Episode 4
ต้าชิวที่แฝงตัวเป็นเด็กหนุ่มหน้าใส ในรั้วมหาวิทยาลัย เขายอมมีเพื่อนสนิทที่เป็นแวมไพร์สายเลือดผสมเพียงคนเดียว คือตงฟาง เพื่อหาทางเข้าหาตัวการใหญ่อย่างแพททริค
แต่ใครจะคิดว่าแผนการณ์ที่เขาวางเอาไว้นั้น กลับถูกตลบหลังโดยเจ้าพ่อมาเฟียแวมไพร์ผู้แก่กล้า
ย้อนกลับไปคืนวันงาน
ครั้งนี้ต้าชิวคิดเพียงว่ามาร่วมงานเลี้ยงธรรมดา แต่เมื่อมาถึงเขาสัมผัสได้กับความรู้สึกประหลาดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
ตงฟางเพื่อนชายที่พาเขามา หนีหายไปทำธุระส่วนตัว ทิ้งให้เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะของกลุ่มเพื่อนร่วมก๊วนของตนเอง
หนึ่งในนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ นั่งมองเขาด้วยสายตามีนัยลึกซึ้ง จนต้าชิวรู้สึกถึงความผิดสังเกต ชายหนุ่มหน้าตาหวานใสนั่งชะเง้อหาเจ้าหนุ่มตงฟาง จนมีคนเอาเครื่องดื่มมาเปลี่ยนให้ โดยแจ้งเพิ่มเติมว่าตงฟางกำลังมา ให้เขารับเครื่องดื่มนี้ก่อนเพื่อเป็นการคั่นเวลา
ต้าชิวรับมาด้วยความยินดี ชายหนุ่มตั้งใจว่าเมื่อดื่มหมดแก้วแล้ว หากตงฟางยังไม่เดินกลับมาเขาก็จะจากไปโดยไม่รออีกทันที
แต่แล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้เดินกลับออกไปจากงานเลี้ยงอีกเลย จนกระทั่งมาโผล่เป็นตุ๊กตายางให้ชายร่างใหญ่เริงรักอยู่กลางห้องนอนสุดหรูห้องนี้ จนกล้ามเนื้อส่วนบั้นท้ายของเขารู้สึกถึงความปวดระบม
แม้ว่าเขาจะอับอายและรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากการกระทำที่เขาไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบทรักที่ร้อนแรงนี้ ทำให้หนุ่มน้อยอย่างเขา ถึงสวรรค์ชั้นหลากสีไปหลายต่อหลายครั้งเลยทีเดียว
เมื่อตื่นขึ้นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวนวลตาใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ก็ได้พบว่าตนเองนอนอยู่เพียงผู้เดียว ในห้องนอนหรูหราใหญ่โตนี้
เขาใช้สายตาคู่งามสอดส่ายมองหาชายร่างใหญ่ ที่เคยกอดเกี่ยวรัดร่างของเขาเอาไว้ ซึ่งบัดนี้ไม่เห็นแม้แต่เงา หรือร่องรอยใด
หางตาคู่สวยปรายตาพบกับสิ่งที่อยู่ใกล้กันกับเตียงที่เขานอนทอดกายอยู่บนโต๊ะตัวเล็กสีงาช้าง
มีเสื้อผ้าที่ถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมโน๊ตใบเล็กสีน้ำเงิน พับวางอยู่
"เปลี่ยนชุดนี้นะครับ ไว้เจอกันมื้อค่ำ"
ต้าชิว ขยำกระดาษใบน้อยนั่นทิ้งลงบนพื้นห้องอย่างไม่คิดที่จะแยแส ชายหนุ่มสวมใส่ชุดที่ถูกเตรียมไว้ให้ เพราะชุดเดิมของเขาไม่มีอยู่ในห้องนี้เสียแล้ว
"ช่างเถอะ ชุดไหนก็เหมือนกัน รีบใส่จะได้รีบไปจากที่นี่" เสียงเล็กพึมพำ
ดูเหมือนว่าความคิดของต้าชิว จะเป็นได้เพียงสิ่งที่คิดเท่านั้น เพราะเมื่อเขาเปิดประตูห้องออกไป สิ่งที่ปรากฎอยู่ในสายตาของชายหนุ่มก็คือกำแพงที่ก่อด้วยอิฐหนา และไม่สามารถเดินทะลุผ่านออกไปได้
ห้องที่เขาอยู่เป็นตึกสูงประมาณยี่สิบกว่าชั้น และเขาอยู่ชั้นที่สูงที่สุด ทางเดียวที่จะออกไปได้ก็คือ ต้องเปิดประตูลงไป แต่ประตูที่ว่านั่นกลับไม่มีทางให้เดิน
"อะไรกันว่ะเนี่ย ล้อเล่นอะไรกันอยู่!" ต้าชิว รู้สึกตื่นตระหนก เสียงหัวใจของเขาเต้นแรงจนหูอื้ออึงไปหมด
หากเขาเดินออกไปไม่ได้ แล้วชายผู้นั้นออกไปได้อย่างไรกัน หรือภาพที่เห็นตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวง
หนุ่มน้อยร่างเล็ก ยกมือบางขึ้นลูบสัมผัสไปยังแผ่นกำแพงอิฐตรงหน้า เขาพยายามออกแรงผลัก แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไร้ผล
"งื้อ อะไรละทีนี้ ทำงัยต่อละต้าชิวเอ้ย!" ชายหนุ่มรู้สึกหมดสิ้นหนทาง เขาเดินคอตกกลับมานั่งลงที่ปลายเตียง ความท้อใจและความหดหู่ใจ ถาโถมเข้าใส่จิตใจที่กำลังบอบช้ำ น้ำใสๆ เริ่มเอ่อระรื้นขึ้นที่ขอบตางามคู่นี้ของเขา
"ไอ้ลูกครึ่งบ้านั่นคิดจะขังเราไว้ที่นี่อย่างนั้นสินะ!" เสียงหัวเราะแห้งๆ ถูกเค้นออกมาจากลำคอบาง
ดวงตาสิ้นหวังแดงก่ำคล้ายดั่งกำลังจะร้องไห้ออกมา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง สิ่งนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเกิดความเศร้าหมอง
"ก๊อกๆๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้น ต้าชิวลุกขึ้นยืนทั้งนั่งด้วยความตกใจ
นี่ด้านนอกมีทางเดินอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมเขาจึงหาไม่เจอเล่า ไม่ทันที่เขาจะเดินก้าวออกไปเปิดประตูเพื่อรอรับคนมาเยือน
ประตูห้องบานนั้น ก็ถูกเปิดออกจากทางด้านนอกเสียก่อนแล้ว ตรงหน้าของต้าชิว คือ ผู้หญิงสาวสวย รูปร่างอรชรอ่อนแอ่น ใบหน้างามหยดย้อย ริมฝีปากอวบอิ่ม
เธอสวมชุดสูทสีดำเข้ม แต่ช่วงหน้าอกแหวกยาวลงมาเป็นแนวฉีกถึงสะดืองาม เผยให้เห็นร่องอกลึกแลดูวาบหวามนัก องค์ประกอบโดยรวมของเธอชวนมอง หากแต่เขากลับไม่ได้มีความรู้สึกฉันชู้สาวกับผู้หญิงตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
แต่ต้าชิวกลับรู้สึกเฉยๆ กับความงามฉาบฉวยของผู้ที่อยู่ตรงหน้า แต่บางสิ่งที่สะกิดใจของเขา คือประกายแววตาของผู้หญิงที่เดินเข็นรถเข็นเข้ามาตรงหน้า ช่างแลดูเยือกเย็น ราวกับอยากจะเชือดเขาทิ้งเสียอย่างไรอย่างนั้น
คิดไปคิดมา คล้ายกับแววตาของคนกำลังเกิดอารมณ์หึงหวงคุกรุ่นได้ที่อยู่อย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงหวานแต่ไม่อ่อนโยน ก็เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบกระด้าง
“นายท่านให้นำอาหารมาให้ และแจ้งไว้ว่า ให้ท่านชำระล้างร่างกาย และแต่งตัวตามชุดที่เตรียมไว้ให้แล้วครบถ้วน เขาจะมารับท่านอีกครั้งก่อนมื้อเที่ยง”
ไม่มีรอยยิ้มใดปรากฎอยู่บนใบหน้างามไม่มีที่ตินั่น หากแต่เธอยังคงเดินนวยนาดราวกับไม่มีความรีบร้อนใดๆ มือเรียวที่ประดับด้วยเล็บสีสวย หยิบยกเอาอาหารที่เตรียมไว้ มาจัดวางให้บนโต๊ะริมหน้าต่างอย่างครบถ้วน
จากนั้นร่างงามระหงจึงหมุนตัวเข็นรถเปล่า กลับออกไป และไม่แม้แต่จะชายหางตามามองเขาเลย ต้าชิวมองตามหลังหญิงสาวไปด้วยความงงงวย
