บท
ตั้งค่า

บทที่ 17 คืนฝนตก

หลังจากพรีมเก็บกวาดห้องเสร็จ เธอก็ออกมานั่งรับลมที่ระเบียง ในใจตอนนี้คิดถึงหม่าล่าหน้ามอ และน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยเป็นที่สุด รู้สึกว่าไม่ได้แวะไปกินหลายวันแล้ว สาเหตุไม่ใช่เพราะเงิน แต่เพราะกลัวพวกนั้นจะดักรอ เธอถึงได้นั่งเซ็ง มีความเงียบเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้

ดวงตาคู่สวยจ้องมองออกไปสุดลูกหูลูกตา ถัดจากหลังคาบ้านชั้นเดียวหลายหลังก็เป็นถนน ทั้งสายรองสายหลักเต็มไปหมด วุ่นวายด้วยรถราวิ่งสวนกันกวักไขว่ พลางถอนหายใจออกมา คลำหาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมส์ เพื่อคั่นเวลาก่อนจะลงไปหาอะไรกินแถวผับ

ครืด...ครืด...

ทว่ายังไม่ทันได้เล่น โทรศัพท์ในมือกลับสั่นสะเทือนซะก่อน

+ต้า+

อาจเพราะเพื่อนสนิทเป็นฝ่ายโทรมาเองเธอถึงได้ยิ้ม ปกติเธออยากคุยมากแต่ไม่กล้าโทรก่อน เพราะเกรงใจ

“ฮัลโหลต้า”

(แกอยู่ไหนอ่ะ มาที่ห้องไม่เห็นเจอ ออกไปข้างนอกเหรอ)

ตายล่ะหว่า..

ลืมไปเลยว่าเพื่อนของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้

“เอ่อ.. ทำไมเหรอ แกมีอะไร”

(จะชวนไปหาอะไรกินอะดิ วันนี้มีตลาดเปิดท้าย อยากกินโรตีกับหม้อไฟ)

“แต่ว่า..”

(แกอยู่ข้างนอกใช่ปะ ตรงไหน ไกลไหมอะ เดี๋ยวฉันไปรับ เอารถพ่อมา)

ตาต้าหมายถึงรถยนต์คันเก่าของพ่อ ที่มักจะจอดทิ้งไว้ที่บ้าน เพราะพ่อของเธอเกษียณแล้ว พอไม่ต้องออกไปทำงานก็ไม่ค่อยได้ขับ ส่วนเธอถ้าพ่อไม่ได้มารับมาส่งก็โหนรถเมล์ซะส่วนใหญ่

“มะ ไม่ไกล อยู่ซอยถัดไปนี่แหละ”

(ไปทำไรอะ? ...แล้วเสร็จรึยัง)

“ทำไมถึงไม่ถามว่าอยากไปด้วยหรือเปล่า”

(ไม่ได้จ้า ฉันโทรไปชวน แกก็ต้องไป ห้ามปฏิเสธ)

พรีมคว่ำปากให้กับปลายสาย พลางส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดลำลองแสนจืดชืดอีกที

“อือ ไปก็ไป.. รอหน้าปากซอยนะ แกขับมาเดี๋ยวก็เห็น”

เธอไม่ได้จะไปยืนตระหง่านเป็นเป้าหรอก ความหมายของเธอคือถ้าเธอเห็นรถตาต้า จะเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วโทรศัพท์ก็ถูกวาง ร่างเล็กเดินออกไปพร้อมกับย่ามสีขาวเป็นงานถักจากแฮนด์เมด และไม่ลืมที่จะหยิบคีย์การ์ดไปด้วย แต่พอเปิดประตูเท่านั้นแหละกลับต้องยืนตัวแข็งทื่อ

เพราะแขกตรงทางเดินสี่คนก่อนหน้านี้ยังคงอยู่ แถมหันมามองเธอเป็นตาเดียว

“อ๋อ..อยู่ห้องนี้เองเหรอ”

นั่นคือเสียงน้ำหวาน หญิงสาวหันไปมองตามเสียง ก่อนคิ้วบางจะขมวดเข้าหากัน ทำไมจะดูไม่รู้ว่าหล่อนไม่ชอบเธอ และยิ่งเรื่องทะลึ่งไปซ้อนท้ายคนที่หล่อนอุตส่าห์ออกปากห้ามยุ่งด้วยอีก ก็คงยิ่งทวีคูณความหมั่นไส้เข้าไปใหญ่

แต่เธอไม่ผิดนะ เขาคนนั้นบังคับเธอ แม้จะไม่มีปืนมาจ่อหัว แต่มันไม่ต่างกัน เธอกลัวหรอกถึงได้ยอมมากับเขา อีกอย่างจังหวะนั้นกำลังเสียขวัญอยู่พอดี ไม่มีสมองให้คิดวิเคราะห์ รู้ตัวอีกทีคืออยู่บนเบาะรถเขาแล้ว ยังงงอยู่เลยว่าเบาะสูงขนาดนั้นปีนขึ้นไปได้ยังไง

“ใช่..”

พรีมพยักหน้า เธออยากถามว่าพวกหล่อนย้ายมาอยู่ตึกนี้ได้ไง ก็กลัวว่าคำถามนั้นจะถูกมองเป็นอีกแบบ จึงได้แต่พับความอยากรู้นั้นเก็บไว้ และใช้จังหวะตอนทุกคนเงียบ หันไปปิดประตู แล้วหันกลับมาส่งยิ้มบางๆให้คนที่คิดว่าถ้าทำแบบนั้น จะถูกทำกลับมาอย่างแน่นอน นั่นคือ..กล้วย กับฝัน ส่วนจีนกับน้ำหวานสะบัดหน้าหนี

ช่างปะไร!

ร่างเล็กถอนหายใจพรืดเดินออกมายังลิฟต์

ติ๊ง!

.

.

ด้านของนอร์ธ

สองทุ่มเศษ

เสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์คันใหญ่ดังสนั่นไปทั่วถนนยามค่ำคืน นอร์ธในชุดหนังสีดำสนิทก้มตัวแนบกับถังรถ สายตาคมกริบภายใต้หมวกกันน็อกเต็มใบจับจ้องไปยังท้องถนนเหยียดยาวนั้น

หลังจากเรียนจบเขาเผชิญกับมรสุมชีวิต จากการตายของพ่อจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ชนวนเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นมือปืนเต็มตัวและตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปหาหัวหน้าแก๊งมาเฟีย หนึ่งในผู้มีบุญคุณที่เคยยื่นมือเข้าช่วย เพื่อรับงานใหญ่อีกครั้ง

บิ๊กไบค์คันดุจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หรู ร่างสูงก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางนิ่งขรึม การเข้าพบหัวหน้าในครั้งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน

“คุณนอร์ธมาแล้วครับนาย”

ประตูบานหรูถูกดันแยกออกด้วยมือของการ์ด เขาทักทายพวกการ์ดด้วยการก้มศีรษะและส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะไปก้มต่ำลงกว่าเดิมอีกทีก็ตอนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเมฆา หัวหน้าแก๊ง THE APEX

“นั่งสิ” จากนั้นก็ทำตามอย่างที่เขาว่าคือหาที่นั่ง พอนั่งซองสีน้ำตาลก็ถูกยื่นมาให้ “ฆ่ามันซะ”

พร้อมกับคำสั่งที่ไม่มีการเกริ่นก่อน

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel