บทที่ 7 ยาพิษในถ้วยชา 2
บทที่ 7 ยาพิษในถ้วยชา 2
คนทั้งสองนั่งอยู่ไม่นานก็ลากลับ ก่อนพ้นประตู หลินหว่านโหรวเหลียวกลับมามองพื้นใต้ตั่งแวบหนึ่ง ราวกังขาว่ายาถ้วยแรกอันตรธานไปอยู่แห่งใด
เย็นวันนั้น ชิงไต้สะกดรอยคนส่งยาไปจนถึงเรือนครัว นางกลับมาพร้อมเศษกระดาษเปียกที่เก็บได้จากกองขยะ
“เป็นใบจ่ายของเจ้าค่ะ ถูกฉีกออกเป็นสองซีก แต่ยังเห็นชื่อร้านเหอจี้กับตราเรือนใหญ่”
ซูเยว่ชิงนำสองชิ้นมาประกบเข้าด้วยกัน รายการด้านบนเขียนตังกุยกับหวงฉีตามปกติ ทว่ามุมล่างกลับมีรหัสปริมาณกับอักษรย่อสามตัว ตรงกับสมุนไพรสามขนานที่นางตรวจพบ ผู้สั่งซื้อลงชื่อคนครัว หากแต่ช่องผู้รับกลับมีรอยนิ้วประทับของหลัวหมัวหมัว
“คัดสำเนาไว้” นางบอก “ต้นฉบับเก็บรวมกับถ้วย”
ชิงไต้คัดลอกด้วยลายมือให้เหมือนที่สุด แม่นมเถียนเย็บสำเนาซ่อนไว้ในชั้นผ้าคาดเอวของซูเยว่ชิง ส่วนต้นฉบับผนึกลงช่องใต้พื้นกระดาน
สองวันต่อมา เซียวจิ้งเหิงกลับมายังเรือนสงบใจซึ่งกลายเป็นที่พำนักถาวรของนางในยามค่ำ เขาเพิ่งออกเวรติดต่อกันหลายวัน ใต้ดวงตาหมองคล้ำ
ซูเยว่ชิงไม่อ้อมค้อม นางวางสำเนาใบจ่ายของลงตรงหน้าเขา “ยาบำรุงที่ท่านแม่ส่งมาครั้งแรกมีหงฮวา หนิวซี และซานจา ปริมาณมากพอจะทำร้ายครรภ์ได้”
เซียวจิ้งเหิงกวาดตาอ่านกระดาษ “มีเพียงอักษรย่อ”
“ข้าตรวจจากกลิ่น รส และกากยา”
“ถ้วยยาอยู่ที่ใด”
นางมองเขา “หากข้านำออกมา ท่านจะให้คนกลางเป็นผู้ตรวจหรือไม่”
เขาขมวดคิ้ว “เจ้ายังคงสงสัยท่านแม่อยู่อีกหรือ”
“ข้าถามว่าท่านจะให้ตรวจหรือไม่”
“หมอเกาเป็นคนของร้านเหอจี้ บางทีอักษรย่ออาจหมายถึงสิ่งอื่น ยาบำรุงครรภ์หลายตำรับก็ใช้สมุนไพรที่เจ้าว่ามาในปริมาณน้อย”
“ข้ารู้ดีเรื่องปริมาณ”
“แต่เจ้าไม่ได้เห็นคนใส่ยากับตา”
ประโยคนั้นดับความหวังดวงน้อยในใจนางลงสนิท
ซูเยว่ชิงดึงสำเนากลับคืน “ท่านคิดว่าข้าปั้นเรื่องขึ้นเองหรือ”
“ข้าคิดว่าเจ้าระแวงจนมองทุกสิ่งเป็นภัยไปหมด” เขายกมือนวดหว่างคิ้ว “ท่านแม่เฝ้ารอหลานมาหลายปี นางจะทำร้ายเด็กไปเพื่อสิ่งใด”
“บางคนอยากได้เด็ก หากแต่ไม่อยากให้มารดาของเด็กมีอำนาจ”
“พอเถิด”
เซียวจิ้งเหิงลุกขึ้นยืน “ข้าจะสอบถามหมอเกาให้ แต่ห้ามเจ้ากล่าวหาท่านแม่กับหว่านโหรวโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัด”
“ข้าไม่เคยเอ่ยชื่อหลินหว่านโหรวเลยสักคำ”
เขาชะงักค้าง
ซูเยว่ชิงมองเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง “ผู้ที่นึกถึงนางเป็นคนแรกคือตัวท่านเอง”
ใบหน้าเขาแข็งกระด้างขึ้น เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกจากเรือนไป คืนนั้นไม่ได้กลับมาอีก
วันรุ่งขึ้น คำตอบที่ส่งมามีเพียงว่า หมอเกายืนยันว่าตำรับไม่เป็นอันตราย และยาถ้วยแรกอาจต้มผิดเพราะสาวใช้หยิบห่อยาสลับกัน คนครัวถูกโบยห้าไม้ เรื่องราวจบลงเพียงเท่านั้น
ไม่มีการสอบสวนหลัวหมัวหมัว
ไม่มีการตรวจร้านเหอจี้
ไม่มีผู้ใดตั้งคำถามว่า เหตุใดห่อยาที่ว่า “หยิบสลับ” จึงมีสมุนไพรถึงสามขนานซึ่งล้วนกระทบหญิงมีครรภ์ทั้งสิ้น
ในเรือนฉางชุน หลินหว่านโหรวฟังรายงานจบก็เหวี่ยงถ้วยชาลงพื้น
“นางต้องเก็บถ้วยนั้นไว้แน่”
หลัวหมัวหมัวคุกเข่าลง “บ่าวค้นเรือนไม่ได้เจ้าค่ะ นางไม่ยอมก้าวออกไปไหนเลย”
ฮูหยินโหวนั่งอยู่หลังม่าน สีหน้าเคร่งเครียด “หยุดเรื่องยาไว้ก่อน หากจิ้งเหิงสืบสาวต่อจะยุ่งยาก”
“แต่ตราบใดที่นางยังอยู่ เด็กก็จะเกิด” หลินหว่านโหรวกล่าว น้ำเสียงอ่อนหวานอันตรธานไปสิ้น “ยาทำให้นางกลายเป็นเหยื่อ เราจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต้องทำให้นางกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง”
ฮูหยินโหวเงยตาขึ้น “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด”
หลินหว่านโหรวมองถ้วยแตกบนพื้น เศษกระเบื้องสะท้อนแสงตะเกียงเป็นประกายคมกริบ
“พี่จิ้งเหิงไม่เชื่อว่านางถูกวางยา” นางเอ่ยทีละคำ “เช่นนั้นเราก็ทำให้เขาเชื่อเสียว่า ผู้ที่คิดวางยาคือภรรยาของเขาเอง”
ลมราตรีพัดลอดช่องหน้าต่าง เปลวตะเกียงเอนวูบไหว
แผนหนึ่งล้มเหลวลง
อีกแผนจึงถือกำเนิดขึ้นบนเศษถ้วยที่แตกกระจาย
