บทที่ 4 กรงเล็บมังกร - 2
คำขู่นั้นได้ผล จ้าวเยว่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก นางจำต้องเผยอริมฝีปากรับชิ้นปลาเนื้อนุ่มนั้นเข้าปาก รสชาติที่เคยโปรดปรานบัดนี้กลับจืดชืดและฝาดเฝื่อนราวกับเคี้ยวทราย นางฝืนกลืนมันลงคออย่างยากลำบาก ท่ามกลางสายตาพึงพอใจของเซี่ยเหยียนที่จับจ้องทุกการขยับริมฝีปากของนาง
"เด็กดี..."
เขาเอ่ยชมพลางหัวเราะในลำคอ ก่อนจะรินสุราลงในจอกหยกขาวสองใบ
"สุราจอกนี้ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเริ่มต้นใหม่ของเรา... ดื่มสิ"
เขายื่นจอกสุราไปตรงหน้านาง จ้าวเยว่รับมาด้วยมือที่สั่นเทา น้ำเมาสีใสกระเพื่อมไหวตามแรงสั่นของปลายนิ้ว เมื่อนางยกขึ้นจิบ รสชาติบาดคอของสุราฤทธิ์แรงก็บาดลึกลงไปในลำคอจนนางเผลอสำลัก ไอออกมาเบาๆ
จังหวะนั้นเอง เซี่ยเหยียนก็ขยับตัวเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่ของเขาโถมทับเข้ามาจนแผ่นหลังของจ้าวเยว่แทบจะเอนราบไปกับโต๊ะเสวย ฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาเอื้อมมาลูบแผ่นหลังของนางอย่างเชื่องช้า... ลูบไล้ขึ้นลงตามแนวสันหลังราวกับกำลังลูบขนสัตว์เลี้ยงตัวโปรด
"ระวังหน่อยสิ... สำลักเช่นนี้ ประเดี๋ยวจะช้ำไปเสียหมด"
เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดผิวอ่อนบางที่ซอกคอ นิ้วหัวแม่มือของเขาเอื้อมมาปาดหยาดสุราที่มุมปากของนาง ก่อนที่เขาจะนำนิ้วนั้นเข้าปากตนเองและตวัดเลียคราบสุรานั้นอย่างยั่วยวน
จ้าวเยว่เบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนกและขยะแขยง นางพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงของสตรีหรือจะสู้แรงของมังกรหนุ่มที่ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว กดตรึงลงบนโต๊ะเสวยอย่างง่ายดาย
"ฝ่าบาท... ทรงเมาแล้ว ปล่อยหม่อมฉันเถิด"
นางละทิ้งสรรพนามมารดา เปลี่ยนมาใช้คำแทนตัวที่แสดงถึงการยอมจำนนทางฐานะ หวังเพียงให้เขาหยุดการกระทำอันจาบจ้วงนี้
"เมาหรือ? ข้ายังไม่ทันได้ลิ้มรสสุราที่หวานที่สุดเลย จะเมาได้อย่างไร"
เซี่ยเหยียนเหยียดยิ้มร้ายกาจ สายตาของเขาลดต่ำลง เลื่อนจากดวงตาที่ตื่นตระหนกของนาง ลงมายังลำคอระหง... และหยุดนิ่งอยู่ที่รอยแดงจางๆ ที่ซอกคอ ซึ่งแม้จ้าวเยว่จะพยายามใช้แป้งปกปิดไว้หนาเพียงใด แต่เมื่อมองในระยะประชิดเช่นนี้ กลับไม่อาจรอดพ้นสายตาของพญาเหยี่ยวไปได้
ดวงตาของฮ่องเต้หนุ่มพลันวาวโรจน์ขึ้นด้วยไฟแห่งความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะยาน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก เขากระชากคอเสื้อของนางออกเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยจูบสีกุหลาบที่อี้เฉินทิ้งไว้เมื่อคืนอย่างชัดเจน
"รอยนี่... ได้แต่ใดมา?"
น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี แต่แฝงไปด้วยแรงระเบิดของภูเขาไฟที่รอการปะทุ
"ม...แมลงกัดเพคะ"
จ้าวเยว่ละล่ำละลักตอบ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความกลัวจับขั้วหัวใจจนริมฝีปากสั่นซีด
"แมลงงั้นหรือ?"
เซี่ยเหยียนเค้นเสียงหัวเราะที่น่าขนลุก
"แมลงตัวใดมันช่างกล้าหาญนัก... กล้ามาลอบเด็ดดมดอกไม้ในอุทยานของข้า กล้ามาทิ้งรอยสกปรกไว้บนของของข้า!"
สิ้นคำตวาด เขาก็ก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอของนางอย่างดุดัน ริมฝีปากร้อนจัดประทับลงบนรอยแดงนั้นอย่างรุนแรง ขบเม้มและดูดดึงจนผิวเนื้ออ่อนบางแทบจะปริแตก จ้าวเยว่หลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและตกใจ นางดิ้นรนสุดแรงขัด ทว่าร่างกายที่ถูกกดทับด้วยน้ำหนักตัวของมังกรหนุ่มกลับไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย
เขากำลังใช้ความเจ็บปวดลบรอยสัมผัสของบุรุษอื่น เขากำลังประทับตราราชสีห์เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน ฟันคมขบลงบนลาดไหล่ของนางจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สัมผัสของเขาไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความหิวกระหายและความปรารถนาที่จะครอบครอง บดขยี้ และกลืนกินนางให้สิ้นซาก
"จำไว้หลิวจ้าวเยว่..."
เซี่ยเหยียนผละใบหน้าออก เลียคราบเลือดเล็กๆ ที่มุมปากของตนเองด้วยสายตาที่ลุ่มหลงและบ้าคลั่ง นัยน์ตาของเขาสะท้อนภาพสตรีที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่าง ใบหน้างดงามเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความอัปยศ
"แผ่นดินนี้เป็นของข้า วังหลวงแห่งนี้เป็นของข้า... และร่างกายทุกสัดส่วนของเจ้า ก็เป็นของข้า! อย่าได้คิดลองดีกับข้า อย่าได้หวังว่าจะหนีรอดไปจากกรงเล็บนี้ได้ เพราะข้าจะตามล่าและฉีกทึ้งทุกคนที่กล้าแตะต้องตัวเจ้า ให้แหลกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าเจ้า!"
เขายื่นมือมาลูบไล้ใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของนางอย่างอ่อนโยน... เป็นความอ่อนโยนที่ขัดแย้งกับการกระทำอันป่าเถื่อนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของโอรสสวรรค์
"คืนนี้... ข้าจะปล่อยให้ท่านพักผ่อน เสด็จแม่... แต่จำไว้ให้ดี ตั้งแต่นี้ต่อไป ทุกค่ำคืนของท่าน... เป็นของข้า"
เซี่ยเหยียนลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากตำหนักไป ทิ้งให้จ้าวเยว่นอนขดตัวอยู่บนโต๊ะเสวย ท่ามกลางถ้วยชามที่ระเนระนาด อาภรณ์หงส์ที่หลุดลุ่ย และความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับเสียงสลักดาลที่เลื่อนเข้าหากัน ราวกับเสียงของกรงเหล็กที่ถูกปิดตาย บัดนี้ นกน้อยได้ตกอยู่ในกำมือของสัตว์ร้ายอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีอุทยานไผ่หยก ไม่มีสายน้ำในมุมมืด มีเพียงเปลวไฟแห่งราคะและความคลุ้มคลั่งของมังกร ที่พร้อมจะแผดเผานางให้กลายเป็นเถ้าถ่าน หากนางยังขัดขืนและไม่ยอมจำนนต่ออำนาจของเขา.
