ตอนที่ 1 ถูกป้ายสีจนตัวตาย
“เจ้ากล้าสวมหมวกเขียวให้ข้า” บุรุษเจ้าของร่างสูงยืนชี้หน้าสตรีที่ยังอยู่ในอาการงัวเงีย ข้างกายนางมีร่างไร้วิญญาณของชายชู้ที่เพิ่งถูกเขาสังหารไปก่อนหน้านี้
“นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านอ๋อง..หม่อมฉันมิได้ทำเพคะ” ร่างอรชรในอาภรณ์น้อยชิ้นคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย ดวงตาของนางเบิกโพลงเมื่อสำนึกได้ว่าตนอยู่ในสถานการณ์ใด เหตุการณ์ครั้งนี้จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งต่อวังเว่ยอ๋องและสกุลเจียง
สมองน้อยๆ ของเจียงจื่อหลานค่อยๆ ทบทวนความทรงจำของตัวเอง นางมาอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร จำได้ว่าก่อนหน้านี้นางกลับมาเยี่ยมบิดาที่ล้มป่วย ตั้งใจว่าจะนอนค้างหนึ่งคืนวันรุ่งขึ้นค่อยกลับวังเว่ยอ๋อง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน
“ถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังกล้าโกหกอีกหรือ” เว่ยอ๋องมีสีหน้าผิดหวัง เหตุใดนางถึงยอมทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ความสัมพันธ์ของเขากับเจียงจื่อหลานพัฒนาขึ้นมาก พวกเขาเพิ่งได้ใช้เวลาเฉกเช่นคู่สามีภรรยาทั่วไป และมีความสุขด้วยกันจวบจนฟ้าสาง ก่อนที่นางจะขอกลับมาเยี่ยมบิดาที่จวนสกุลเจียง ไม่นึกว่าการมาครั้งนี้จะเป็นเพียงอุบายเพื่อให้ได้พบกับชู้รักเท่านั้น
“หม่อมฉันไม่รู้จักชายผู้นี้จริงๆ เพคะ” ใบหน้าพิสุทธิ์หันไปมองชายแปลกหน้าที่นอนจมกองโลหิตข้างกาย เขาเปลือยท่อนบนบริเวณอกมีบาดแผลฉกรรจ์ ภาพตรงหน้าทำให้เจียงจื่อหลานหวั่นวิตก เว่ยอ๋องจะสังหารนางเหมือนชายผู้นี้หรือไม่
“จำจดหมายรักฉบับนี้ได้หรือไม่ เจ้ากล้านัดชู้รักมาปรนเปรอตัวเองถึงเรือนพ่อตา ถึงจะไม่สนหัวข้าเจ้าก็ควรเห็นแก่ลูก เหวินเอ๋อร์จะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่ามีมารดาเป็นหญิงแพศยา”
เว่ยอ๋องปากระดาษสีขาวใส่หน้าภรรยา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลายมือนาง แม้จะเจ็บปวดเจียนตายแต่เขากลับทนอ่านมันจนจบ ดูเหมือนจดหมายฉบับนั้นจะมีบางส่วนขาดหายไป แต่เขาหาได้สนใจเพราะเพียงเท่านี้ก็หนักหน่วงเกินจะรับไหวแล้ว
“หม่อมฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นะเพคะ” จดหมายฉบับนี้นางเขียนมันด้วยตัวเอง แต่เป็นการเขียนถึงองค์ชายใหญ่ บุรุษที่นางปักใจเสมอมา
เจียงจื่อหลานจำได้ว่าจดหมายมีอยู่ทั้งหมดสองส่วน ทว่ากระดาษที่อยู่ในมือนางตอนนี้กลับเหลือเพียงส่วนเดียว ส่วนแรกพรรณณาถึงความรู้สึกที่นางมีให้ถังเหวินหยวน ความรักอันลึกซึ้งเกิดขึ้นตอนไหน ตั้งแต่เมื่อใด กระทั่งยามนี้ก็ยังไม่จางหายไป ซึ่งมิได้ระบุชื่อขององค์ชายใหญ่แต่อย่างใด
ส่วนที่สองกล่าวว่านางมิใช่คนเดิมอีกต่อไป เพราะหัวใจเริ่มมีเงาของบุรุษอีกคนเข้ามา ทั้งยังรู้สึกผิดต่อบุตรชายและสามีจึงขอยุติการติดต่อกับถังเหวินหยวนเป็นการถาวร
ดูเหมือนมีคนจงใจใส่ร้ายนาง จัดฉากให้นางนอนร่วมเตียงกับชายแปลกหน้า จากนั้นก็ไปตามเว่ยอ๋องมาดู
มีเพียงเจียงจื่อหลินและถังเหวินหยวนที่รู้ว่านางเขียนจดหมายฉบับนี้ สองคนนั้นทำไปเพื่ออะไร หรือว่าแท้จริงแล้วพวกเขาไม่เคยหวังดีต่อนางเลย
“ออกไปให้หมด” เว่ยอ๋องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก สีหน้าของบุตรชายทำให้เขาต้องใจแข็ง ใช้ความเป็นสามีและเชื้อพระวงศ์จัดการเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตัวเอง
“เหวินเอ๋อร์ ฟังแม่ก่อนได้ไหมลูก แม่ไม่ได้ทำผิด ลูกต้องเชื่อแม่นะ” เจียงจื่อหลานยื่นมือสั่นเทาออกไป เอ่ยปากรั้งบุตรชายเอาไว้ ทว่าเพียงได้สบตาอี้เหวิน นางก็รู้แจ้งทุกอย่าง
เด็กชายส่ายหน้า ใบหน้างดงามของเขาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา มีแต่ความผิดหวังฉายชัดออกมาจากแววตาคู่นั้น บุตรชายวัยห้าขวบกำลังเกลียดชังนาง เจียงจื่อหลานรู้สึกปวดร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย
“ท่านอ๋องเองก็ไม่เชื่อหม่อมฉันสินะ” นางแค่นเสียงเอ่ย
“ข้าเคยเชื่อเจ้า และให้โอกาสเจ้ามาหลายครั้ง ไม่ว่าเจ้าจะเรียกร้องสิ่งใดและเอาแต่ใจแค่ไหน ข้าไม่เคยถือสา แต่ว่าความผิดครั้งนี้ข้าอภัยไม่ได้จริงๆ”
เว่ยอ๋องเดินมาหาชายาที่สวมเพียงเสื้อคลุมบางเบา พลางกระชับดาบเปื้อนเลือดในมือ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือคนทรยศ ฉะนั้นสิ่งเดียวที่สาสมกับการกระทำของเจียงจื่อหลานก็คือ ความตาย
ดาบอันแหลมคมตัดขั้วหัวใจของนางในคราเดียว ความเจ็บปวดที่เจียงจื่อหลานได้รับในยามนี้ ยังมิเท่ากับการได้รู้ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครเลย แม้แต่บุตรชายสุดที่รักที่นางเฝ้าฟูมฟัก เขาก็หันหลังจากไป ไม่แม้แต่จะหยุดฟังความจริงจากปากผู้เป็นมารดา
ทั้งน้องสาวและชายผู้เป็นรักแรก สุดท้ายเมื่อหมดประโยชน์ พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะทำลายชีวิตนาง
บุรุษตรงหน้าก็เช่นเดียวกัน..
บุรุษที่นางเพิ่งรู้ว่ารักและตั้งใจจะมอบชีวิตทั้งหมดให้เขาดูแล กลับตัดสินนางจากภาพที่เห็น ไม่ยอมฟังคำอธิบายแม้เพียงครึ่งคำ ทั้งยังเป็นผู้ลงมือสังหารนางด้วยตัวเอง
เจียงจื่อหลานยิ้มหยันให้กับโชคชะตา
สวรรค์..พวกท่านชิงชังข้านักหรือ เหตุใดถึงได้ลำเอียงเลือกปฏิบัติเช่นนี้ หากพวกท่านยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง ก็จงมอบโอกาสให้ข้าได้กลับไปแก้ไขอดีตเถิด พลันเปลือกตาบางก็ปิดลงพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย
