บทที่ 2 กลิ่นอายอันตรายกับชายปริศนา
เธอเบิกตากว้างแล้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที
กวาดสายตามองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย
เธอโยนปากกาทิ้ง สะบัดผ้าห่มบางๆ ออก เท้าเรียวเหยียบลงบนพื้น มือเอื้อมไปหยิบไม้เบสบอล
ทว่าในขณะที่มือยังค้างอยู่กลางอากาศ จู่ๆ เสียง “แป๊ก!” ก็ดังขึ้น ไฟดับพรึบ!
ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้าหาเธอ
หลิงเวยตกใจกลัวจนตาค้าง
มือที่ร้อนผ่าวข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ
“อย่าส่งเสียง!” น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับใช้มืออีกข้างปิดปากเธอไว้ ร่างกายที่หนักอึ้งกดทับตัวเธอลงกับพื้น
ลมหายใจร้อนๆ รินรดบนใบหน้า
เคล้าไปด้วยกลิ่นเหล้าที่รุนแรง
“อื้อๆ—” หลิงเวยถูกปิดปากจนส่งเสียงไม่ได้แม้แต่คำเดียว ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองเขาด้วยความหวาดกลัว
ท่ามกลางความมืดมิดเธอมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด รู้เพียงว่าโครงหน้าของเขาดูหล่อเหลาและแฝงไปด้วยความเย็นชาอันโดดเดี่ยว
แถมดวงตายังดำขลับเป็นประกายและเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน!
เขาเป็นใคร? ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย!
แล้วเข้ามาได้ยังไง? ที่นี่มันชั้น 15 นะ!
หลิงเวยตกตะลึง!
เขาโดดจากดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามเข้ามาที่ระเบียงงั้นเหรอ? เมื่อกี้เหมือนเธอจะเห็นเขาเหินข้ามมาจากฝั่งโน้น
ระยะห่างระหว่างตึกสองหลังมันกว้างตั้งสามเมตรกว่าเลยนะ!
หมอนี่ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว ไม่รักชีวิตหรือไง!
ชายหนุ่มหลุดเสียงครางในลำคอออกมาเบาๆ เห็นได้ชัดว่าแผลถูกกระทบกระเทือน กลิ่นคาวเลือดเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลิงเวยรู้สึกว่าเสื้อผ้าแถวๆ ซี่โครงเริ่มเปียกชุ่มจนแนบติดไปกับตัว
อีกอย่าง กลิ่นเลือดบนตัวเขาแรงมาก... เขาคงไม่ได้กำลังถูกใครไล่ล่าอยู่ใช่ไหม?
“อื้อๆ—” ยิ่งคิดหลิงเวยก็ยิ่งกลัว!
เธอพยายามจะยกขาถีบเขา แต่เขากลับไหวตัวทัน ใช้เรียวขาที่ยาวและทรงพลังหนีบขาของเธอไว้แน่น
มือที่ร้อนระอุของเขาพันธนาการมือเล็กๆ ทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ จนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลยสักนิด
ในค่ำคืนฤดูร้อนที่เธออาศัยอยู่คนเดียว เธอจึงใส่เพียงเสื้อสายเดี่ยวสีดำตัวเล็กกับกางเกงขาสั้น
ในตอนที่ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันแบบนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากตัวเขา และกล้ามเนื้อแขนที่แน่นตึงซึ่งกำลังกดทับอยู่บนหน้าอกของเธอ
เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิตอยู่สองสามครั้ง
เขากดร่างเธอไว้แล้วดุเสียงต่ำอย่างรำคาญ “บอกว่าอย่าส่งเสียง!”
ทันใดนั้น หลิงเวยรู้สึกถึงของแข็งที่เย็นเยียบชิ้นหนึ่งจ่ออยู่ที่เอว
มันคือปืน!
คนคนนี้มีปืน!
หัวใจของหลิงเวยกระตุกวูบ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังทันที
เธอกลัวจนต้องหดตัวลีบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมาจากอก
“อย่าขยับซี้ซั้ว!” ดวงตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของชายหนุ่มเต็มไปด้วยอำนาจข่มขวัญคนมอง
ดวงตาของเขาเป็นประกายมาก ราวกับดวงดาวทั้งหมดบนท้องฟ้าร่วงหล่นลงมาอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น
ผิวที่ร้อนจัดของเขาแนบสนิทกับตัวเธอ
ถึงแม้เขาจะตัวร้อนจนน่าตกใจ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายฆ่าฟันที่น่าสยดสยองแผ่ออกมาจากตัวเขา!
“อื้อๆ ...” เธอพยายามพยักหน้าถี่ๆ
“ฉันไม่ขยับ... แล้วก็จะไม่ร้องด้วย คุณไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าสิ อย่ามา... ทำฉันซวยไปด้วย!” เธอพูดตะกุกตะกักอยู่ในลำคอ แต่เขาก็ฟังเข้าใจ
ชายหนุ่มหรี่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นลงเล็กน้อย แล้วจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง
เห็นได้ชัดว่าเขาประหลาดใจกับปฏิกิริยาของเธออยู่บ้าง
กลางดึกขนาดนี้ ถูกผู้ชายแปลกหน้าจับตัวไว้ แต่ยังสามารถรับมือได้อย่างมีสติ ถือว่าไม่เลวเลย
ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส ดูใสซื่อราวกับหยาดน้ำ และส่องสกาวเหมือนดวงดาวภายใต้แสงจันทร์
ดวงตาคู่นี้สวยเหลือเกิน ดูคล้ายดอกท้อที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ดูทั้งซุกซนและมีเสน่ห์เย้ายวนในเวลาเดียวกัน
“ปล่อยฉันเร็วเข้า!”
ชายหนุ่มจ้องมองเธอ แววตาที่เย็นเยียบนั้นดูลุ่มลึกราวกับกำลังใช้ความคิด
แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง นัยน์ตาที่เฉียบคมและน่าเกรงขามของเขากลับเริ่มพร่ามัว
ความต้องการบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นขณะที่เขาจ้องมองเธอ เขาพยายามสะบัดศีรษะอย่างแรงจนความพร่ามัวหายไปและกลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง
ทว่าไม่ถึงสองวินาที ดวงตาของเขาก็เริ่มเหม่อลอยอีกรอบ ร่างกายเริ่มกระสับกระส่ายและร้อนรุ่ม
“อื้อๆ—” หลิงเวยรู้สึกถึงความผิดปกติของเขา เธอทั้งถีบทั้งเตะและดิ้นรนสุดชีวิต ในใจก็ได้แต่สบถด่า...
ไอ้บ้าเอ๊ย! ไอ้หมอนี่โดนวางยาปลุกเซ็กส์มาหรือเปล่าเนี่ย?!