ตอนที่ 5 มินิคอนเสิร์ต
“มินิคอนเสิร์ตเพื่อระดมทุนมอบให้บ้านเด็กกำพร้าและสนับสนุนชมรมดนตรีในโครงการจากรุ่นพี่ชมรมเขาจัดขึ้น”
เอวายื่นกระดาษประชาสัมพันธ์ที่ได้มาให้จิวารีดูรายละเอียดด้านใน
“เราไปกันนะจิ๋ว”
จิวารีรับแผ่นกระดาษประชาสัมพันธ์จากมือเพื่อนมาอ่านแบบผ่าน ๆ ตา และส่งคืนให้เอวา
“ไม่เอาอ่ะ...ฉันไม่ไปหรอก” ถึงแม้ในใจนั้นอยากจะตอบตกลงแต่ราคาหน้าบัตรก็ทำให้คิดหนักอยู่
“แต่ฉันซื้อบัตรให้แกเรียบร้อยแล้ว” หยิบบัตรมินิคอนเสิร์ตออกมาจากกระเป๋ายกขึ้นโชว์สะบัดไปมาพร้อมรอยยิ้ม
“ยังไงแกก็ต้องไปกับฉัน” ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เพื่อนแบบลอยหน้าลอยตา
“แล้วแม่แกอนุญาตให้ไปเหรอ?”
“เพิ่งจะเกิดเรื่องแท้ๆ” จิวารีตั้งคำถามอ้างเหตุการณ์ในวันนั้น
“แม่อนุญาตอยู่แล้ว...เพราะดินก็ไปด้วย” ตอบอย่างอารมณ์ดี นี่คงจะมัดมือชกอิทธิพลอีกคนกระมัง
หลังเหตุการณ์ลอบทำร้ายร่างกายในครั้งนั้น พิมพ์พรรณแม่ของเอวาได้ไหว้วานให้อิทธิพลช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องเรื่องความปลอดภัยให้กับเอวาแทนเธอที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้งในเรื่องธุรกิจ สองหนุ่มสาวที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจึงไม่มีปัญหาหรือคิดว่าเป็นภาระใด ๆ คุณหนูเอวาที่ชอบทำอะไรตามความสบายใจของตัวเองจนเคยชิน โดยมองข้ามความปลอดภัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งข้อนี้ทำให้พิมพ์พรรณเป็นห่วงอยู่เสมอ
“แต่พ่อคงไม่ให้ฉันไปหรอก” จิวารีพูดตัดบท และไม่อยากให้ความหวังเพื่อน
แต่เอวาซะอย่างเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
“และฉันก็ซื้อบัตรให้พี่แจ็คแล้วด้วย”
“ถ้าพี่แจ็คไปพ่อโจก็ต้องอนุญาตให้แกไปแน่นอน”
คุณหนูเอวาสายเปย์ยืดอกพูดแบบภาคภูมิใจกับความชาญฉลาดของตัวเอง นี่แค่รุ่นพี่ที่แอบชอบมาร่วมจัดมินิคอนเสิร์ต เธอยอมทำทุกทางเพียงเพื่อจะได้ไปให้กำลังใจเขาที่ขอบเวทีสินะ จิวารีมองหน้าเพื่อนสาวที่นั่งดูบัตรคอนเสิร์ตยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขตรงหน้า
โดมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ถูกจัดเตรียมให้เป็นศูนย์รวมการปลดปล่อยพลังความเครียดผ่านทางเสียงดนตรีในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้านหน้าเป็นเวทีการแสดงอยู่แล้วถูกปรับเปลี่ยนและตกแต่งให้เป็นมินิคอนเสิร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อโชว์พลังของชมรมดนตรีและนักร้องไอดอลของมาหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย
แดดร่มลมตกในช่วงเย็นการเทสแสงสีเสียงก็เริ่มขึ้นที่หน้าเวที พร้อมกับหนุ่มสาวนักศึกษาที่สลัดคราบเครื่องแบบของนิสิตออกแล้ว พร้อมเติมพลังสนุกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
เอวามาในลุคหวานแหววสดใส ส่วนจิวารียังคงเป็นสาวเซอร์หน้าสวยกับลุคเรียบง่ายเสื้อยืดสบายตา และกางเกงยีนแต่งขาดเหมือนหาร้านตัดประไม่ได้ ผมยาวถูกรวบขึ้นเกล้าหลวมอย่างง่าย ๆ เน้นใบหน้าสวยเก๋ให้โดดเด่น
ด้านหลังคือสี่บอดี้การ์ด อิทธิพล จิวากร ธีธัชและตะวัน คนหลังสุดที่หิ้วกระติกเก็บความเย็นแบบมินิบรรจุเครื่องดื่มมาอย่างฉ่ำ เพื่อสร้างบรรยากาศในการชมคอนเสิร์ต และเริ่มตั้งต้นดื่มตั้งแต่ยังไม่ออกเดินทางด้วยซ้ำ
ใบหน้าของสองสาวแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้วตั้งแต่หัวค่ำที่ยังไม่ได้เข้างาน จิวากรที่ขี้เกียจจะเข้มงวดกับน้องสาว นาน ๆ จะได้ปล่อยผีก็ให้เธอเต็มที่ไปเลยก็แล้วกัน
พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าก็ได้เวลาของการปลดปล่อย หลังจากประธานกลุ่มโครงการออกมากล่าวเปิดงานและขอบคุณผู้สนับสนุนจบลง เอฟเฟคแสงสีเสียงตระการตาก็เริ่มขึ้น กลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นด้านหน้าเวที ตัดกับลำแสงหลากสีที่มาพร้อมกับไฟกะพริบวูบวาบสลับกัน เสียงเครื่องดนตรีที่กระหึ่มบีบหัวใจ มาพร้อมกับเสียงทักทายของหนุ่มนักร้องรูปหล่อและสาวสวยหน้าเวที เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนคลับด้านล่างประสานกับเสียงดนตรีจนลั่นโดม
ตะวันทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการแจกความเมา แม้สองสาวจะเริ่มมึน ๆ แล้ว แต่บรรยากาศบนหน้าเวทีมันชวนดื่ม เพื่อเพิ่มความคึกคักให้อารมณ์กับจังหวะดนตรีมันกลมกลืนกันไปอย่างต่อเนื่อง กอดคอกันร้องเพลงและโยกตามจังหวะเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหลายผ่านค่ำคืนแห่งความสนุกนี้
หนุ่ม ๆ ที่เน้นจิบเบียร์ไปเรื่อย ๆ และมองสาวสวยทั่วงานเป็นอาหารตา เพลงยังอยู่ในจังหวะเบา ๆ ผ่อนคลายอยู่ นักร้องหญิงและชายสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาสร้างความสุขให้ผู้คนในงาน
“พี่...ลีโอ” เอวามือป้องปากตะโกนพร้อมกับกระโดดลิงโลดเมื่อชายในดวงใจของเธอปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าเวที พร้อมน้ำเสียงนุ่มเสน่ห์ที่ทำให้เธอเคลิ้มแทบละลาย
“แก...” จับมือจิวารีเขย่าพร้อมกับกระทืบเท้าถี่อยู่กับที่อย่างตื่นเต้น ดีอกดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
“เออ...เห็นแล้ว”
เครื่องดื่มที่เติมลงไปตั้งแต่หัวค่ำ เริ่มออกฤทธิ์และทำงานเต็มประสิทธิภาพแล้วจนหมดเป้สะพายของตะวัน จนต้องออกไปขนใส่เป้เข้ามาใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่ขยับโยกอยู่กับเสียงดนตรีอย่างต่อเนื่อง
หนุ่มสาวเริ่มปล่อยสเต็บทุกท่วงท่า เหวี่ยงสะบัดเหมือนเก็บกดมาเป็นปีกับจังหวะที่นักร้องเสิร์ฟให้บนเวที ทั้งเต้นทั้งร้องประสานเสียงกันไปทั้งโดมอย่างสนุกสนาน อิทธิพลลอบมองสองสาวที่แหกปากตะเบ็งร้องเหมือนเป็นเจ้าของเอมวีเสียเอง โยกสะบัดอย่างสุดเหวี่ยง เผลออมยิ้มคนเดียวให้กับความโก๊ะของสองสาว
แดนซ์กันกระจายจนเหงื่อชุ่ม นักร้องบนเวทีก็เปลี่ยนเป็นจังหวะเพลงช้าให้หนุ่มสาวด้านล่างได้พักเหนื่อย
“แก้ว...นั่นคู่อริแกนี่”
นุ่น เพื่อนสาวของ แก้วกาญ สะกิดเพื่อนและบุ้ยปากไปทางเอวาและจิวารี ก่อนจะหรี่ตามองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอวา
“นั่นพี่แจ็คนี่นา อย่าบอกนะว่ามันคบกับผู้ชายของแก” หล่อนใส่เอฟเฟคในจริตเพื่อให้ฟังดูตื่นเต้น
เมื่อเอวายื่นหน้าเข้าใกล้จิวากรและพูดอยู่ข้างหูเพราะเสียงดังของดนตรีที่เป็นอุปสรรคของการได้ยินจนต้องคุยในระยะประชิด ไม่รอช้าแก้วกาญเดินปรี่เข้ามาหาทันที เธอคือลูกค้าประจำของร้านอาหารที่จิวากรเล่นดนตรีอยู่ และตามจีบชายหนุ่มไปนั่งเฝ้าดูเขาเล่นดนตรีอยู่เป็นประจำ
“พี่แจ็ค” แก้วกาญแตะมือที่แขนชายหนุ่มเป็นการสะกิดเรียก จิวากรหันมามองเจ้าของมือ
“แก้ว”
หญิงสาวคล้องแขนที่แขนแข็งแรงของจิวากรทันที แสดงความเป็นเจ้าของพร้อมรอยยิ้มหยาดเยิ้ม
“พี่แจ็คมากับใครเหรอคะ?”
“มากับเพื่อน ๆ” พร้อมแนะนำแบบได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างให้หล่อนได้รู้จักกับหนุ่ม ๆ ในกลุ่ม แก้วกาญจงใจชวนคุยหัวเราะต่อกระซิกกับจิวากรและหนุ่ม ๆ ในกลุ่มเพื่อรอให้เอวาหันมามอง พร้อมกับเพื่อนสาวของเธอที่ส่งยิ้มทอดสะพานให้อิทธิพลด้วยดวงตาหวานฉ่ำอยู่ข้าง ๆ
“เอวา” จิวารีกระซิบข้างหูเพื่อนสาว
“หือ”
“เจ้ากรรมนายเวรของแกมาถึงแล้ว...ด้านหลัง”
เอวาหันหลังกลับมามองทันที แก้วกาญที่มือยังคล้องแขนจิวากรอยู่เชิดหน้าขึ้นมองเธออย่างท้าทาย
“ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอเนี่ย”
พึมพำอย่างหัวเสียกะพริบตาหนัก ๆ เหลือบมองบนพร้อมถอนหายใจทิ้งและเลือกที่จะไม่สนใจหล่อน กำลังสนุกอยู่แท้ ๆ ยัยบ้านี่คงเป็นมารมาทำลายบรรยากาศอันสุนทรีของเธอเป็นแน่ ช่างมันไปเถอะ และหันกลับไปที่หน้าเวทีต่อ
เอวาและแก้วกาญคือคู่อริตั้งแต่สมัยมัธยม สองสาวที่เข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน และเขม่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอ ไม่ว่าเอวาจะทำอะไรหล่อนจะคอยสาระแนไปเสียทุกเรื่อง และสร้างปัญหาอยู่ทุกครั้งประหนึ่งว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่าติดตามมาตั้งแต่อดีตชาติ และเป็นอยู่อย่างนั้นจนเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังจะบังเอิญมาเรียนที่เดียวกันอีก
อย่าบอกนะว่าจะมาเป็นแฟนพี่แจ็คและจะมารวมกลุ่มกับเธอ เอวาคิดในใจได้ดังนั้นก็รู้สึกแสบจมูกคันไม้คันมือขึ้นมาทันที พลอยทำให้อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น หันไปคว้าเครื่องดื่มจากตะวันมากระดกเข้าปากอึกใหญ่เพื่อข่มอารมณ์
“ดิน”
เสียงเรียกจากด้านหลัง เทวฤทธิ์แตะไหล่ทักทาย พร้อมกับชูแก้วเครื่องดื่มให้แต่อิทธิพลชูในมือให้ดูว่าเขามีแล้ว ก่อนจะชนแก้วกันและยกขึ้นดื่ม
“มาด้วยเหรอ?” เทวฤทธิ์เอ่ยถาม อิทธิพลพยักหน้าตอบรับ
เทวฤทธิ์เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ขายบัตร สืบจากทะเบียนการจองซื้อจนรู้ว่าเอวากับจิวารีก็มาร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เช่นกัน หลังจากเดินตามหาอยู่นานสองนาน ชายหนุ่มทักทายจิวากรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รวมทั้งตะวันและธีธัช แต่สายตามองเลยไปที่จิวารีที่กำลังกอดคอกับเอวาร้องเพลงโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด
อิทธิพลปรายตามองเทวฤทธิ์ที่เอาแต่มองจิวารีอยู่อย่างนั้น ความเศร้าที่ส่งผ่านออกมาทางสายตาของเขายังมีให้เห็นอยู่ แม้จะเก็บซ่อนไว้ก็เถอะ
ในระหว่างที่เพลงจังหวะซึ้ง ๆ จากนักร้องหน้าเวที ผู้ชมด้านล่างที่ชูมือขึ้นกลางอากาศและโบกไปมาตามจังหวะเบา ๆ หนุ่ม ๆ พูดคุยทักทายกันไปตามประสา จิวารีหันมามองสบสายตาเข้ากับเทวฤทธิ์โดยบังเอิญ ก่อนจะเมินหน้ากลับไปโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด พร้อมกับจังหวะเพลงที่เริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง บวกกับเสียงกรี๊ดเกรียวกราวจากคนที่รอแดนซ์เพื่อปลดปล่อย
“เดี๋ยวกูมานะไปหาเพื่อนแป็บนึง” จิวากรพูดกับเพื่อนชาย และแกะมือแก้วกาญที่เกี่ยวแขนเขาออกอย่างสุภาพ
“เดี๋ยวพี่มา” และปลีกตัวออกไป
ท่ามกลางแสงสีเสียงที่กำลังกระหึ่มเร้าใจ แก้วกาญเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเอวา ยังไงเสียวันนี้หล่อนก็ต้องสั่งสอนยัยขี้แพ้นี้หน่อยเป็นไร กล้าดีจะเล่นกับผู้ชายของคุณหนูแก้วได้ละก็...อย่าหวังว่าจะสงบสุขเลย
เสียงจังหวะคึกคักประสานกับเสียงร้องด้านล่างเวทีที่ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั้งโดม พร้อมกับการโยกสะบัดตามจังหวะอย่างสุดเหวี่ยงของหนุ่มสาวอีกครั้ง จึงไม่มีใครสนใจสองสาวที่จิกผมกันชุลมุนอยู่ท่ามกลางความสนุกสนาน แม้จะแหกปากกรีดร้องก็ไม่มีใครสน แม้แต่คนที่ยืนเต้นอยู่ข้าง ๆ หันมามองก็ขยับห่างออกไป กำลังมันส์ได้ที่อยู่แท้ ๆ จะมาจิกตบกันตอนนี้ก็แล้วแต่เธอ
ด้วยชุดเซ็กซี่ที่แก้วกาญสวมทำให้เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ของเธอ และพลาดท่าให้กับเอวาจนลงไปกองอยู่กับพื้น เพื่อนสาวที่มาด้วยปรี่จะเข้าไปช่วยแต่โดนมือไวของจิวารีหยุมหัวไว้และลากออกมาอยู่ห่าง ๆ
“อย่าเสือก” จิวารีกำกำปั้นแกล้งจะต่อย หล่อนหลับตาปี๋และห่อไหล่
“หนึ่งต่อหนึ่งไม่เล่นหมาหมู่ถ้าอยากสนุกมาเล่นกับฉัน” จิวารีขู่ด้วยใบหน้าชิว เพื่อนสาวของแก้วกาญลังเล ก่อนจะทำได้แค่ยืนลุ้นเอาใจช่วยเพื่อนด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
เอวาขึ้นนั่งคร่อมร่างแก้วกาญที่นอนราบอยู่กับพื้นบวกกับเสียงกรี๊ดของเธอที่ไม่มีใครได้ยิน มือเรียวบางของคุณหนูเอวาฟาดกระหน่ำลงใบหน้าที่ถูกแต่งเติมมาอย่างเซ็กซี่และจัดจ้านของแก้วกาญแบบไม่ยั้งเหมือนคนเก็บกด
“ปล่อยนะนังบ้า” แก้วกาญแหกปากแข่งกับเสียงดนตรีแต่คนที่นั่งทับร่างอยู่ดูเหมือนจะบ้าไปแล้วจริง ๆ
จิวารีที่โยกตามจังหวะเพลงพร้อมกับเชียร์เพื่อนไปด้วยเหมือนพวกโรคจิตที่ยินดีกับการใช้กำลัง จากที่รับรู้เรื่องราวของเอวากับแก้วกาญตามคำบอกเล่าของเพื่อนสาวมาโดยตลอด ก่อนที่ตัวเอวาจะปลิวขึ้นกลางอากาศจากมือหนาของจิวากรที่ลากออก
“เป็นบ้าอะไรกันนี่”
