บทที่ 4 จิ๊กโฉ่วเนี่ยนะ... บ้าไปแล้วเหรอ?
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ตวัดสายตาเย็นชามาที่เธอ
เขาค่อยๆ ยกปืนขึ้น แล้วขึ้นลำกล้องอย่างช้าๆ
แม้ปืนจะไม่ได้เล็งมาที่เธอ แต่หลิงเวยก็อดสั่นไม่ได้ เธอไม่กล้าพูดจาไร้สาระอีก รีบวิ่งแจ้นไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบกล่องยาลดไข้เข้ามาในห้อง
เธอโยนยาให้เขาแบบส่งๆ
เขาจ้องมองยาพวกนั้นพลันขมวดคิ้วแน่น "มีอย่างอื่นอีกไหม?"
"ไม่มีแล้วค่ะ..."
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด หลิงเวยรู้ดีว่าเขาคงกำลังโมโหสุดขีด แต่ที่บ้านเธอไม่มียาประเภทอื่นจริงๆ
"คุณต้องการอะไรอีกไหม? ฉันไปหยิบให้ได้นะ"
ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อยากให้เขามาตายที่บ้านเธอ นอกจากจะกลัวตำรวจรู้แล้ว ถ้าพวกคนกลุ่มนั้นตามมาเจอ เธอเองก็คงไม่รอดเหมือนกัน
เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้ หลิงเวยก็เริ่มมองเห็นรูปร่างหน้าตาของเขาเลือนราง
ใบหน้าของชายคนนี้ไม่ใช่ความเย็นชาแบบไร้ความรู้สึก แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนงตัว ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและสูงส่ง ราวกับมีกำแพงล่องหนขวางกั้นเขาออกจากโลกภายนอก
บนใบหน้าหล่อเหลานั้น มีดวงตาเรียวยาวทรงหงส์ที่หรี่ลงจนเป็นเส้นเดียว หัวตาจิกหางตาเชิดดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ
เส้นผมหยักศกปรกลงมาบังคิ้วที่ขมวดมุ่น ริมฝีปากบางซีดเผือดเม้มแน่น ส่วนลึกในดวงตามีแต่ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
คนคนนี้... เหมาะจะเป็นพระเอกในการ์ตูนของเธอจริงๆ
หลิงเวยจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างละเอียด
หน้าตาของเขาหล่อเหลาสมบูรณ์ไร้ที่ติ!
โดยเฉพาะดวงตาทรงหงส์ที่ดำสนิทราวกับน้ำหมึก ทั้งเป็นประกายและเฉียบคม ดูมีอำนาจจนน่าเกรงขาม
เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็กสีดำ ยิ่งขับให้เขาดูรูปร่างสูงโปร่งและแข็งแรง
แม้ชายคนนี้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ระหว่างคิ้วและดวงตากลับแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายสูงส่งที่ยากจะปกปิด ช่างหล่อเหลาจนน่าตกใจ!
แม้เขาจะดูเย็นชาเย่อหยิ่ง แต่กลับไม่ดูจืดชืด เส้นผมที่หยักศกนิดๆ ของเขาดูทันสมัยมาก
เพียงแต่... เป็นคนที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
"มีกรรไกรไหม?" เสียงทุ้มดังกังวานของเขาสั่นเครือเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าแผลถูกยิงนั้นเจ็บปวดมาก
หลิงเวยรีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วหยิบกรรไกรมาให้
"ไฟแช็ก ผ้าขนหนูผืนใหม่!"
หลิงเวยรีบไปหยิบของตามสั่ง เธอไม่พูดไร้สาระแม้แต่คำเดียว คอยให้ความร่วมมือกับเขาอย่างจริงจัง
เขามีปืน! ถ้าเขายังจัดการแผลไม่เรียบร้อย เขาก็คงไม่ไปไหนแน่!
ตอนนี้เธอแค่หวังให้เขาทำแผลเสร็จเร็วๆ แล้วรีบไสหัวออกไปซะที ถ้าเขามาตายในบ้านเธอ ต่อให้มีร้อยปากเธอก็คงอธิบายไม่ขึ้น
อีกอย่าง ถึงผู้ชายคนนี้จะดูดุร้าย แต่ตอนนี้เธอก็ยังปลอดภัย เพราะถ้าเขาคิดจะฆ่าเธอจริงๆ เขาคงลงมือไปนานแล้ว
เธอเห็นหน้าเขาขนาดนี้แล้วเขายังไม่ฆ่าปิดปาก แสดงว่าเขาคงไม่ใช่คนเลวร้ายโดยสันดาน
สิ่งที่หลิงเวยกลัวที่สุดในตอนนี้คือ พวกคนกลุ่มนั้นจะตามมาเจอ!
ถ้าคนพวกนั้นรู้ว่าเธอซ่อนเขาไว้ในบ้าน เรื่องมันคงจบไม่สวยแน่!
"น้ำยาฆ่าเชื้อ!"
"..." หลิงเวยขมวดคิ้ว ยืนนิ่งไม่ขยับ
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองเป็นเชิงถามว่า ทำไมยังไม่ไปอีก?
เธอตอบตามตรง "ไม่มีค่ะ ไม่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ"
เขาถลึงตาใส่ "แอลกอฮอล์ล่ะ?"
"..." เธอเม้มปากพลางขมวดคิ้ว
"เหล้ามีใช่ไหม?" น้ำเสียงเขาดูรำคาญใจถึงขีดสุด
"ฉันไม่ดื่มเหล้าค่ะ"
"ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล่ะ?! อะไรก็ได้ที่ใช้ฆ่าเชื้อได้!"
หลิงเวยกลืนน้ำลายดังอึก ก่อนจะวิ่งตึกๆ ออกไป แล้วรีบหยิบขวด "จิ๊กโฉ่ว" มายื่นให้เขา...
บ้าเอ๊ย! จิ๊กโฉ่วเนี่ยนะจะเอามาล้างแผลได้?
เขาโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แทบอยากจะซัดเธอให้คว่ำด้วยหมัดเดียว!
ให้ตายเถอะ! แทนที่จะตายเพราะลูกปืน เขาเกือบจะอกแตกตายเพราะยัยผู้หญิงคนนี้แทน!
ใบหน้าของชายหนุ่มซีดจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ดวงตาดำขลับหรี่ลงเพราะความเจ็บปวด เส้นผมหยักศกสุดเท่แทบจะตั้งตรงด้วยความโมโห...
เขาลุกขึ้น ยืนโงนเงนเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหยิบของที่ต้องการ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
เขากำกรรไกรไว้แน่น ตัดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดออก
เขาพยายามถอดมันออกอย่างยากลำบาก แล้วโยนทิ้งลงบนพื้นแบบไม่ใส่ใจ
หลิงเวยเดินตามเขามาที่ห้องน้ำ ทันใดนั้นแผ่นอกเปลือยเปล่าของผู้ชายก็ปะทะเข้ากับสายตาของเธออย่างจัง!
เธอเบิกตากว้างโดยสัญชาตญาณ... และจ้องมองอยู่อย่างนั้น