บทที่ 9 คืนนี้ ผมจะอยู่ที่นี่
หลิงเวยมองดูผู้หญิงรูปร่างเย้ายวนในชุดรัดรูปสีดำ สวมรองเท้าส้นสูงเดินเสียงตึกๆ เข้ามาในห้องนอน
เธอถามชายหนุ่มทั้งสามคนเป็นภาษาอังกฤษว่า "เจออะไรไหม?"
ชายทั้งสามคนแยกกันยืนอยู่ตรงหัวเตียง ข้างผ้าม่าน และปลายเตียง
"ลูกพี่ครับ ไม่มีอะไรผิดปกติเลย ใต้เตียงนี้โล่งครับ พวกเราเปิดฟูกดูแล้ว ข้างในมีแค่ผ้าปูที่นอนกับผ้านวมสำรอง" ทั้งสามคนส่ายหน้าให้เธอ
หญิงสาวคนนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ และจ้องไปที่เตียงอยู่พักหนึ่ง ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยวางใจ จึงสั่งให้ลูกน้องพลิกฟูกที่นอนขึ้นมาดูอีกรอบ
หลิงเวยแสร้งทำเป็นโมโห แต่ก็บ่นพึมพำเหมือนคนที่โกรธแต่ไม่กล้าเถียงเสียงดัง "หมามันจะมุดไปซ่อนใต้ฟูกเองได้ยังไง? ถ้าทำได้ก็คงเป็นหมาเทพแล้วมั้ง..."
คนในห้องหันมาถลึงตาใส่เธออย่างรำคาญ
หลิงเวยยืนกอดอกพิงประตูห้องนอนด้วยท่าทางมั่นใจ เธอแสดงออกว่าห่วงนอนเต็มที รำคาญสุดขีด และพร้อมจะไล่แขกได้ทุกเมื่อ
แม้ภายนอกเธอจะดูนิ่งมาก แต่ในใจกลับกังวลเหลือเกิน... เพราะในบ้านหลังนี้ซ่อนคนไว้จริงๆ แถมคนคนนั้นยังมีแผลฉกรรจ์ด้วย!
พวกนี้คือคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบและกลิ่นคาวเลือด หากในอากาศมีกลิ่นเลือดเพียงนิดเดียว พวกเขาต้องได้กลิ่นแน่ๆ
ทว่าตู้เสื้อผ้าแบบมิดชิดที่เธอประดิษฐ์ขึ้นเองนั้นมันแนบเนียนไปกับผนัง กลิ่นข้างในจึงไม่มีทางเล็ดลอดออกมาได้เลย
แถมในตู้เธอยังใส่ลูกเหม็นไว้เพียบ ซึ่งช่วยกลบกลิ่นคาวเลือดได้อย่างหมดจด
หญิงสาวสุดเซ็กซี่คนนั้นรื้อดูผ้านวมและผ้าปูที่นอน เมื่อไม่พบอะไรผิดปกติจึงพูดขึ้นว่า "จัดเก็บเข้าที่เถอะ"
เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องนอนเหมือนกำลังใช้ความคิด หลิงเวยใจเต้นระรัว กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมห้องของเธอถึงไม่มีตู้เสื้อผ้า!
สายตาของผู้หญิงคนนั้นทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!
แววตาของหลิงเวยเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ทันใดนั้นเธอก็ก้มตัวลงอย่างเจ็บปวด "โอ๊ย..." เธอร้องออกมาเสียงดังก่อนจะสับเท้าวิ่งออกไปทันที!
ผู้หญิงคนนั้นระวังตัวแจ เมื่อได้ยินเสียงร้องดังมาจากห้องโถง เธอรีบพุ่งออกจากห้องนอนมาดู ก็เห็นร่างบอบบางเดินคุดคู้พุ่งพรวดเข้าห้องน้ำไป
"เล่นตลกอะไร?" หญิงสาวจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องน้ำ
ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก หลิงเวยเดินกุมท้องออกมา แผ่นมาสก์หน้าเย็นเจี๊ยบหลุดออกไปแล้ว บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเป้งเกาะอยู่
"คือ... ฉันปวดท้อง ท้องเสียน่ะ... พวกคุณไปกันได้หรือยัง?" พูดจบเธอก็ยกมือขึ้นโบกพัดลมที่หน้าจมูกตัวเอง
ผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ ก่อนจะกวักมือเรียกพรรคพวก "ไปเถอะ ไปดูบ้านถัดไป"
รปภ.รีบพาพวกเขาเดินออกไป "คุณหลิง ขอโทษที่รบกวนครับ เชิญพักผ่อนเถอะครับ"
หลิงเวยโบกมือไล่อย่างรำคาญ
"ปัง!" หลิงเวยปิดกระแทกประตูด้วยท่าทางหงุดหงิด เมื่อบานประตูกั้นเธอออกจากคนพวกนั้นได้แล้ว เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเหมือนหมดแรง น่ากลัวชะมัด!
โชคดีที่เธอเตรียมตัวมาดีมาก พัดลมและน้ำหอมทำงานได้ดีเยี่ยม กลิ่นคาวเลือดถูกกลบสนิท
นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าที่หมาดๆ ห้องน้ำที่แห้งสนิท อุปกรณ์ในครัวที่เย็นชืด... รายละเอียดเหล่านี้ หากพลาดไปแม้แต่นิดเดียว วันนี้เธอจบเห่แน่!
หลิงเวยยังไม่รีบเรียกชายหนุ่มคนนั้นออกมา เพราะกลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะวางแผนตลบหลัง
เธอกลับไปนอนนิ่งๆ บนเตียง
เป็นอย่างที่คิด เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ก็เห็นคนจากดาดฟ้าตึกตรงข้ามใช้ไฟฉายสปอตไลต์ส่องเข้ามาในห้องของเธอ
เธอทำท่ารำคาญเอาผ้าห่มคลุมโปง ผ่านไปประมาณยี่สิบวินาที แสงไฟนั้นก็หายไป
คราวนี้คนพวกนั้นไปจริงๆ แล้ว
หลิงเวยรีบลงจากเตียงไปรูดม่านปิดให้สนิท แล้วกระแอมไอสองครั้ง "แค่ก แค่ก!" ชายหนุ่มได้รับสัญญาณจึงเปิดประตูออกมาเอง
เขากุมบาดแผลเดินออกมา ดวงตาดำสนิทดั่งน้ำหมึกจ้องมองที่ใบหน้าของเธอ
ใบหน้าของเธอเริ่มผ่อนคลายลง เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เธอตึงเครียดถึงขีดสุด แต่ถึงจะกลัวแทบตาย เธอก็ยังแสดงออกมาได้อย่างสงบนิ่ง
เขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "คุณเหมาะจะไปเป็นนักสืบนะ"
นักสืบเหรอ? หลิงเวยขำไม่ออก เธอแค่ชินกับการต้องอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีพ่อแม่คอยดูแล ทุกอย่างต้องพึ่งตัวเอง ถ้าไม่ละเอียดรอบคอบแบบนี้ จะมีชีวิตรอดมาจนป่านนี้ได้ยังไง
เธอก็ไม่สนใจคำชมนั้น แล้วถามเสียงเย็น "พวกนั้นไปแล้ว ตอนนี้คุณจะไปโรงพยาบาล หรือจะติดต่อคนของคุณให้มารับ?"
ชายหนุ่มส่ายหน้า "ผมจะอยู่ที่นี่"
"อะไรนะ? คุณจะอยู่ที่นี่กับฉัน? บ้าไปแล้วเหรอ?"