บทที่ 32 จำได้แล้ว
“ทำไมเป็นเธอ?”
เดินเข้าไปไม่ทันได้หยุดยืนอยู่กับที่ดี คำถามนี้ก็ถูกพุ่งล็อคเป้า หญิงสาวขมวดเล็กน้อย เธอเลือกที่จะวางถาดในมือลงก่อน ถึงจะตอบ
“พี่เคให้มาค่ะ บอกว่าขาดคน”
แต่ดูเหมือนว่าคิ้วหนาของอีกคนจะยุ่งเหยิงกว่า มันชนกันยับเยินจนเธออยากจะเรียกกู้ภัย ไม่ใช่แค่คนเดียว พอเธอลากสายตาไปยังแขกอีกคนก็พบว่าเขาเองก็ขมวดคิ้วอยู่เช่นกัน
ก็แหงสิ..เป็นเธอก็คงแปลกใจ เมื่อกี้ยังใส่ชุดนักศึกษา ตอนนี้อยู่ในชุดเดรส
“เสือกจริงๆ”
เขาพึมพำที่อาจจะให้ได้ยินแค่ตัวเอง แต่เพราะบรรยากาศที่เงียบทำให้เธอได้ยินด้วย ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไม่คิดว่าเขาจะพูดคำหยาบ
“เป็นเรื่องเข้าใจผิดเหรอคะ...ถ้างั้นพรีมลงไป..”
“ไม่ต้อง!” เท้าเล็กหยุดชะงัก จากที่เตรียมถอยหลังและก้าวเดิน ถือโอกาสนั้นออกจากตรงนี้ กลายเป็นต้องเก็บพับไว้ ด้วยเสียงห้วนๆของเขา เธอหันขวับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมพร้อมริมฝีปากที่เม้มสนิท “มาแล้วก็มาสิ อะไรของเธอ”
ไม่น่าเชื่อแค่ประโยคสั้นๆที่ตำหนิ จะให้เธอหน้าชาได้ขนาดนี้ หญิงสาวรู้สึกอับอายเมื่อถูกเขาตวาดใส่ ยิ่งตอนลากสายตาไปมองอีกคน ก็ยิ่งร้อนผ่าว รายนั้นแทบไม่ละสายตาไปจากเธอเลย
“ขอโทษค่ะ”
ริมฝีปากของพรีมยังคงเม้มอยู่เหมือนเดิม แถมอาจจะแน่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อรังสีของคลื่นกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้อง นอร์ธหันมามองเธออีกครั้งก่อนขมวดคิ้ว
“เธอ..ยังไม่เคยมาที่นี่?”
หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขาโดยตรง ก่อนจะเร่งก้มงุดเมื่อสายตาของเขาที่ส่งมานั้นดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
“ชะ ใช่ค่ะ..”
น้ำเสียงของเธอขาดห้วง เพราะภายใต้คำถามของเขาเธอรู้สึกว่าเขากำลังจับผิดกันอยู่
“งั้นแสดงว่ายังไม่รู้กฎเหล็กของการทำงานในห้องนี้ ถ้านี่เป็นแขก ไม่ใช่ฉัน ยืนค้ำหัวกันแบบนั้นมันไม่ดีหรอกนะ”
ฟุ่บ!
หญิงสาวรีบคุกเข่าเลยทันที ท่ามกลางการมองอยู่และทึ่งอยู่ของฌาน แก้วในมือเขาชะงักทันทีที่ได้ยินแบบนั้น พลางลากสายตามายังเธอ แล้วหัวเราะในลำคอ หญิงสาวเห็นท่าทีเข้าถึงกับแก้มร้อนผ่าว เธอเข้าใจว่าณานกำลังหัวเราะเยาะเธออยู่ และนอร์ธก็คือจุดกำเนิดของเรื่องนี้ ถึงได้ช้อนตามาจ้องเขม็งอย่างเคียดแค้น ทว่า..
“การสบตาแขกก็ด้วย กฎของมันก็คือ ห้ามสบตาแขกตรงๆ”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ภายในดวงตาของเธอก็ไหววูบทันที ความร้อนผ่าวบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นชาวาบ ที่ไม่ได้แค่แล่นอยู่ตรงแก้ม แต่ชอนไชอยู่ทุกสัดส่วนทั่วร่างกาย หญิงสาวทำท่าจะอ้าปาก แต่ลืมไปว่าเขาคือเจ้านายไม่สิทธิ์จะเถียงเขา จึงทำได้แค่ก้มลง เพื่อหลบตา
“ขอโทษค่ะ”
บรรยากาศรอบตัวพลันร่วงดิ่ง ไม่ใช่แค่พรีมที่อึดอัด แต่เป็นฌานด้วยที่นั่งมองเหตุการณ์นั้นเงียบๆแล้วรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา เขาวางแก้วในมือลง กะจะช่วยเธอ แต่นอร์ธที่เห็นว่าวิสกี้ในแก้วของน้องชายเพื่อนหายไปจนเกือบจะถึงก้น จึงเกิดอยากจะแกล้งเธอขึ้นมา
“รินเหล้าสิ”
เสียงทุ้มเรียกให้พรีมช้อนตาขึ้นมาอีกครั้ง พอเห็นเขาพยักหน้าไปทางแก้วเหล้าของอีกคน เลี่ยงไม่ได้ที่จะสบตาเขา ฌานที่เหมือนจะโทษตัวเองอยากจะยื่นมือบอกว่าไม่ต้อง เขาจะรินเอง ก็เกิดอีโก้ขึ้นมา ทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเสียดื้อๆ
ร่างที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพรม ทว่าความนุ่มของพรมไม่ได้ช่วยให้เธอผ่อนคลาย ค่อยๆคลานเข่าเอื้อมมือไปหยิบแก้วนั้น มือที่สั่นพยายามประคองขวดเหล้า จังหวะที่เธอพยายามจะคีบน้ำแข็งใส่แก้วของฌาน จังหวะนั้นรังสีกดดันที่แผ่ออกมา ทำมือไม้อ่อนปล่อยน้ำแข็งหลุดลงไปในแก้ว กระทบกระเบื้องเสียงดังแกร๊ง จนทั้งห้องเงียบกริบ
เธอหลับตาปี๋ ลำคอแห้งผาก ความตกใจทำให้เผลอเงยหน้าขึ้นมองเขา
“อ่า..”
แต่ไม่ทันที่เธอจะถูกเขาพิพากษา คนตรงข้ามกลับเอาตัวเองเข้ามาขวางกั้นซะก่อน
“จำได้แล้ว..” โดยหารู้ไม่ว่า นั่น..ไม่ได้ส่งผลดีต่อเธอเลย “เธอ..คนที่โหนรถเมล์แล้วเซมาชนใช่ไหม”
