บทที่ ๑ ตื่นมาก็เป็นหญิงหม้ายลูกติด 1
เสียงสายลมอ่อนพัดผ่าน ผ้าม่านบางปลิวไสวไปมาตามแรงลม กลิ่นดอกเหมยอ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก ทำให้สติของเธอเริ่มกลับคืนมา ใบตองค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานไม้สีน้ำตาลเข้ม ที่ประดับด้วยลวดลายแกะสลักอ่อนช้อย เธอพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกถึงความหนักอึ้งในร่างกาย เมื่อความเจ็บปวดแปลบปลาบบริเวณหัวของเธอทำให้เธอต้องขมวดคิ้วแน่น
“นี่เรา…ยังไม่ตายเหรอ?” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแหบพร่า
ในความงุนงงนั้น ใบตองกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง มันไม่ใช่ห้องนอนที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นห้องขนาดกลางที่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับยุคโบราณ โต๊ะไม้กลมวางอยู่กลางห้อง ข้างบนมีถ้วยชาและจานขนมเล็ก ๆ วางอย่างเรียบร้อย ฝาผนังมีภาพวาดเลื่อนขนาดใหญ่ของภูเขาและแม่น้ำ อากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของไม้จันทน์
เธอยังไม่ทันจะตั้งคำถามในใจ กลับมีเสียงร้องเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านแม่! ท่านแม่ตื่นแล้ว!”
เสียงใสดังมาจากข้างเตียง ใบตองหันไปมองก็พบกับเด็กหญิงตัวเล็กอายุราวสี่ขวบกว่า ๆ ใบหน้ากลมขาวดุจหิมะ ดวงตากลมโตสดใสเปล่งประกายอย่างน่ารัก เด็กน้อยรีบกระโจนเข้ามาหาเธอ แขนเล็กโอบรอบคอของเธอเอาไว้แน่น
“ท่านแม่! ข้ากลัวเหลือเกิน!”
‘แม่?’ ใบตองอุทานในใจพลางเบิกตากว้าง เธอมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความตกใจ แต่สิ่งที่ทำให้เธอยิ่งตื่นตะลึงเข้าไปอีก ก็คือภาพสะท้อนของตัวเธอเองในกระจกทองเหลืองที่วางอยู่ข้างเตียง
‘ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ! แล้วนี่มันเป็นร่างของใครกัน’
ผู้หญิงในกระจกมีใบหน้าสวยหวาน คิ้วเรียว จมูกโด่ง ผิวพรรณขาวนวล ราวกับนางในวรรณคดีจีนโบราณ เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้า พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“หรือว่าฉันตายแล้ว…แล้วมาเข้าร่างของผู้หญิงคนนี้?”
ความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของเธอไหลบ่าเข้ามาในหัวทันที ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ถังมั่วลี่ เป็นภรรยาของชายคนหนึ่งชื่อ หวังจื่อเหยียน ที่เพิ่งส่งหนังสือหย่ามาเมื่อเช้านี้!
‘หย่า?!!’
ใบตองหรือถังมั่วลี่ในตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมากลางใจ เธอพยายามประมวลผลสิ่งที่ได้รับรู้ ภาพของสามีที่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา เสียงพูดคุยของบ่าวไพร่ในบ้านที่พูดถึงการถูกหย่า และภาพเด็กหญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าบุตรสาวของเธอเอง ถังเสี่ยวอวี้
“แม่ไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ เสี่ยวอวี้” เธอกล่าวออกไป แม้ในใจจะยังคงสับสน เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเปียกชื้นเต็มไปด้วยน้ำตากลับกลายเป็นเปล่งประกาย
“จริงหรือเจ้าคะ? ท่านแม่อย่าทิ้งข้าไปอีกนะเจ้าคะ!”
คำพูดของเด็กน้อยทำให้หัวใจของถังมั่วลี่บีบรัดแน่น เธออุ้มเสี่ยวอวี้ขึ้นมากอดไว้แน่น พยายามปลอบโยนเด็กน้อยด้วยความอบอุ่น
“ไม่มีวัน แม่จะไม่ทิ้งเจ้าไปไหนเด็ดขาด”
หลังจากสงบใจได้เล็กน้อย ถังมั่วลี่หรือใบตองในร่างนี้ ก็เริ่มสำรวจบ้านหลังนี้อย่างละเอียด เธอพบว่าบ้านของถังมั่วลี่เป็นบ้านที่ค่อนข้างเก่าและทรุดโทรม ข้าวของหลายอย่างดูถูกละเลย บางมุมของบ้านมีหยากไย่เกาะ บ่งบอกถึงการขาดความใส่ใจจากเจ้าของบ้าน หลังคาบ้านมีรอยรั่วเป็นรูหลายแห่ง
จากความทรงจำที่ถาโถมเข้ามา ถังมั่วลี่เคยเป็นบุตรีของขุนนางใหญ่ แต่หลังจากบิดาเสียชีวิต ครอบครัวก็ล่มสลาย เจ้าของร่างถูกบังคับให้แต่งงานกับหวังจื่อเหยียน ชายที่ไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดเขาก็ส่งหนังสือหย่ามาให้นาง เพราะเบื่อหน่ายกับการมีนางอยู่ในชีวิต
ตอนนี้เจ้าของร่างคือหญิงหม้ายที่มีลูกติด…ชีวิตที่ดูเหมือนจะตกต่ำที่สุดสำหรับหญิงในยุคนี้
เช้าวันต่อมา
เสียงจิ้งหรีดดังคลอไปกับแสงอาทิตย์แรกที่ลอดเข้ามาในบ้าน ถังมั่วลี่ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกที่เข้มแข็งขึ้น เธอไม่ได้เป็นใบตองที่อ่อนแอและขลาดกลัวอีกต่อไป เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองและลูกสาวอยู่รอดในโลกใบนี้
ขณะเตรียมอาหารเช้าจากของที่มีอยู่ในครัว เสี่ยวอวี้ก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส
“ท่านแม่เจ้าคะ วันนี้เสี่ยวอวี้ขอช่วยท่านเก็บผักได้หรือไม่?”
“หืม เจ้าจะช่วยแม่หรือ?” ถังมั่วลี่เอ่ยถามพลางมองบุตรสาวด้วยความเอ็นดู
“เจ้าค่ะ ข้าอยากช่วยแบ่งเบาภาระท่าน” เด็กน้อยยิ้มอย่างภูมิใจ
“ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวอวี้ช่วยแม่จัดโต๊ะรอก่อนดีไหม? ประเดี๋ยวแม่จะไปหาของสดที่ตลาดมาเพิ่ม”
“เสี่ยวอวี้รับทราบแล้วเจ้าค่ะ!”
ตลาดในหมู่บ้าน
เป็นแหล่งค้าขายที่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คน เสียงเจรจาซื้อขายดังเซ็งแซ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่สำหรับถังมั่วลี่แล้ว สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดคือสายตาของผู้คนที่มองมา
“นั่นนางถังมิใช่หรือ? ถูกหย่าแล้วใช่หรือไม่?”
“ช่างน่าสงสารที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง”
“น่าสงสารอะไรเล่า คงเพราะนิสัยถึงถูกสามีทิ้ง!”
คำพูดลับหลังเหล่านี้ทำให้ถังมั่วลี่อดไม่ได้ที่จะหันไปมองคนพูดอย่างตำหนิ เธอสูดหายใจลึก พยายามระงับความไม่พอใจในใจ
“ถังมั่วลี่คนเก่าอาจจะทนฟังได้ แต่คนใหม่อย่างข้า…ไม่!” ร่างบางคิดในใจ