บท
ตั้งค่า

บทที่ 15 ภาพติดตา

นอร์ธเดินหิ้วหมวกกันน็อคเต็มใบเข้ามาในผับ ระหว่างที่เจอกับน้องๆ เขาก็ยังคงทักทายปกติด้วยการส่งยิ้มบางๆไปให้ หากแต่ไม่ได้แสดงท่าทีว่าสนิทกับใครเป็นพิเศษ นั่นเป็นสิ่งที่เขาทำอยู่เป็นประจำในกรณีเดินผ่านน้องๆผู้หญิง เด็กในที่ทำงาน แต่หากเป็นผู้ชายจะอีกแบบนึง ส่วนมากจะพยักหน้าทักทาย หรือสนิทมากกว่านั้นก็จะมีการกอดคอพากันเดินอาทิเช่นเค..ผู้จัดการ คนๆนี้ถูกดึงเข้ามาทำงานเพราะเขา คล้ายกับว่าบุญคุณกันอยู่ เคถึงได้เกรงใจนอร์ธเป็นพิเศษ

ภาพนี้เป็นที่ประจักษ์จนทุกคนชินตา ยกเว้นวันนี้ที่เขามีพรีมซ้อนท้ายมาด้วย นั่นเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของเขา รายนั้นไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ซ้อนท้าย แม้ว่าชื่อเสียงด้านมืดของเขาจะชอบเคลมผู้หญิงก็ตาม

คนที่รู้ดีจะเรียกสิ่งนี้ว่า...เช็คของ

“สวัสดีค่ะเฮียนอร์ธ”

“ครับ”

“หวัดดีเฮีย”

“ครับ”

ซึ่งไม่แปลกเพราะเขาเองก็ยังงุนงงกับตัวเอง ว่าทำไมต้องชวนเธอขึ้นรถมาด้วย ทั้งที่เธอก็เดินมาก็ได้

เขาพลาดอย่างแรง และนี่แหละที่ทำให้เขาหงุดหงิด

.

ประตูบานกระจกห้องทำงานของปานวาดถูกผลักพรวดพราดเข้ามาโดยร่างสูง ทันทีที่เจ้าของซึ่งกำลังคิ้วขมวดให้กับเอกสารที่วางเกลื่อนเต็มโต๊ะ พอเห็นหน้าของเขาเหมือนจะขมวดเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า

นอร์ธวางหมวกกันน็อคที่ถือติดมือลงบนโต๊ะที่ว่าง จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งข้างๆ แทนที่จะเป็นเก้าอี้ ก้านนิ้วแกร่งด้านขวาเคาะลงบนพื้นผิวกระจกหนาทึบ

“พี่สะใภ้ครับ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าเมื่อคืนผมให้พี่เอาเด็กคนนั้นออกไปแล้วไม่ใช่หรือ”

ปานวาดเหลือบตาขึ้นมามองเพียงแวบพลางถอนหายใจ ว่าแล้วเชียวเขาต้องมาด้วยเรื่องนี้

“สงสารน้องมัน พี่ทำไม่ลง”

“แล้วตอนนี้พี่ย้ายไปอยู่ไหน”

ปากกาในมือบางถูกวางลง กลีบปากสวยเคลือบไปด้วยลิปสติกสีแดงฉ่ำวาวยักโค้งขึ้น ดวงตาคู่สวยแต่เฉี่ยวเหลือบมองคนถาม

“ก็เห็นมาด้วยกัน ไม่ได้ถามรึไง”

แน่นอนว่ามันทำคนตัวสูงในคราบเสื้อหนังสีดำสนิทชะงัก คิดไม่ถึงว่าปานวาดจะตาไวขนาดนี้ มองเห็นรถที่วิ่งเข้ามาของเขา ทั้งที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีจากปากทางเข้าสู่ลานจอดรถ

นอร์ธทำเสียงเฮอะ เบือนหน้าไปทางอื่น นั่นยิ่งทำให้ร่างเล็กส่ายศีรษะอย่างรู้ทัน

“เจ้มีกล้องวงจรปิดที่ตารึไง”

“จะว่าฉันเสือกก็พูดมาเหอะ..ทำไม? สนใจน้องเหรอ”

ทันทีที่คำถามนี้หลุดออกไป ความเงียบก็เข้าปกคลุม ร่างสูงตรงหน้าขมวดคิ้วเข้าหากัน และก้มหน้าลงมองนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะของตัวเอง ราวกับกำลังถามตัวเองต่อ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกสุด

“ก็แค่เคย”

“ถามจริง?”

“อืม...”

กระโดดลงมายืนเต็มความสูง พลางบิดขี้เกียจ ไม่ลืมหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาถือไว้ กะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องไป ทว่าคำพูดของปานวาดกลับฉุดรั้งเขา

“น้องโดนตามล่า เห็นว่าหนี้ของพี่ชาย ที่มาทำงานแบบนี้ ก็เพราะพี่ชายหาเลี้ยงตัวเอง แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ไปไหนไม่รู้”

ร่างสูงชะงัก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เขาไม่ได้ติดใจเรื่องหนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้รู้แล้ว ที่ติดใจคือ...

“ยัยนั่นมีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”

ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย

.

.

ด้านของพรีม

หลังจากหันหลังให้เสียงดนตรีที่เร้าใจ และบุหรี่ไฟฟ้าที่เธอโคตรไม่ชอบเอาเสียเลยนั้น ความโดดเดี่ยวก็เข้ามาปกคลุม เนื่องจากการอยู่บนนี้ ห้องพักเปิดรองรับแขกแห่งนี้ ไม่ต้องถ่อมตน หรือแสร้งยิ้มเพื่อรับแขกในฐานะพีอาร์ จนต้องฝืนตลอดทั้งคืน ก็สบายใจอยู่หรอก

ทว่าความเป็นจริงก็คือทิปจากงานแม่บ้านทำความสะอาดห้องพัก และดูแลความเรียบร้อย มันน้อยกว่ามาก น้อยเกินกว่าที่จะนำไปโปะหนี้ก้อนโตของพี่ชายให้หมดเร็วๆ แต่ละวันที่ผ่านไปก็จะมีดอกเบี้ยเพิ่มพูน หากเธอช้าจะกลายเป็นว่าต้นทบดอก

‘พวกนั้น..ถ่วงเวลาได้แค่ไม่กี่วัน อีกไม่นานมันก็จะมาอีก..รู้ใช่ไหม เป็นหนี้ก็ต้องใช้’

ประโยคนี้ทำให้มือที่กำลังจับผ้าเช็ดหัวเตียงของเธอสั่นเทา คนที่พูดเป็นเจ้าของแผ่นหลังกว้างดูน่าหลงใหลและคุ้นเคย พอได้ใกล้ชิดไปอีกขั้น ได้ยินเสียงของเขา บุคลิกและท่าทีตอนอยู่กับเธอ และสายตานิ่งสงบดูว่างเปล่า คล้ายมีแรงกดดันมากมายกดอยู่ เขาคล้ายความอึดอัดที่น่ายำเกรงทั้งที่ยังไม่ทันพูดอะไรเลย ส่วนเธอเปรียบเสมือนกระต่ายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าราชสีห์ ไม่จำเป็นต้องวิ่งให้เหนื่อย หากเขาต้องการขย้ำก็รู้แล้วว่าหนีไม่รอด สู้ยืนรอเจ้าป่าตัวนั้นตะปบให้ตายยังคุ้มกว่าเลย

.

ดูท่าทางในผับแห่งนี้ ไม่ใช่แค่แขกหื่นกาม หรือเพื่อนร่วมงานบางคนที่ทำให้เธอไม่สบายใจ ทว่า เขาก็เหมือนจะเป็นตัวอันตรายสำหรับเธอด้วย

ทำไงดี.. ถ้าอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก็ต้องใช้หนี้ก่อน..อย่างน้อยก็ดอกเบี้ยที่ค้างคาไว้ ส่วนจะหางานอื่นในตอนที่เธอยังเรียนหนัก ให้เลิกคิดไปได้เลย ละแวกนี้ไม่มีพาร์ทไทม์มารองรับเธอ ถ้าจะทำก็ต้องไปอีกไกล เธอไม่มีรถส่วนตัว และเมืองที่มีรถติดขนาดนี้ สำหรับคนที่ต้องทำเวลาอย่างเธอ จะเอาเวลาไหนเดินทาง

“เฮ้อ..”

แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว .

.

นอร์ธเดินเร็วเข้ามาในห้องพักส่วนตัวที่ซ่อนอยู่หลังผับ สถานที่ซึ่งเป็นทั้งออฟฟิศและที่ซุกหัวนอนในคืนที่เมาจนกลับบ้านไม่ไหว ร่างสูงถอดเสื้อหนังตัวนอกออก เหวี่ยงทิ้งลงบนโซฟา ก่อนทิ้งตัวลงนอนแผ่หลงกลางเตียง

ดวงตาคมกริบเบิกมองเพดานราวกับบนนั้นมีภาพสะท้อนย้อนไปยังอดีต ถึงได้เห็นภาพตัวเองในชุดนักศึกษาทั้งที่จบมานานหลายปีแล้ว

ภาพติดตาตรึงค้างอยู่ในใจคงหนีไม่พ้นภาพความทรงจำในช่วงชีวิตมหาลัยสมัยกิจกรรมรับน้อง โดยมีพรีมเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง

.

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel