มาเฟียร้ายขังรัก

16.0K · จบแล้ว
นกกระจิบ
10
บท
227
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ความผิดถูกกลบฝังด้วยอำนาจและเงินตรา สื่อจึงกลายเป็นความหวังเดียวของประชาชนตาดำๆไร้ที่พึ่ง รัชนก นักข่าวสาวไฟแรง เธอไม่เคยกลัวที่จะก้าวเข้าไปในโลกมืดของอาชญากร แต่เป้าหมายในครั้งนี้อันตรายกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา เธอได้รับเบาะแสว่า กวิน นักธุรกิจเจ้าของบริษัทใหญ่มีเอี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ เธอจึงปลอมตัวเข้าไปในบริษัทของเขาแฝงตัวเข้าใกล้เพื่อหาความจริง ...แต่เธอกลับถูกจับได้ เขาพาตัวเธอไปขังเอาไว้ ความใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาทำให้หญิงสาวนั้นเริ่มรู้สึกหวั่นไหว แต่หน้าที่ของเธอคือการจัดการเปิดโปงเขา เธอจึงต้องเลือกระหว่างความรักและอุดมการณ์

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักหนุ่มเจ้าสำราญผู้หญิงเรียบร้อยแบดบอยมาเฟียตั้งครรภ์มีลูกโรแมนติกดราม่า

ตอนที่ 1 นักข่าวสาวไฟแรง

ตอนที่ 1

นักข่าวสาวไฟแรง

ตึกสูงใจกลางเมือง ภายในห้องประชุมขนาดย่อม ทุกคนในแผนกสาขาอาชญากรรมได้มารวมตัวกันเพื่อพูดคุยเรื่องการทำงาน ทางสำนักข่าวได้เบาะแสลับมาจากประชาชนที่ได้ร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ ทุกคนจึงได้มานั่งคุยกันเพื่อหาวิธีการนำเสนอข่าว

สุรเดชเป็นหัวหน้าแผนก เขาคือคนที่คอยดูแลและควบคุมทุกคน คอยแจกแจงและแบ่งงานให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

สุรเดชเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบห้าปี ด้วยความที่เขาเป็นคนมีความสามารถและทำงานอยู่ในสายงานนี้มานานกว่า 10 ปี ทุกคนจึงเคารพและไว้วางใจรวมทั้งเชื่อฟังเขาเป็นอย่างมาก

มีเพียงคนเดียวที่มักจะดื้อรั้นอยู่เสมอนั่นก็คือรัชนก เธอเป็นญาติห่างๆของสุรเดช เข้ามาทำงานที่นี่โดยไม่ได้ใช้เส้นสายใดๆ เธอใช้ความพยายามของตัวเองล้วนๆในการที่จะเข้ามาทำงานในสำนักข่าวแห่งนี้ ด้วยใจรักและต้องการทำเพื่อสังคม รัชนกจึงมุ่งมั่นทางนี้มาโดยตลอด

แต่ด้วยความที่เธอนั้นเป็นคนสุดโต่ง ในบางครั้งก็ทำให้เธอเกือบจะเดือดร้อนเพราะอุดมการณ์อันแรงกล้าของตัวเอง

“คนที่จะลงภาคสนามในครั้งนี้จะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น เพราะงานนี้อันตรายเกินไป”

สุรเดชเอ่ยขึ้น ซึ่งนั่นทำให้รัชนกรู้สึกไม่พอใจ เพราะเธอทำหน้าที่เป็นนักข่าวภาคสนามมาโดยตลอด ลงไปทำข่าวมาแล้วแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศไทย แต่คราวนี้เธอกลับถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปทำข่าวเกี่ยวกับการเปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกริบหน้าที่

“ได้ยังไงล่ะพี่เดช ปกตินกเป็นนักข่าวภาคสนามนะ”

“งานนี้มันอันตรายเกินไป”

“ทำอย่างกับว่างานที่ผ่านมาไม่อันตรายอย่างนั้นแหละ มันก็อันตรายทุกงาน แต่นกก็ผ่านมาได้ตลอด”

“จำได้ไหมว่าแกต้องเดือดร้อนเพราะความดื้อของตัวเองกี่ครั้ง”

“แต่ความดื้อของนกก็ทำให้สำนักข่าวของเราได้ข่าวที่ละเอียดแม่นยำที่สุด”

หญิงสาวนึกถึงผลประโยชน์ที่สำนักข่าวได้รับจากเธอ โดยที่เธอนั้นไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเธอจะเดือดร้อนมากมายแค่ไหน

“ฟังพี่นะ งานนี้มันอันตรายมาก อันตรายกว่าทุกๆครั้ง ที่ผ่านมานกแค่โดนขู่ แต่ถ้านกไปยุ่งกับคนพวกนี้ นกอาจจะกลายเป็นเหยื่อของพวกมันก็ได้ อย่าลืมนะว่าพวกมันเป็นพวกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ ถ้านกเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกมัน มันอาจจะจับตัวนกไปขายก็ได้”

“แล้วแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่จับตัวคนอื่นไปขาย ต่อให้เป็นผู้ชายก็เถอะ”

“พี่ได้รับข้อมูลมาหมดแล้ว พวกมันจับเฉพาะผู้หญิงไปขายเท่านั้น ไม่เคยขายผู้ชายมาก่อน”

เขาต้องการจัดทีมเข้าไปทำข่าวเกี่ยวกับการเปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์ในครั้งนี้ แผนกอาชญากรรมได้รับข้อมูลจากประชาชนเป็นที่แรก ด้วยความที่สำนักข่าวนี้เป็นสำนักข่าวอันดับ 1 ของประเทศ จึงเปรียบเสมือนที่พึ่งพิงของประชาชน

“มันก็ไม่แน่หรอก จะผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็อันตรายด้วยกันทั้งนั้น”

“นก แม่แกฝากพี่ให้ดูแล ถ้าพี่ดูแลแกไม่ดีแล้วปล่อยให้แกได้รับอันตราย พี่จะกล้าสู้หน้าแม่แกได้ยังไงทั้งๆที่พี่รับปากไปแล้วว่าพี่จะดูแลแกให้ดีที่สุด”

“นกโตแล้วนะ นกไม่ใช่เด็กๆที่ต้องมีคนมาตามดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แล้วอีกอย่างนกก็ได้คุยกับคนที่เคยตกเป็นเหยื่อของคนพวกนั้นแล้ว เขาไม่ไว้ใจใครเลยพี่เดชก็รู้ เขาต้องการคุยกับนกแค่คนเดียวเท่านั้น แล้วถ้าพี่เดชส่งคนอื่นไปหาเขา คิดเหรอว่าเขาจะยอมให้สัมภาษณ์”

รัชนกถือว่าตัวเองนั้นถือไพ่เหนือกว่า เธอจึงกล้าที่จะพูดออกมาโดยไม่สนใจว่าใครต่อใครจะคิดยังไง เธอต้องการที่จะทำข่าวนี้แม้ว่าจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม

“แผนกของเราต้องเดือดร้อนเพราะเธอกี่ครั้งแล้ว เธอควรจะฟังพี่ชายเธอบ้างนะ”

กานดาเอ่ยขึ้น ทั้งสองไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ กานดากับรัชนกอายุเท่ากัน ทั้งสองเหมือนเป็นคู่แข่งกันมาตลอดและยิ่งรัชนกทำผลงานได้ดีกว่า ก็ยิ่งทำให้กานดานั้นรู้สึกหมั่นไส้

“เธอเดือดร้อนอะไรไม่ทราบ ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อช่วยเหลือคนอื่น เพื่อบริษัทของเรา เพื่อแผนกของพวกเรา ใครจะมองว่าฉันเป็นยังไงฉันไม่สนใจ ฉันสนใจแค่การทำงานเท่านั้น”

“พี่ชายเธอก็บอกอยู่ว่างานนี้มันอันตราย ถ้าเกิดเธอโดนจับไปแล้วจะทำยังไง ฉันรู้ว่าเธออยากได้ผลงานจนตัวสั่น แต่เธอก็ต้องฟังคนอื่นบ้าง”

คราวนี้ทุกคนเห็นด้วยกับกานดา ทั้งที่ปกติคนในแผนกไม่มีใครสนับสนุนความคิดของเธอเลยสักคน เพราะกานดาเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย เป็นคนที่ไม่น่าเข้าใกล้ เข้ากับใครก็ไม่ได้เพราะนิสัยที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพื่อนร่วมงานจึงไม่สนิทใจที่จะคบหากับเธอ

“ฉันมั่นใจว่าฉันทำได้ ฉันเชื่อว่างานนี้ก็ไม่ได้ต่างจากงานที่ผ่านๆมาหรอก”

“เธอคิดว่าเธอจะโชคดีตลอดไปหรือไง คนเราไม่มีใครโชคดีไปตลอดหรอกนะ เธออย่าชะล่าใจนักเลยรัชนก”

“เธอจะให้ฉันฟังคนที่ไม่เคยกระตือรือร้นแบบเธอน่ะเหรอ ที่เธอพูดไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นห่วงฉันหรอก เธอก็แค่กลัวว่าฉันจะได้หน้ามากกว่า คิดเหรอว่าฉันไม่รู้ เธอเกลียดฉัน เธอเกลียดที่ฉันมีผลงานโดดเด่นมากกว่า แต่ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับความขยัน ความพยายาม ถ้าเธออยากจะมีผลงานแบบฉันมากก็กระตือรือร้นให้มันมากกว่านี้สิ”

“ต่อให้ฉันอยากมีผลงานมากแค่ไหนฉันก็ไม่ทำอะไรโง่ๆแบบเธอหรอก”กานดาตอกกลับ

“ก็ไอ้เรื่องโง่ๆที่ฉันทำนี่แหละที่ทำให้แผนกของเราได้รับรางวัล ทำให้เธอพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย ไม่ใช่เพราะฉันหรอกเหรอที่ทำให้เธอได้รับโบนัสเพิ่ม ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์ให้กับแผนกของเราไปด้วยซ้ำ”

“รัชนก!”

สุรเดชเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาแยกทั้งสอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กานดาและรัชนกทะเลาะกัน ทั้งสองทะเลาะกันแทบทุกวันจนเหมือนจะเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว

“เอาล่ะๆ อย่าทะเลาะกัน ทำงานด้วยกันต้องสามัคคีกันไว้สิ”

รัชนกสะบัดหน้าไปทางอื่น ถ้าจะให้เธอสามัคคีกับกานดาคงต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆ

เธอไม่ได้คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรก แต่กานดาเป็นคนหาเรื่องเธอมาโดยตลอด ในเมื่ออีกฝ่ายร้ายมาเธอก็ร้ายกลับ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความดีเพื่อมัดใจใคร