บทที่ ๕ เข้าเมืองขายปลา
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ในยามสายทอประกายผ่านต้นไม้ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ถังมั่วลี่และเสี่ยวอวี้กำลังเตรียมตัวเดินทางเข้าเมือง บรรยากาศสดใสของเช้าวันนี้ช่างทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา
“เสี่ยวอวี้ เจ้าอย่าลืมหยิบถังปลานะลูก! เอาใบเล็กพอ ประเดี๋ยวใบใหญ่แม่ยกเอง” ถังมั่วลี่เรียกบุตรสาวที่กำลังจัดของอยู่หน้าประตูบ้าน
“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเอามาเรียบร้อยแล้ว!” เสี่ยวอวี้พูดพลางยกถังปลาไปที่เกวียน พร้อมกับมารดา
เกวียนเทียมม้าเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น มีชาวบ้านหลายคนขึ้นมาด้วย ทั้งชายชราและหญิงสูงวัยที่มุ่งหน้าไปทำธุระในเมือง
บนเกวียน เสียงพูดคุยของชาวบ้านดังผสานกับเสียงล้อเกวียนที่เคลื่อนไปตามเส้นทางดิน เสี่ยวอวี้นั่งพิงมารดาพลางมองวิวทิวทัศน์รอบตัว
“ท่านแม่ ท่านว่าเราจะขายปลาได้เยอะไหมเจ้าคะ?” เด็กน้อยเอ่ยถาม ดวงตากลมโตมองแม่อย่างมีความหวัง
“แน่นอนสิลูก ปลาของเราสดใหม่ ใครเห็นก็ต้องอยากซื้อ” ถังมั่วลี่ตอบพร้อมยิ้มกว้าง
“ฮ่า ๆ เสี่ยวอวี้นี่พูดเก่งจริง ๆ แม่ลูกคู่นี้ช่างน่าเอ็นดูนัก” ลุงคนขับเกวียนหัวเราะพลางเอ่ยชม
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านลุง!” เสี่ยวอวี้ยกมือขึ้นคำนับอย่างน่ารัก ชาวบ้านที่นั่งมาด้วยพากันหัวเราะเอ็นดู
เมื่อเกวียนเข้าสู่เมือง
บรรยากาศเริ่มคึกคัก เสียงคนขายของเรียกลูกค้าดังก้องไปทั่ว ตลาดเต็มไปด้วยร้านค้าขนาดเล็กที่ขายสินค้าหลากหลาย ทั้งผักสด ผลไม้ ข้าวสาร และของใช้จำเป็น
“เสี่ยวอวี้ เดินจับมือแม่ไว้นะลูก คนเยอะประเดี๋ยวเจ้าจะหลงทางเอาได้” ถังมั่วลี่กำชับก่อนจะพาเสี่ยวอวี้เดินลัดเลาะไปตามทางในตลาด
“เจ้าค่ะท่านแม่!” เด็กน้อยยิ้มหวานแล้วจับมือมารดาแน่น
ถังมั่วลี่และเสี่ยวอวี้เดินมาถึงเหลาอาหารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง นางก้าวเข้าไปสอบถามหลงจู๊ที่ดูแลร้าน
“ท่านหลงจู๊ ข้ามีปลาสดจากลำธาร อยากนำมาขาย ท่านสนใจหรือไม่เจ้าคะ?” ถังมั่วลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
หลงจู๊หันมามองปลาที่อยู่ในตะกร้า พลางใช้มือหยิบปลาขึ้นมาดูใกล้ ๆ “โอ้ ปลาสดและตัวใหญ่เช่นนี้ ข้าขอซื้อทั้งหมดแล้วกัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ แล้วราคาล่ะเจ้าคะ?”
“ทั้งหมดนี้ข้าให้ห้าตำลึงกับอีกยี่สิบสี่อีแปะ เจ้าว่าอย่างไร?”
ถังมั่วลี่คำนวณในใจครู่หนึ่ง นางพยักหน้า “ข้าตกลงเจ้าค่ะ”
เมื่อได้เงินมา ถังมั่วลี่เก็บมันใส่ถุงผ้าอย่างทะนุถนอม เสี่ยวอวี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มจนตาหยี “ท่านแม่! เรารวยแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
ถังมั่วลี่หัวเราะเบา ๆ “เงินนี้แม่จะเอาไว้ซื้อของจำเป็นให้เรา ยังไม่เรียกว่ารวยหรอกลูก”
สองแม่ลูกจูงมือเดินไปตามตลาดเพื่อซื้อข้าวสาร เครื่องปรุง และของจำเป็นอื่น ๆ ถังมั่วลี่เลือกซื้ออย่างรอบคอบ นางตรวจดูคุณภาพของสินค้าก่อนจะต่อรองราคากับพ่อค้าแม่ค้า
“ท่านแม่ ท่านเก่งจังเลย ต่อราคาได้น้อยกว่าที่เขาบอกตั้งเยอะ!” เสี่ยวอวี้เอ่ยชมด้วยความชื่นชม
“การประหยัดเป็นเรื่องสำคัญลูก จำไว้นะ ถ้าเราใช้อย่างพอเพียง เราก็จะมีเหลือเก็บในวันหน้า”
เสี่ยวอวี้พยักหน้าหงึก ๆ “เจ้าค่ะ ข้าจะจำไว้!”
ก่อนจะกลับบ้าน ถังมั่วลี่ไม่ลืมที่จะซื้อขนมให้บุตรสาว นางมองหาแผงขายถังหูลู่ ซึ่งเป็นผลไม้เคลือบน้ำตาลที่เด็ก ๆ โปรดปราน
“เสี่ยวอวี้ เจ้าชอบถังหูลู่ใช่ไหม?” ถังมั่วลี่ถามพลางชี้ไปที่แผงขาย
“เจ้าค่ะ ข้าชอบมากที่สุดเลย!” เด็กน้อยตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ถังมั่วลี่หยิบเงินสองอีแปะจ่ายให้คนขาย และรับถังหูลู่สองไม้มาส่งให้ลูกสาว “นี่จ้ะ กินให้เอร็ดอร่อยนะลูก”
เสี่ยวอวี้รับขนมมาพร้อมยิ้มจนแก้มปริ “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่! ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย!”
ถังมั่วลี่ลูบหัวบุตรสาวเบา ๆ “แม่เองก็รักเจ้าที่สุดเหมือนกัน เสี่ยวอวี้ของแม่”
ระหว่างเดินทางกลับบ้านบนเกวียน เสี่ยวอวี้ยังคงพูดคุยอย่างอารมณ์ดี
“ท่านแม่ วันนี้สนุกจังเลย! ข้าอยากเข้าเมืองอีก!”
“ได้สิลูก แต่ครั้งหน้าเสี่ยวอวี้ต้องช่วยแม่ขายของมากกว่านี้นะ” ถังมั่วลี่พูดพลางหัวเราะ
“ข้าสัญญาเจ้าค่ะ! คราวหน้า ข้าจะช่วยขายปลาเยอะ ๆ เลย!”
เสียงหัวเราะของสองแม่ลูกดังก้องไปทั่วเกวียน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น แม้ชีวิตในยุคโบราณนี้จะไม่ง่ายดายนัก แต่ถังมั่วลี่ก็รู้สึกว่ามันมีค่ามาก เพราะเธอได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาวในทุก ๆ วัน
“สักวันหนึ่ง แม่จะทำให้เจ้ากินอิ่มนอนหลับ โดยมิต้องกังวลสิ่งใด” ถังมั่วลี่พึมพำเบา ๆ ในใจ ขณะที่มองดูเสี่ยวอวี้กินถังหูลู่ด้วยความสุข