกร่งผุดลุกขึ้นนั่ง ตื่นเต็มตา

“มีข่าวซุบซิบออกมาว่าปั้นจะหมั้นกับหนูเอมเมื่อตอนเช้า ย่าถึงโทร.มาถามนี่ไง”

ปรวีร์ตบหน้าผากตัวเองแรงๆ บ้าบอกันไปหมดแล้ว

“ปั้นไม่ได้จะหมั้นกับใครทั้งนั้นครับ และไม่รู้ว่าด้วยว่าข่าวนี้มาจากไหน” เขาตอบย่าชัดถ้อยชัดคำ

“เป็นไปได้ยังไงล่ะลูก ทางนั้นเขาออกตัวให้ย่าหาเวลาไปคุยอย่างเป็นทางการแล้วน่ะสิ” ผู้เป็นย่ายิ่งไม่เข้าใจท่าทีที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวของทั้งสองฝ่าย

“แต่ปั้นกับน้องเอมเพิ่งเคยไปกินข้าวด้วยกันครั้งเดียวที่คุณย่านัดให้เองนะฮะ” ชายหนุ่มพยายามรวบรวมสติเท่าที่มีอธิบายให้ย่าฟัง

“สรุปปั้นไม่ได้จะหมั้นใช่ไหม” ย่าเขาย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ปั้นไม่ได้จะหมั้นกับใครครับ”

“งั้นย่าจะคุยกับฝ่ายนั้นเองว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เป็นการเต้าข่าวเท่านั้น” คุณหญิงย่าผู้เป็นเสาหลักของบ้านยินดีรับหน้าแทนและมีทางออกให้เสมอ

“ปั้นขอบคุณย่าครับ” โล่งอกขึ้นมานิดหน่อยที่ย่ารับปากว่าจะจัดการให้

เขาเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว มีแนวโน้มสูงว่าสลิลคงไปเห็นข่าวนั่นเข้าจากที่ไหนสักแห่งจึงหนีหายไป ในขณะที่คนในข่าวอย่างเขาไม่มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์หรืออินสตาแกรม เพราะรักความเป็นส่วนตัวมาก ถึงไม่รู้ว่ามีข่าวบ้าๆ นี่ว่อนทั่วโซเชียลมีเดีย

กระนั้นไม่ได้ทำให้ความโกรธเจือจาง คนรักกันต้องเชื่อใจกัน แต่สลิลกลับทำเหมือนไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจ ไม่แม้กระทั่งรอฟังเขาก่อน เลือกที่จะหนีหายไปดื้อๆ ไม่นึกถึงความรู้สึกคนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ที่ผ่านมาเขาคงใจดีกับเธอมากไป สลิลควรรู้ไว้บ้างว่าเขาก็ใจร้ายเป็น

ไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว ปรวีร์จึงเดินออกมาสูบบุหรี่แก้เซ็งที่ระเบียงพลางครุ่นคิดว่าหญิงสาวจะไปอยู่ไหนได้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยพูดบ่อยๆ ว่าอยากกลับไปอยู่กับยายที่ต่างจังหวัด จริงสินะ เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ สลิลต้องกลับไปหาญาติคนเดียวอยู่แล้ว

เขารู้ว่าเป็นจังหวัดไหนในภาคอีสานเพราะเคยอนุญาตให้เธอกลับไปเยี่ยมยายบ้างในช่วงที่อยู่ด้วยกัน แต่คร้านจะใส่ใจว่าแห่งหนตำบลใดจึงระบุตำแหน่งแน่ชัดไม่ได้ ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดเมื่อเผลอนึกถึงความเป็นไปได้นี้ เขาจะไปตามง้อเธอทำไมกัน สลิลต่างหากที่ต้องซมซานกลับมาหาเขา

“ทำไมล่ะเอม...”

“เอมตัดสินใจแล้ว”

“จะบ้ารึไง”

“ข่าวก็ออกไปแล้ว เอม...”

“อย่าดึงพี่ปั้นมาเกี่ยว เขาไม่ใช่คนที่เอมจะล้อเล่นด้วย”

เสียงชายหญิงคู่หนึ่งกระซิบกระซาบทุ่มเถียงกันภายห้องสวีตของโรงแรมหรูหกดาว สถานที่นัดพบประจำของพวกเขา ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ใบหน้าคมเข้ม ผิวสีคล้ามแดด เปลือยท่อนบน นั่งหันหลังให้หญิงสาวที่ปลายเตียงเพื่อซ่อนสีหน้ารวดร้าว

“มันต้องจบได้แล้ว” เธอคลานมากอดเขาจากด้านหลังราวสั่งลา หยดน้ำตาร้อนๆ ไหลรดแผ่นหลังกว้าง

“ไปแต่งตัวเถอะ” เขาลุกจากไป ไม่หันมามองเธออีกเลย

เธอปดยายว่าจะเข้าไปทำธุระในเมืองทั้งที่ความจริงนั่งรถประจำทางมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และเมื่อได้พบแพทย์พร้อมคำแนะนำในการดูแลครรภ์เบื้องต้น จึงพอจะเห็นภาพว่านับจากตั้งครรภ์จนลูกอายุหนึ่งขวบมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากรออยู่

สลิลนั่งเหม่ออยู่หน้าห้องรับยา ก้าวขาไม่ออก อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีบ้างละมั้ง เงินที่พ่อของลูกใช้ฟาดหัวคงพอเลี้ยงลูกไปได้สักระยะ แต่สำคัญกว่านั้นเธอต้องมีอาชีพเลี้ยงสามปากท้องให้ตลอดรอดฝั่ง อีกทั้งจะมีอาชีพไหนที่ทำได้และเลี้ยงลูกไปด้วยได้นะ

ขณะขยับกายจะลุกขึ้นก็มีคนเรียกเธอไว้เสียก่อน

“ลิล”

หญิงสาวหันตามเสียงเรียกและพบว่าเป็นชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคุ้นตาคล้ายเคยเจอเมื่อนานมาแล้ว

“เต”

ทั้งสองปรี่เข้าหากันด้วยความตื่นเต้นที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยประถม เต หรือเตวิชญ์ ผู้มากพรสวรรค์ อดีตแชมป์ประกวดคัดลายมือ มารยาทไทย และถือพานไหว้ครูคู่กับสลิลทุกปี

“ลิลมาทำอะไร” เขาถามเสียงนุ่ม

“มะ มาตรวจสุขภาพประจำปีจ้ะ” เธอยังไม่พร้อมพูดความจริง หากเรื่องแพร่งพรายไปถึงหูคนละแวกบ้านละก็ ยายคงไม่แคล้วโดนนินทา

“เตล่ะ” เห็นสีหน้ายิ้มแย้มสว่างไสวจึงอดแปลกใจไม่ได้

“มาทำเรื่องอุปการะเด็กน่ะสิ” เตวิชญ์ปิดปากหัวเราะคิกคักก่อนอธิบายต่อ “ฉันกับแฟนอยากมีลูกมานานแล้ว วันนี้มีคุณแม่วัยใสคนหนึ่งคลอดพอดี เลยมาจัดการเรื่องเอกสารน่ะ…ว่าแต่ลิลเถอะ กลับมาอยู่บ้านแล้วเหรอ” เขากับสลิลไม่ได้เจอกันอีกเลยตั้งแต่จบป.6 ได้ข่าวว่าเธอกับยายย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ

“ใช่จ้ะ เพิ่งกลับมาอยู่กับยายได้ไม่กี่วัน”

“หือ แล้วทำงานที่ไหน” ไม่ได้ตั้งใจซอกแซก เพียงแต่เขาเองก็กำลังหาคนเหมือนกัน

“ยังไม่ได้หาหรอกจ้ะ” เธอบอกเขาตามตรง

“เยี่ยมเลย สนใจมาเป็นนางแบบให้ฉันไหม ฉันกับแฟนเปิดร้านให้เช่าชุดไทย ชุดแต่งงาน แล้วก็มีร้านรับจัดดอกไม้ข้างๆ กัน นี่นามบัตรฉัน โทร.มานะ” เตวิชญ์รีบยัดนามบัตรใส่มือเธอ “ดีใจจริงๆ ที่เจอลิล แต่ฉันต้องขอตัวไปดูลูกก่อนละ” เขาดึงเธอมากอดลาหลวมๆ ก่อนรีบผละไปรับขวัญลูกที่ไม่ได้คลอดเองของเขา

สลิลมองตามแผ่นหลังเตวิชญ์ ในใจพลอยยินดีกับเพื่อน อันที่จริงข้อเสนอของเขาก็น่าสนใจทีเดียว ระหว่างที่ท้องยังไม่โตและไม่มีอาการแพ้มากนัก เธอน่าจะทำไปก่อนได้ งานนี้ต้องขอความร่วมมือกับเจ้าตัวเล็กในท้องซะแล้ว

หลังประชุมเคร่งเครียดถึงสี่ชั่วโมง ผู้ถือหุ้นที่ร่วมทุนเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดที่มุ่งเน้นให้บริการชาวต่างชาติก็ได้ข้อสรุป

ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรวีร์ดูแลการควบรวมและปรับเปลี่ยนระบบบริหาร ซึ่งหมายความว่าเขาต้องไปประจำการที่ต่างจังหวัดสามถึงหกเดือนโดยมีเอมวลีทำหน้าที่ผู้ช่วย และเมื่อทุกอย่างเข้าที่ เธอจะต้องรับช่วงต่อจากปรวีร์ตามแผนที่วางไว้

หญิงสาวลอบมองสีหน้าหมอปั้นที่ราบเรียบไร้อารมณ์เป็นปกติ เขาไม่ถือสาข่าวประกาศหมั้น ยังพูดคุยกับเธออย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แสดงให้เห็นว่าสามารถร่วมงานกันได้ นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าเป็นฝีมือเธอ เอมวลีเผลอกำมือแน่นขณะเดินออกจากห้องประชุมพร้อมผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ในเมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วก็ไม่มีคำว่าถอย

“พี่ปั้นคะ” เธอรีบก้าวยาวๆ ตามหลังเขา

“ครับ”

“พี่ปั้นว่างรึเปล่าคะ เอมจะชวนไปกินข้าวเย็นน่ะค่ะ จะได้คุยเรื่องงานด้วย” ยกเรื่องงานมาอ้างให้เขาปฏิเสธไม่ได้

หมอหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

“ได้ครับ” เขาไม่มีเวร ไม่รู้จะรีบกลับคอนโดฯ ทำไม

“งั้นเจอกันที่ร้านเลยนะคะ เดี๋ยวเอมส่งโลเกชันให้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะตอบรับง่ายๆ

ร่างสูงจึงตรงไปยังลานจอดรถแทนห้องทำงานบนชั้นผู้บริหาร และทันทีที่ประตูปิดลง โทรศัพท์สายที่กำลังรอก็ปรากฏบนหน้าจอ

“ได้ความว่า?” น้ำเสียงที่ใช้ดูสนิทสนม ไม่เคร่งขรึม ไม่ถือตัว

“จริงอย่างที่คิดแหละ กลับไปอยู่บ้านกับยายเหมือนเดิม” เสียงในสายรายงาน

“ส่งที่อยู่มา”

“พี่ปั้นจะเอาไปทำอะไร” คนในสายพยายามกลั้นหัวเราะ

“อย่ายุ่งน่า”

“พี่ปั้นเลี้ยงเด็กนี่หว่า เจริญรอยตามลุงบูม โปรดจะบอกพ่อกับแม่” น้องชายเขาขู่แกมขำ

“มึงยังเป็นหนี้กูอยู่นะโปรด บอกให้ทำไรก็ทำเหอะน่า” หมอหนุ่มชักรำคาญ

“ก็ได้ๆ อย่าไปฉุดลูกสาวเขาล่ะ”

เพียงไม่กี่วินาที ที่อยู่กับรูปถ่ายระยะไกลของสลิลก็ถูกส่งเข้าสมาร์ตโฟนเขา ปรวีร์ยิ้มมุมปากเยี่ยงผู้ชนะ ต้องขอบคุณทุกคนที่ยอมเดินตามเกม ส่งเขาไปคุมโรงพยาบาลใหม่ในจังหวัดบ้านเกิดสลิล อย่าคิดว่าเขาตามเพราะพิศวาส รีบติดปีกบินหนีให้ไกลนะลิล เขาไปถึงเมื่อไร ปีกนั้นจะโดนเด็ดทิ้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel