บทที่ 8 ตึงเครียด!
“มีใครอยู่ไหมครับ? ช่วยเปิดประตูหน่อย”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”
หัวใจของหลิงเวยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ฝ่ามือของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อด้วยความตื่นตระหนก
เธอยังไม่รีบไปเปิดประตูในทันที แต่ค่อยๆ เดินกลับเข้าไปในห้องนอน หยิบแผ่นมาสก์หน้าออกมาจากลิ้นชักแล้วแปะลงบนใบหน้า
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!” เสียงเคาะประตูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
เธอกลับไปนอนลงบนเตียง จงใจรอต่ออีกนาทีเศษๆ ถึงค่อยลุกขึ้นมาเปิดประตู
เดินลงส้นเท้าไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางฟัดเฟียดเหมือนคนถูกขัดจังหวะการนอน ก่อนจะเปิดช่องมองเล็กๆ บนประตูออก
“ใครน่ะ? มาเคาะประตูเอาป่านนี้ เป็นบ้าหรือเปล่า!”
ใบหน้าของเธอที่มีแผ่นมาร์กแปะอยู่ทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างนอกถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
“ขอโทษครับคุณหลิงที่รบกวน พอดีผู้จัดการโทรมาบอกว่าสุนัขของคุณนายหายไป ไม่รู้ว่ามีลูกบ้านเก็บไปเลี้ยงไว้หรือเปล่า สุนัขตัวนี้หายไปแถวๆ ตึกเรานี่เอง เพราะงั้น...”
“หมาเหรอ?” หลิงเวยทำท่ารำคาญ “ไม่เห็น!”
รปภ.พยายามยืดคอชะโงกหน้าผ่านช่องเล็กๆ เข้ามาดูในบ้าน “คุณหลิงครับ พวกเราขอเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหมครับ?”
หลิงเวยหรี่ตาลง แววตาดูว่างเปล่า เธอยืนนิ่งไม่ตอบคำถาม
รปภ.จ้องมองเธอ แต่เพราะแผ่นมาสก์หน้าบังอยู่เลยดูไม่ออกว่าเธอมีสีหน้ายังไง เห็นเพียงเปลือกตาที่แทบจะปิดเข้าหากัน ดูเหมือนเธอจะง่วงนอนมากจริงๆ
“คุณหลิงครับ...” เขาถามย้ำ “ขอพวกเราเข้าไปดูหน่อยได้ไหมครับ?”
จู่ๆ หลิงเวยก็แผดเสียงอย่างโมโห “ดึกดื่นค่ำคืน พวกคุณเป็นผู้ชายตั้งหลายคนจะมาเข้าห้องผู้หญิงตัวคนเดียว ใครจะไปรู้ว่าพวกคุณคิดจะทำอะไร?”
ข้างหลังรปภ.มีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสองคนยืนอยู่ สีหน้าแต่ละคนดูไม่ค่อยดีนัก ในตอนนั้นเอง ผู้หญิงหุ่นเซ็กซี่ในชุดรัดรูปสีดำก็เดินแหวกวงล้อมออกมาด้านหน้า
ผู้หญิงคนนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอพลางหรี่ตาลงอย่างอันตราย
หลิงเวยทำเป็นมองไม่เห็น และแกล้งหรี่ตาลงอีกครั้ง
การมีมาสก์หน้าช่วยอำพรางไว้ ทำให้พวกเขาดูไม่ออกว่าเธอกำลังประหม่าอยู่หรือไม่
รปภ.รีบเสริม “พวกเราขอแค่ดูแป๊บเดียวครับ ถ้าไม่เจอสุนัขพวกเราจะรีบไปทันที คุณหลิงครับ... นิสัยของคุณนายคุณก็รู้อยู่... อย่าทำให้พวกผมลำบากใจเลยนะครับ
"ผมก็แค่ลูกจ้างคนหนึ่ง ถ้าหาสุนัขไม่เจอ ผมอาจจะตกงานก็ได้...”
หลิงเวยกอดอกพลางหาวหวอดด้วยความรำคาญ
เธอกวาดสายตามองผู้หญิงคนนั้นแล้วพูดว่า “เข้ามาสิ เร็วๆ หน่อยล่ะ! คนจะหลับจะนอนยังมากวนกันอีก ง่วงจะตายอยู่แล้ว!”
พูดจบเธอก็เปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา รปภ.พากลุ่มชายชุดดำเดินเข้าไปในบ้าน
ส่วนผู้หญิงสวยสุดเซ็กซี่คนนั้นเดินมาหยุดยืนข้างๆ หลิงเวย
สายตาของเธอจับจ้องและไล่สำรวจหลิงเวยอย่างละเอียด
ผู้หญิงคนนั้นสวมรองเท้าส้นสูง ความสูงจึงไล่เลี่ยกับหลิงเวย เธอโน้มตัวลงมาดมใกล้ๆ ขมับของหลิงเวย กลิ่นกุหลาบจางๆ ลอยเข้าจมูก
หลิงเวยยืนกอดอก ชำเลืองมองอีกฝ่าย
ผู้หญิงคนนี้เป็นชาวต่างชาติ ผิวขาวนวล นัยน์ตาสีเขียวมรกตดูนิ่งลึกเหมือนสระน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ผมสีทองถูกรวบมัดเป็นหางม้าไว้สูง
ท่อนบนสวมเสื้อหนังรัดรูปคอวีสีดำ ท่อนล่างเป็นกางเกงขายาวรัดรูปสีดำเช่นกัน
ถึงแม้จะดูเซ็กซี่เย้ายวน แต่เธอกลับให้ความรู้สึกที่อันตรายมากจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้
ทั้งคู่ต่างลอบสังเกตกันและกัน หลิงเวยทำท่ารำคาญและหาวไม่หยุด
ครู่ใหญ่กว่าผู้หญิงคนนั้นจะหันหลังเดินไปที่ระเบียง
มีเสื้อผ้าแขวนอยู่สองสามชิ้นที่ระเบียง เธอใช้นิ้วเขี่ยดูทีละชิ้น
มันเป็นเพียงเสื้อผ้าธรรมดาที่แห้งไปครึ่งหนึ่ง เหมือนกับตากทิ้งไว้ค่อนคืนแล้ว
เธอเดินไปที่ห้องน้ำซึ่งดูแห้งสนิท
มีกลิ่นกุหลาบจางๆ แต่ไม่มีอะไรผิดปกติ
หลังจากออกจากห้องน้ำ เธอก็เลี้ยวเข้าห้องครัว ในครัวมีกลิ่นพีชอ่อนๆ
ผู้หญิงคนนั้นกวาดสายตามองลูกพีชสุกสองลูกที่วางอยู่ข้างเตา
เธอเอื้อมมือไปเปิดตู้เก็บของ ใช้นิ้วลากผ่านอุปกรณ์ทุกชิ้นเบาๆ ซึ่งอุณหภูมิของพวกมันก็ปกติดี
หลิงเวยเฝ้าดูการกระทำเหล่านั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัวเป็นกลองรบ เธอนึกโชคดีที่เมื่อกี้ตัวเองรอบคอบพอ ไม่อย่างนั้นคงความแตกแน่!
ผู้หญิงคนนั้นเดินวนในครัวรอบหนึ่ง เมื่อไม่พบความผิดปกติเธอก็เดินออกมา แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอน...
หลิงเวยกำหมัดแน่น ใช้หางตาจ้องมองไปที่ผนังด้านนั้น เธอมีความมั่นใจว่าจะตบตาคนพวกนี้ได้
แม้ในใจจะคิดฟุ้งซ่านไปไกล แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาความสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น