บท
ตั้งค่า

บทที่ 34 กฎของมันก็คือ

พรีมยืนนิ่ง สมองของเธอประมวลผลอย่างหนัก หลังได้ยินประโยคนั้นจากผู้จัดการ และเมื่อรับรู้ว่าไม่สามารถปฏิเสธหรืออ้างได้ การเต้นของหัวใจจึงคร่อมจังหวะทันที

“ยังไงนะคะ จะให้พรีมไปห้องวีไอพีเหรอ”

เธอไม่เคยไปสักครั้ง ตลอดเวลาที่ทำงานมาจะอยู่แค่โซนข้างล่างที่มีโซฟานั่ง จุดนั้นก็ถือว่ามัดรวมแขกกระเป๋าค่อนข้างหนักหลายกลุ่ม ส่วนห้องวีไอพีถ้าไม่ใช่คนที่เปิดแพ็กเกจเปิดเมมเบอร์ก็ไม่สามารถเข้าใช้ได้ เว้นก็แต่จะมาในฐานะแขกของเจ้าของ แน่นอนว่าพรีมเพียงได้ยินมา แต่ยังไม่เคยได้รับมอบหมายให้เขาไปสักครั้งเลย

นับเป็นครั้งแรกก็คือครั้งนี้

“ใช่ ไม่มีคนแทน ปกติจะเป็นพวกนั้น แต่วันนี้ถูกแขกประจำเรียกไปนั่งดื่มกันทุกคน เหลือแค่เรานี่แหละ”

“ละ แล้ว..ทำไมน้ำหวานโดนไล่ออกซะล่ะ”

ด้วยความสงสัยหญิงสาวจึงเอ่ยถาม ทว่าอีกฝ่ายกลับทำหน้าลำบากใจกลับมา

“พี่เองก็รู้ไม่รายละเอียด รู้แค่เฮียนอร์ธแกไม่พอใจอะไรสักอย่างนี่แหละ ก็เลยไล่ออก..”

“ฮะ..”

“เออน่ะ อย่ารู้เลย รู้น้อยก็ดีกับตัวเอง ไปเถอะ..ช่วยพี่หน่อย”

ไม่พูดเปล่า มือหนาดันไหล่เล็กเบาๆด้วย ทว่าพรีมฝืนเอาไว้ ขมวดคิ้วส่งสีหน้าวิตกกังวลกลับไป

“จะดีเหรอพี่ ถ้าพรีมทำเฮียแกไม่พอใจอีกคนล่ะ จะไม่โดนเหมือนน้ำหวานเอาเหรอ”

“โอโห...” เคจิ้ปากขัดใจ พลางเท้าเอวสอบ “ก่อนจะกังวลว่าจะถูกไล่ออกเรื่องส่งเราไปเนี่ย ช่วยกังวลว่าถ้าไม่ไปหรือไปช้ากว่านี้จะถูกไล่ออกดีกว่าไหม..ห๊ะ ยัยน้อง! เร็ว..มัวแต่ถามอยู่นั่น”

ร่างเล็กถูกดุนแผ่นหลังอีกครั้ง ให้เดินไปยังห้องวีไอพีที่เขาว่า เนื่องจากตอนนี้ไม่มีคนชงเหล้า คราวนี้สาวเจ้าหัวเราะแห้ง ยอมเดินไปแต่โดยดี

“แฮะๆ ค่ะๆ โอเคค่ะ”

ส่วนเคยืนมองตามอยู่ข้างหลัง ก่อนจะเสยผมลวกๆด้วยความหงุดหงิด

“จะบ้าตายรายวัน เฮ้อ!!”

เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ลูกค้าเยอะจริงๆ และพนักงานก็ขาดคน นักดนตรีก็ลา แถมเจ้าของผับอยู่ครบ หากพรีมยังดื้อดึง มัวแต่ถาม เขาไม่ตายวันนี้ก็เลี้ยงไม่โตแล้วมั้ง

.

สุดท้ายพรีมก็ต้องทำอย่างที่ผู้จัดการสั่ง เธอเดินนวยนาดขึ้นมายังโซนห้อง VVIP ทันทีที่ก้าวผ่านประตูหนา เสียงเบสกระหึ่มจากโซนด้านล่างที่คุ้นเคยก็เบาลง เปลี่ยนเป็นเสียงบีทเบาๆที่เปิดคลอแทน บรรยากาศที่เคยสัมผัสก็แตกต่าง ที่นี่มีกลิ่นอายของความรวยอย่างชัดเจน จากกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเหล้าหก กลิ่นควันบุหรี่ กลายเป็นกลิ่นสะอาดจากน้ำหอมแบรนด์เนม กลิ่นเครื่องหนังแท้ของโซฟาและกลิ่นซิการ์อบอวลเพียงจาง

สองมือประคองถาดเครื่องดื่มราคาแพงชื้นเหงื่อเพราะกลัวว่าจะทำตก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามสลัดความวุ่นวายที่เคยเจอมาตลอด เธอคิดว่าประโยชน์ของมันตอนอยู่จุดนั้นคือการไม่ต้องโฟกัสกับสิ่งใด ความวุ่นวายสร้างอีกตัวตนของเธอ พาให้เธอหายกลัว เพราะมันได้บังคับให้เธออยู่ในบริบทนั้น ต่างจากบรรยากาศตอนนี้ เธอรู้ว่าเพียงแค่ขาเรียวเท้าเล็กนี้ผ่านธรณีประตู เธอ..จะกลายเป็นจุดเด่นและตัวแปรสำคัญขึ้นมาทันที ซึ่งมันจะไม่ประหม่าเลย หากคนที่เธอกำลังจะดูแลนั้นคือ...นอร์ธ

ผู้ชายที่มีปัญหากับเธอมากที่สุดในตอนนี้ เป็นบุคคลที่ชอบทำให้เธองง และนึกสงสัยในการกระทำในบางที ให้เก็บไปคิดก่อนนอนอยู่บ่อยครั้งว่า เขาคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่ ระหว่างมีน้ำใจ กับเอาแต่ใจอะไรมีมากกว่ากัน บางทีเขาก็ดีกับเธอ แต่บางทีเขาก็ดูเย็นชา

“เอาวะ..”

พรีมเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจใช้ข้อศอกดันประตู

ทันทีที่ดันเข้าไปจนร่างเล็กสอดแทรกเข้าไปได้ ไอเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศก็พุ่งเข้ามากระทบผิวเนียน กลิ่นหอมจางๆจากน้ำหอมที่คุ้นเคยตีกับอีกกลิ่นที่คุ้นเคยกว่าและซิการ์โชยมาแตะจมูก หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบ รู้สึกหายอึดอัดขึ้นมาหน่อยที่ห้อง VVIP แห่งนี้กว้างขวางและค่อนข้างเงียบ มีเพียงเสียงบีทที่เปิดคลอให้ได้ยินอยู่เบาๆเท่านั้น

ตอนนั้น สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะกับสีสลัวที่ซ่อนอยู่ทุกมุมห้อง ก่อนที่มันจะสะท้อนเข้ากับกระจกบานทึบ พอมองทะลุไปก็จะเห็นผู้คนโซนล่างดิ้นรนกันประหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในตู้ปลา

ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของพรีมดิ่งวูบเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะก็คือ..นอร์ธ ร่างสูงที่นั่งเหยียดขาอย่างผ่อนคลาย แขนข้างหนึ่งพาดอยู่บนพนักพิง ท่าทางเต็มไปด้วยอำนาจ ตรงข้ามเขาคือผู้ชายอีกคน ที่พรีมเพิ่งจะวิ่งหนีมาก่อนหน้านี้

ทำไม..หมอนี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แถมนั่งอยู่กับเจ้านายเธออีก

“เอ่อ..”

“ทำไมเป็นเธอ?”

เดินเข้าไปไม่ทันได้หยุดยืนอยู่กับที่ดี คำถามนี้ก็ถูกพุ่งล็อคเป้า หญิงสาวขมวดเล็กน้อย เธอเลือกที่จะวางถาดในมือลงก่อน ถึงจะตอบ

“พี่เคให้มาค่ะ บอกว่าขาดคน”

แต่ดูเหมือนว่าคิ้วหนาของอีกคนจะยุ่งเหยิงกว่า มันชนกันยับเยินจนเธออยากจะเรียกกู้ภัย ไม่ใช่แค่คนเดียว พอเธอลากสายตาไปยังแขกอีกคนก็พบว่าเขาเองก็ขมวดคิ้วอยู่เช่นกัน

ก็แหงสิ..เป็นเธอก็คงแปลกใจ เมื่อกี้ยังใส่ชุดนักศึกษา ตอนนี้อยู่ในชุดเดรส

“เสือกจริงๆ”

เขาพึมพำที่อาจจะให้ได้ยินแค่ตัวเอง แต่เพราะบรรยากาศที่เงียบทำให้เธอได้ยินด้วย ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไม่คิดว่าเขาจะพูดคำหยาบ

“เป็นเรื่องเข้าใจผิดเหรอคะ...ถ้างั้นพรีมลงไป..”

“ไม่ต้อง!” เท้าเล็กหยุดชะงัก จากที่เตรียมถอยหลังและก้าวเดิน ถือโอกาสนั้นออกจากตรงนี้ กลายเป็นต้องเก็บพับไว้ ด้วยเสียงห้วนๆของเขา เธอหันขวับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมพร้อมริมฝีปากที่เม้มสนิท “มาแล้วก็มาสิ อะไรของเธอ”

ไม่น่าเชื่อแค่ประโยคสั้นๆที่ตำหนิ จะให้เธอหน้าชาได้ขนาดนี้ หญิงสาวรู้สึกอับอายเมื่อถูกเขาตวาดใส่ ยิ่งตอนลากสายตาไปมองอีกคน ก็ยิ่งร้อนผ่าว รายนั้นแทบไม่ละสายตาไปจากเธอเลย

“ขอโทษค่ะ”

ริมฝีปากของพรีมยังคงเม้มอยู่เหมือนเดิม แถมอาจจะแน่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อรังสีของคลื่นกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้อง นอร์ธหันมามองเธออีกครั้งก่อนขมวดคิ้ว

“เธอ..ยังไม่เคยมาที่นี่?”

หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขาโดยตรง ก่อนจะเร่งก้มงุดเมื่อสายตาของเขาที่ส่งมานั้นดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

“ชะ ใช่ค่ะ..”

น้ำเสียงของเธอขาดห้วง เพราะภายใต้คำถามของเขาเธอรู้สึกว่าเขากำลังจับผิดกันอยู่

“งั้นแสดงว่ายังไม่รู้กฎเหล็กของการทำงานในห้องนี้ ถ้านี่เป็นแขก ไม่ใช่ฉัน ยืนค้ำหัวกันแบบนั้นมันไม่ดีหรอกนะ”

ฟุ่บ!

หญิงสาวรีบคุกเข่าเลยทันที ท่ามกลางการมองอยู่และทึ่งอยู่ของฌาน แก้วในมือเขาชะงักทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พลางลากสายตามายังเธอ แล้วหัวเราะในลำคอ หญิงสาวเห็นท่าทีเข้าถึงกับแก้มร้อนผ่าว เธอเข้าใจว่าณานกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ และนอร์ธก็คือจุดกำเนิดของเรื่องนี้ ถึงได้ช้อนตามาจ้องเขม็งอย่างเคียดแค้น ทว่า..

“การสบตาแขกก็ด้วย กฎของมันก็คือ ห้ามสบตาแขกตรงๆ”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ภายในดวงตาของเธอก็ไหววูบทันที ความร้อนผ่าวบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นชาวาบ ที่ไม่ได้แค่แล่นอยู่ตรงแก้ม แต่ชอนไชอยู่ทุกสัดส่วนทั่วร่างกาย หญิงสาวทำท่าจะอ้าปาก แต่ลืมไปว่าเขาคือเจ้านายไม่สิทธิ์จะเถียงเขา จึงทำได้แค่ก้มลง เพื่อหลบตา

“ขอโทษค่ะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel